วันพฤหัส 27 มิถุนายน 2019
  • :
  • :
Latest Update

การเมืองยุคพลเอกเปรม …

ที่จริงแล้ว การเมืองในสมัยพล.อ.เปรม ถ้าได้นักเขียนเก่งๆ จะเห็นการหักเหลี่ยม ต่อรอง หักหลัง กดดัน ,

คนชื่อเปรม ..มาคนเดียว พกแต่ “หัวใจ” มาเกินร้อย 
ไม่มีพรรคหนุน กองทัพที่หนุนก็คอยจะแย่งตำแหน่งกัน เผลอนิดเดียวก็ปฎิวัติ, ไม่พอใจขัดใจ ก็ปฎิวัติ,.. ใครเขียนเก่งๆ จะเป็นนวนิยายชิงอำนาจที่ยิ่งใหญ่

คนไทยรุ่นใหม่ รู้เรื่องน้อย อ่านไม่จริงจัง ไม่เกิน 7 บรรทัด ,
ผมสมัยหนุ่มๆ อ่านหนังสือ 4-7 ชม. , ถึงจะเกเรบ้าง ก็ต้องมีเวลาอ่าน . โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ การต่อสู้ชิงอำนาจ ,

ห้องสมุด และร้านเช่านิยาย คือสถานที่พบผมได้ , ถ้าหาไม่เจอ ค่ำๆก็ไปที่โต๊ะสนุ๊กแถวเยาวราช ถามแคชเชียร์ หรือถามเด็กเก็บลูก ..เจอผมแน่นอน 555


จะกล่าวถึงสิ่งที่พลเอกเปรม ได้ทำ เป็นตอนสุดท้ายล่ะนะ..จะพยายามสรุปเรื่องใหญ่ๆให้ นอกนั้นไปหาอ่านเอา ควรอ่านหลายๆคนเขียน หลายๆเล่ม

ตอนที่พลเอกเปรม ขึ้นเป็นนายกฯครั้งแรก ท่านไม่ได้มาจากการปฎิวัติ , ท่านไม่เคยยึดอำนาจรัฐประหารเลย แม้แต่คิดหรือสั่งการก็ไม่เคย
แก็งค์ในสภาฯ ตกลงกันไม่ได้ต่างหาก เลยซาวเสียงหาบุคคลเหมาะสม และมาเชิญท่านให้เป็น

รู้ไหม หลังจากคำปฎิญาณต่อหน้าพระพักตร์ พลเอกเปรมได้เป็นนายกฯแล้ว ท่านพูดกับคณะรัฐมนตรีว่าไง
วันแรกที่ทำงาน ท่านพูดเลยว่า

“ครม ชุดนี้ ผมขอว่า ต้องไม่คำนึงถึงหลัก 3 ประการ..คือ
1.#ไม่คำนึงถึงพรรค
2.#ไม่คำนึงถึงประโยชน์คนกลุ่มน้อย
3.#และไม่คำนึงถึงพวกตัวเอง

ช่วงเวลานั้น ประเทศไทยนอกจากสาหัสจากสงครามอินโดจีน นักศึกษาหนีเข้าป่าจับปืนต่อสู้ ยังเจอภาวะน้ำมันในไทยขาดแคลน ราคาน้ำมันที่ต่างชาติส่งมาแพง และน้อย

คนรุ่นใหม่ยังไม่รู้ว่า สมัยนั้นประเทศไทยไม่มีน้ำมันกลั่นเองใช้ ทุกคนเดือดร้อนไปทั่ว ปั้มน้ำมันทั่วประเทศเปิดปิดเป็นเวลา แค่ 2-3 ชม. รถต่อแถวยาวเพื่อเติมได้คนละนิดคนละหน่อย..เราต้องนำเข้าน้ำมัน100% ทุกหยด

พลเอกเปรมจึงมีความคิด ที่จะทำรัฐวิสาหกิจที่ดูแลน้ำมันเอง เพื่อให้คนไทยได้ใช้ จึงเกิด “ปตท” ขึ้น , 
#ปตท.#เริ่มต้นในสมัยพลเอกเปรม 
ปตท.ยุคก่อนเปลี่ยนมือ รัฐถือหุ้น 100% มีจุดประสงค์คือ สร้างความมีเสถียรภาพทางน้ำมัน ไม่ใช่สร้างกำไรมหาศาลต่อผู้ถือหุ้นเหมือนทุกวันนี้

สมัยนายกฯเปรม มีการหาแหล่งน้ำมันต่างๆ ทั้งกำแพงเพชร อ่าวไทย จนเจอก๊าซธรรมชาติ ได้ขุดนำขึ้นมาใช้ .. ช่วงนั้นไทยเราจึงมีสโลแกนว่า โชติช่วงชัชวาล

