วันศุกร์ 25 กันยายน 2020
  • :
  • :
Latest Update

คสช.เอาผิด 8 แกนนำพรรคเพื่อไทย มาตรา 116 – แกนนำเข้าทราบข้อหา

โฆษก คสช. แจงกรณีดำเนินคดี 8 แกนนำพรรคเพื่อไทย ยืนยันเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฏหมาย ไม่หวั่นฟ้องกลับได้เป็นสิทธิ์
 
20 พ.ค. 2561 รายงานว่าพันเอกวินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่แกนนำพรรคเพื่อไทยจะแจ้ง คสช.พนักงานสอบสวนกองปราบปรามเพื่อร้องทุกข์ กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับทางพรรคเพื่อไทยและสมาชิกพรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าววิพากษ์วิจารณ์ผลงาน 4 ปีรัฐบาล คสช. เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 พ.ค. 2561 ที่ผ่านมาว่าเป็นสิทธิ์ของแกนพรรคเพื่อไทยที่จะแจ้งความ คสช. สุดแล้วแต่เลยถ้าจะดำเนินการแบบนั้น หากแกนนำพรรคเพื่อไทยแจ้งความจริงก็ต้องไปสู้คดีกันในกระบวนการ
 
อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจร้องทุกข์กล่าวโทษการแถลงข่าววิพากษ์วิจารณ์ผลงานรัฐบาล 4 ปีของพรรคเพื่อไทยนั้น ดำเนินการไปตามกรอบกฎหมาย อำนาจหน้าที่ เพื่อที่จะรักษากฎกติกาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองให้ได้มากที่สุด
 
ทั้งนี้ก่อนนหน้านี้ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่ส่วนปฏิบัติการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับมอบหมายจาก คสช. ตามหนังสือที่ คสช.(สลธ.)1.10/ ลงวันที่ 17 พ.ค. 2561 ให้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเพื่อร้องทุกข์ กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับทางพรรคเพื่อไทยและสมาชิกพรรคเพื่อไทย ประกอบไปด้วย 1.นายวัฒนา เมืองสุข 2.นายจาตุรนต์ ฉายแสง 3.นายชูศักดิ์ ศิรินิล 4.นายนพดล ปัทมะ 5.นายชัยเกษม นิติสิริ 6.นายภูมิธรรม เวชยชัย 7.พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์
 
8.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กับพวก ในความผิดกรณีร่วมกันชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2561 เวลากลางวัน โดยทั้งหมดมีพฤติการณ์คือ เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2561 เวลาประมาณ 09.00 น. นายวัฒนา กับพวก ได้ร่วมกันชุมนุมทางการเมือง โดยจัดให้มีการแถลงข่าวหัวข้อ 4 ปี ที่ล้มเหลวของรัฐบาลและคณะ คสช. นำไปสู่ความมืดมนและอันตราย โดยได้แถลงข่าว ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถ.เพชรบุรีตัดใหม่
 
ซึ่งเนื้อหาการแถลงข่าวมีลักษณะเป็นการกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชน ด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช้เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมาย แห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116

—————————-

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. แกนนำพรรคเพื่อไทย 8 คน นำโดย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค, นายชูศักดิ์ สิรินิล, นายชัยเกษม นิติศิริฅ, นายจาตุรนต์ ฉายแสง,นายนพดล ปัทมะ, นายวัฒนา เมืองสุข และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แจ้งความ 4 ข้อหา คือ 1.ฝ่าฝืนประกาศ คสช. ที่ 57/2557 ห้ามประชุมพรรคการเมือง, 2.ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง, 3.พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ 4.ยุยงปลุกปั่น
 
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า การแถลงข่าวของพรรคเพื่อไทย ไม่ได้เป็นการชุมนุมทางการเมืองตามที่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นจะเป็นการปลุกปั่นได้อย่างไร
“ข้อกล่าวหาที่บอกว่า ทำผิดมาตรา 116 จะต้องเป็นการกระทำที่นอกเหนือจากรัฐธรรมนูญ ทำเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎหมายของบ้านเมือง โดยใช้กำลังของประชาชนลุกขึ้นมาต่อต้าน ซึ่งข้อกล่าวหาที่มีการแจ้งทั้ง 4 ข้อ ไม่มีการกระทำใดของแกนนำพรรคเข้าข่ายการกระทำความผิดเลยแม้แต่ข้อเดียว”นายชูศักดิ์กล่าว
 
แกนนำเพื่อไทยกล่าวว่า ขอฝากพนักงานสอบสวนให้พิจารณาด้วยความยุติธรรม ไม่ใช่มีใครมาแจ้งความแล้วจะจับดำเนินคดีเอาผิดทันที นอกจากนี้ยังเห็นว่าการใช้คำสั่งมาตรา 116 มาเป็นเครื่องมือในการสกัดยับยั้ง คนที่เห็นต่างออกมาแสดงความคิดเห็นถือเป็นเรื่องที่ไม่ชอบธรรม
ขณะที่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ข้อกล่าวหาทั้ง 4 ข้อที่แจ้งความเอาผิดสะท้อนให้เห็นว่า ฝ่ายความมั่นคงมีการใช้กฎหมายที่ไม่ยุติธรรมและไม่เสมอภาค โดยพรรคเพื่อไทย ขอตั้งข้อสงสัยว่า สิ่งที่พรรคการเมืองได้ดำเนินการตามสิทธิพลเมือง ในฐานะที้เป็นผู้แทนของประชาชนวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลเป็นสิ่งที่ทำได้หรือไม่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ 5 คนที่เหลือไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง แต่มีสมาชิก 3 คนนั่งแถลงข่าว และก่อนการแถลงได้มีการเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งได้รับคำตอบมาว่าสิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้ แต่ตำรวจก็ไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจน พรรคก็ไม่ได้แถลงใดๆ แต่เป็นเรื่องของสมาชิกพรรคที่ดำเนินการ โดยใช้สิทธิตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้
“อยากให้นำเหตุการณ์ดังกล่าวไปเป็นอุธาหรณ์ อยากให้ประชาชนและฝ่ายปฏิบัติงานทราบว่า การใช้กฎหมายอย่างไม่ยุติธรรม ไม่เสมอภาค มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ดำเนินการกับประชาชนที่เห็นต่างๆ ถือเป็นสิ่งที่เป็นปัญหา ไม่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่ฝ่ายรัฐบาลต้องรับผิดชอบ หากเกิดสิ่งใดขึ้นในอนาคต”นายภูมิธรรมกล่าว
นายภูมิธรรมกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นว่ามีเนื้อหาการแถลงข่าวข้อใดที่เข้าข่ายตวามผิดจนนำไปสู่การยุบพรรค เพราะการสะท้อนการทำงานของรัฐบาลในรอบ 4 ปี ไม่ใช่เรื่องที่จะไปล้มล้าง สร้างปัญหาให้กับประเทศ จนถึงขั้นจะแจ้งความให้ยุบพรรคเพื่อไทยได้ และไม่คิดว่า รัฐบาลจะกล้าทำในสิ่งนี้ ทั้งนี้ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นกับการตัดสินใจของประชาชนเพราะประชาชนชนคือคนกำหนดทิศทางของประเทศ
————————–