วันศุกร์ 14 ธันวาคม 2018
  • :
  • :
Latest Update

การพบกันครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าสองผู้นำ – Pat Hemasuk

การพบกันครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าสองผู้นำก็เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาระหว่าง คิม จองอึน และโดนัล ทรัม ผมอยากจะเริ่มข่าวล่าสุดที่มีการเปิดเผยว่าการพบหน้ากันในนาทีแรกนั้นทั้งสองฝ่ายพูดอะไรกันที่ห้องรับรองของโรงแรมคาเปลล่าเช้าวันนี้

ทั้งสองเดินเข้าไปจับมือกัน 12 วินาที แล้วยิ้มเพื่อให้สื่อถ่ายภาพ หลังจากนั้น คิมจองอึนก็ได้กล่าวเป็นภาษาอังกฤษโดยไม่ต้องใช้ล่ามว่า

ยินดีที่ได้พบคุณ มิสเตอร์เพรสซิเดนท์ “Nice to meet you Mr President,”

ทรัมป์ได้ยกมือขึ้นแตะแขนของคิมแล้วตอบว่า ผมรู้สึกดีมาก เรากำลังจะได้พูดคุยครั้งสำคัญและจะบรรลุจุดมุ่งหมาย “I feel really great. We’re going to have a great discussion and will be tremendously successful,” และเป็นเกียรติแก่ผมมากที่เราจะมีความสำพันธ์ที่ยิ่งใหญ่ ผมไม่สงสัยเลย “It’s my honour and we will have a terrific relationship, I have no doubt.”

คิมได้ตอบกลับว่า ไม่ง่ายเลยที่จะได้พบกันที่นี่ มีอุปสรรคหลายเรื่อง แต่เราก็ฝ่าฟันมันมาได้จนมาถึงจุดนี้ “It was not easy to get here … there were obstacles but we overcame them to be here.”

ทรัมป์ได้ตอบกลับด้วยการยิ้มแล้วยกนิ้วโป้ง Thumbs up ให้คิม

หลังจากนั้นการเจรจาก็เริ่มขึ้นโดยทั้งสองฝ่ายใช้ภาษาของตัวเองโดยมีล่าม ซึ่งการประชุมครั้งนี้เป็นการพบกันโดยไม่มีผู้อื่นเข้ามาด้วย ประมาณครึ่งชั่วโมง และออกมาอีกห้องที่มีเจ้าหน้าที่ทางการทูตทั้งสองฝ่ายนั่งรออยู่แล้ว ทั้งสองผู้นำได้นั่งลงกลางกลุ่มเจ้าหน้าที่ของตัวเองแล้วยื่นมือมาจับกันให้สื่อถ่ายภาพอีกรอบ แล้วเริ่มพูดคุยในเรื่องของการพิธีการทูตต่างๆ ที่จะมีตามมา แล้วตามด้วยอาหารเที่ยง

ทรัมป์ได้กล่าว่า การประชุมดีกว่าที่ใครจะคาดคิด Summit ‘better than anybody could have expected’
ทั้งสองได้ใช้เวลาหลังอาหารเที่ยงเดินคุยกันในสวนส่วนตัวเพียงสองคน และเดินออกมาให้บรรดาช่างภาพได้เก็บภาพทั้งสอง
ทรัมป์ได้พูดกับนักข่าวว่าว่า เรามีกระประชุมที่เหนือที่จะคาดเดา มีเรื่องหลายเรื่องที่ก้าวหน้า “We had a fantastic meeting, a lot of progress,”

จากนั้นทั้งสองได้เดินจากสวนไปยังห้องที่จัดพิธีลงนาม แต่ก่อนที่จะถึงห้อง ทรัมป์ได้ชวนคิมแวะเดินไปดูรถ เดอะบีสท์ รถลิมโมประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ และได้เปิดให้คิมดูภายในด้วย ทั้งสองต่างก็คุยกันแบบชื่นมื่นสองคนตัวต่อตัว โดยทั้งหมดไม่ต้องมีล่ามเข้ามาช่วยแปล หลังจากพิธีการลงนามแล้ว ทั้งสองฝ่ายก็ถ่ายรูปร่วมกันและแยกย้ายกันกลับประเทศ ซึ่งคิมได้มีกำหนดการบินกลับในบ่ายวันนี้ ส่วนทรัมป์ข่าวไม่ได้กล่าวถึง

ผมยังรอข่าวที่มากกว่านี้ครับ สำนักข่าวใหญ่ฝั่งอเมริกายังอุ้ยอ้ายอยู่ คาดว่าจะมีข่าวออกมามากกว่านี้ในช่วงหลังบ่ายสองโมง ส่วนสำนักข่าวในไทยยังไม่มีใครแปลเจาะคำสนทนา ผมน่าจะเป็นคนแรกที่แปลเอามาจากเดอะการ์เดี่ยนที่เป็นเจ้าแรกอีกเช่นกันที่ลงข่าวนี้

สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายลงนามมีสาระดังนี้ครับ ถ้าขยายภาพที่ผมให้ดูจะตรงกัน

1. The United States and the DPRK commit to establish new U.S.-DPRK relations in accordance with the desire of the peoples of the two countries for peace and prosperity.
สหรัฐและเกาหลีเหนือตกลงที่จะสถาปนาความสัมพันธ์ต่อกันเพื่อให้ประชาชนทั้งสองประเทศมีสันติสุขและเจริญรุ่งเรือง