นอกจากวิกฤตการณ์น้ำมันที่คนต้องต่อแถวเติมแล้ว เราถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตการณ์ค่าเงินบาท ค่าเงินบาทไทยสูง สินค้าเกษตรขายไม่ได้ จนพลเอกเปรมต้องประกาศลดค่าเงินบาทถึง 3 ครั้ง

การลดค่าเงินตรงนี้แหละ ที่นักการเมืองไม่ชอบใจ นักธุรกิจก็โจมตี ทหารโดยเฉพาะพลเอก อาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการกองทัพบก อำนาจที่ใหญ่เท่าฟ้า ออกมาขู่พลเอกเปรมว่า ห้ามลดค่าเงินบาท (ประมาณว่า มึงลด กูยึดอำนาจ)

มาดูผลของการลดค่าเงินบาท , คิดแบบง่ายๆให้เข้าใจ ว่าถ้านักธุรกิจ นักการเมือง หรือทหารใหญ่ถือเงินอยู่ในมือ 100 บาท เวลาซื้อสินค้านำเข้าจะได้ 1ชิ้น แต่พอค่าเงินบาทลด จะต้องใช้เงินถึง 130บาท ต่อสินค้าชิ้นนั้น, หรือ 1ดอล์ จาก 23 ..ขยับไป=33 ทันที

ถ้าคนมีเป็น100ล้าน มูลค่าจะเหลือแค่ครึ่งนึง ใครจะยอม

ในทางกลับกัน คนจน เกษตรกร ส่งออกสินค้าในปริมาณเดิมจะได้เงินเพิ่มขึ้น จากราคาชิ้น 23 บาท , ตอนนี้ได้เป็นราคา 33 บาท .

หลังจากนั่งประเมิน คนเสียหายจากค่าเงิน 100 คน เท่ากับ (ลบ) -2,000 ล้านบาท
แต่คนได้ 100,000 คน เท่ากับเงินเข้า 7,000 ล้านบาท
บวกลบ น่าจะมีเงินเข้ามากกว่าเงินติดลบ 5,000 ล้าน .
..(นี้คือการคิดสรุปให้ดูง่ายๆของผมน่ะ)

พลเอกเปรม จึงประกาศลดค่าเงินบาท เพื่อส่วนรวม

ตามที่ท่านได้กล่าวไว้ตอนเป็นนายกฯวันแรกว่า ไม่ให้คำนึงถึงพรรค หรือพวก แต่ให้คำนึงถึงคนส่วนใหญ่

ผลคือ สินค้าส่งออกภาคเกษตร ออเดอร์ก็เข้ามามาก แต่สร้างความโกรธเคืองให้คนรวยส่วนมาก

ไม่นาน พลเอกเปรม #ก็สั่งปลด ผบทบ.#พลเอกอาทิตย์ (ทั้งๆที่เคยร่วมรบ ปราบกบฎที่จะรัฐประหารมาด้วยกัน ถือเป็นคนรู้ใจใกล้ชิด) แต่อย่างที่บอก พลเอกเปรม คำนึงถึงคนส่วนมาก มากกว่าคำนึงถึงพวกพ้อง

พลเอกเปรม จึงสั่งปลดพลเอก อาทิตย์ กำลังเอก ให้ออกจากตำแหน่ง ให้ไปนั่งตบยุง และบีบสิวเล่น โดยไม่หวั่นกองกำลังใครทั้งสิ้น
และถ้างานทำต่อไม่ได้จากการขัดแย้งขัดขาของพรรคการเมือง หรือเกิดการคอรับชั่น ท่านจะยุบสภาฯให้พวกนักการเมืองขี้ฉ้อไปหาเสียงเลือกตั้งใหม่

ต่อมาเกิดกระแสการตีรวน สร้างสถาณการณ์กดดัน ว่าให้คนไทยที่ฝากเงินไว้กับธนาคารกรุงเทพ รีบไปถอน ธ.กรุงเทพใกล้จะล้มละลาย ไม่มีเงิน เพราะการลดค่าเงินบาท

คนตกใจ แห่กันไปถอนจริงๆ คนนับพันรอหน้าธนาคารแต่เช้า และถอดเงินสดมาเก็บ จนธนาคารเตรียมเงินสดให้ไม่พอ บอกให้มาวันใหม่ ..ความตกใจลามไปทั่วประเทศ ,

มีคำถามมากมายกันว่า แล้วกสิกรละ ออมสินละ ไทยพาณิชย์ล่ะ จะมีเงินของเราอยู่ไหม ธนาคารอื่นๆต่างพาระส่ำระส่ายไปด้วย , จนกลัวจะเกิดโดมิโน่..
#ถ้าเกิดธนาคารใดธนาคารหนึ่งล้ม #จะล้มระเรระนาดไปหมดทั้งระบบ เมื่อนั้นระบบเศรษฐกิจการเงินไทยจะพังทันที..