2. The United States and the DPRK will join their efforts to build a lasting and stable peace regime on the Korean Peninsula.
สหรัฐแลัเกาหลีเหนือจะร่วมมือกันสร้างสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี

3. Reaffirming the April 27, 2018 Panmunjom Declaration, the DPRK commits to work towards complete denuclearization of the Korean Peninsula.
คำประกาศที่ปันมุมจองในวันที่ 27 เมษา (ที่สองผู้นำเกาหลีได้ให้คำมั่นต่อกัน) ได้ยืนยันอีกครั้งว่าจะยุติโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมด (แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปลดอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธข้ามทวีปที่มีมาแต่เดิมนะครับ)

4. The United States and the DPRK commit to recovering POW/MIA remains, including the immediate repatriation of those already identified.
สหรัฐและเกาหลีตกลงที่จะค้นหาร่างของทหารที่เสียชีวิตในสงครามเกาหลีส่งคืนกลับประเทศ

เครดิตภาพ เอพี

———————–

ผมจะฟังสด ถามตอบสื่อ แล้วจะอีดิทไปเรื่อยๆ ครับ

*** ทรัมป์แจ้งสื่อว่ายังไม่ยกเลิกแซงชั่นเกาหลีเหนือ

*** ทรัมป์บอกว่าครั้งนี้สหรัฐโอนอ่อนให้เกาหลีเหนือมากแล้ว

*** ทรัมป์ยืนยันว่าไม่มีการคุยเรื่องปลดอาวูธนิวเคลียร์ (อย่างที่ผมบอกไว้ในสเตตัสที่แล้วครับ ว่า complete denuclearization นั้นต้องตีความระหว่างบรรทัดให้ดี)

*** เกือบสามสิบนาทีจนถึงเวลาที่ผมแปลไลฟ์สดนี้ ทรัมป์พูดแง่ดีของคิมตลอดเวลา ไม่มีการถล่มคิมเหมือนที่ผ่านมา หรือแม้กระทั่งคล้ายกับเมื่อวานนี้เลย ผมเชื่อว่าทรัมป์ประทับใจบุคลิกหรือบางคำพูดของคิมในครึ่งชั่วโมงที่พบกันก่อนเที่ยงที่ผ่านมา

*** ช่วงหนึ่งทรัมป์ได้พูดถึงจีน และหวังว่าจีนน่าจะพอใจในการที่เขาแก้ปัญหานิวเคลียร์ในครั้งนี้ และเรียก เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น ว่าเป็นเพื่อนที่ดีในการแก้ปัญหาครั้งนี้โดยใช้คำว่า Good friend

*** นักข่าวถามว่าคิมจองอึนเป็นผู้ปกครองที่ข่มเหงประชาชนให้อดอยาก ทำไมยังชื่นชมคิมจองอึน ทรัมป์ตอบว่าคิมมีความพิเศษ และเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่คิมมีความสนใจที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ผ่านมา

*** ในการพูดคุยไม่มีการพูดถึงการถอนทหารอเมริกันออกจากเกาหลี แต่สหรัฐก็มีแผนที่จะนำทหารกลับบ้านอยู่แล้ว

*** ข้อตกลงที่ได้ลงนามไปถือว่าสมบูรณ์แบบแล้ว และต้องยกความดีให้ทีมใหม่ของสหรัฐที่ทำให้กระประชุมครั้งนี้ประสพความสำเร็จ

*** นักข่าวถามว่านอกจากนิวเคลียร์แล้วได้คุยเรื่องสิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหนือหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่าได้คุยเรื่องนี้ในการประชุม มีคนโดนลักพาตัวไปมากมาก และตายในเกาหลีเหนือ เราต้องนำร่างเขากลับบ้าน (มันเรื่องเดียวกันหรือเปล่าหว่า แต่ผมฟังไม่ผิดหรอกครับ)

*** นักข่าวถามว่าจะไปเปียงยางหรือไม่ ทรัมป์บอกว่าไปแน่นอน และจะเชิญ คิมจองอึน ไปทำเนียบขาวด้วย

*** นักข่าวได้ถามว่าทรัมป์เคยบอกว่าเกาหลีเหนือเป็นประเทศที่โหดร้ายกับประชาชนมากที่สุดในโลก ยังยืนยันไหม ทรัมป์แก้ตัวแทนคิมว่า ทุกประเทศก็มีเรื่องโหดร้ายกันทุกประเทศ การมาครั้งนี้คุยเน้นเรื่องนิวเคลียร์เท่านั้น และมันจบแล้วเรื่องนิวเคลียร์

*** นักข่าวย้ำเรื่องถอนทหารอีกครั้ง ทรัมป์ตอบว่าระยะทางจากฐานทัพเกาะกวมมาถึงย่านนี้ใช้เวลาถึงหกชั่วโมงดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องคงทหารเอาไว้ก่อน

*** ทรัมป์ได้ชืนชมและแก้ตัวให้เกาหลีเหนือว่า เกาหลีเหนือเสียสละมามาก สำหรับทรัมป์เองที่ต้องมาที่นี่ก็เพราะให้ความสำคัญกับปัญหา ไม่ใช่เป็นการยอมอ่อนข้อให้เกาหลีเหนือ เพราะเกาหลีเหนือแสดงความจริงใจในการทำลายสถานที่ทดสองนิวเคลียร์ในเดือนที่ผ่านมา

สาระสำคัญน่าจะหมดแล้วครับ ผมคงแปลสดให้ได้เพียงเท่านี้


\