เหตุการณ์ห้วงเวลานั้น หวาดเสียวจริงๆ

ดูการแก้ปัญหาพลเอกเปรม …
ท่านออกมายืนยันว่า ธ.กรุงเทพ มีเงิน ไม่ล้ม ให้ประชาชนสบายใจได้ พรุ่งนี้ใครอยากจะถอน ก็ไปถอนได้เลย

วันรุ่งขึ้น ที่ธ.กรุงเทพ สำนักงานใหญ่ , ไม่รู้ว่าพลเอกเปรมสั่งธ.แห่งประเทศไทยหรือเปล่า
มีเงินสดใหม่ มาตั้งกองเต็มโต๊ะท่วมหัว เรียงนับสิบโต๊ะ ทั้งด้านหลังเคาร์เตอร์ เพื่อรอให้ถอน

ประชาชนที่เปิดประตูเข้าไป เจอกลิ่นแบงค์ใหม่ พนักงานต้องแหวกกองธนบัตรออกมาบริการ …ความรู้สึกที่ไม่มั่นใจ ก็สลายไป
จากที่เตรียมถอน ก็เอามาฝากเพิ่ม

แค่นี้ก็สยบข่าวลือได้ง่ายๆ ..ฝีมือ”ป๋าเปรม”

นั้นคือเหตุผล ที่ธ.กรุงเทพ สำนึก.. จึงมอบตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ พร้อมเงินเดือนทุกเดือนให้พลเอกเปรม หลังจากท่านไม่เป็นนายกฯ

(ต่อมาหลังรับตำแหน่งประธานฯที่ธ.กรุงเทพมอบให้ ได้ไม่นานนัก ท่านประกาศขอไม่รับตำแหน่งนี้แล้ว เงินเดือนก็ไม่เอา ท่านว่า ไม่ได้ทำอะไร ความสามารถทางการเงินก็ไม่มี ..นี้คือ ป๋าเปรม)

เชื่อไหม ชายคนหนึ่งที่เป็นนายกฯ ที่เป็นพลเอก เป็นทหาร รบมาทั้งชีวิต พอเจอปัญหาเศรษฐกิจ งงอยู่พักใหญ่ แต่ชายคนนี้ก็เรียนรู้ได้โดย
เชิญอาจารย์เศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจ คนชำนาญด้านการเงิน เทคโนแครตเก่งๆ มาสอนท่านที่บ้านพักทุกวันหยุด


พลเอกเปรม ไม่เคยมีความทะเยอทะยาน ตอนท่านยุบสภาครั้งที่ 2 เพราะนักการเมืองขัดแย้งกับวุฒิ , งานเดินไม่ได้ ท่านยุบสภาเสร็จ ท่านเก็บตัวเงียบ ไม่เอาแล้ว เหนื่อย
ขณะนั้นพลเอกประมาณ อดิเรกสาร หัวหน้าพรรคชาติไทย ก็ฟอร์มทีมตั้งรัฐบาล เตรียมเป็นนายกฯ แต่พรรคร่วมอื่นๆ ไม่ยอมรับพลเอกประมาณ
..เดือดร้อน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ต้องเป็นนกสาริกามาเจรจากับพลเอกเปรม..ให้เป็นนายกฯอีกสมัย

และสุดท้าย
ท้ายสุด ..ที่ท่านยุบสภา .. (ท่านเป็นนายกฯที่ เอะอะอะไร ก็ยุบสภา จนสส.กลัว เพราะเลือกตั้งเหนื่อย)

วันประกาศผลการเลือกตั้ง พรรคชาติไทย ได้สส.มากที่สุด พลตรี(ยศในขณะนั้น)ชาติชาย ชุณหวรรณ หัวหน้าพรรค ได้มาเชิญพลเอกเปรม

พลเอกเปรมถาม “เชิญในนามส่วนตัว หรือเชิญในนามพรรค”
พลตรีชาติชาย “เชิญในนามพรรคผม และในนามพรรคอื่นๆที่เข้าร่วมครับ”

พลเอกเปรม พูดเนิบๆ ช้าๆว่า “ขอบคุณ #ผมพอแล้ว …>
….
สั้นๆ แค่นี้..
#พอแล้ว ..

ท่ามกล่างความตกตะลึงของทุกคน
พลตรีชาติชาย จึงได้เป็นนายกฯคนแรก ที่มาจากการเลือกตั้ง มาจากพรรคที่ได้เสียงอันดับ1


ค่ำคืนนั้น พลเอกเปรม แถลงข่าวผ่านโทรทัศน์ มีความตอนหนึ่งว่า

#โดยส่วนตัวผมแล้ว #ผมเจียมตัว_เจียมใจเสมอ #ผมไม่มีความทะเยอทะยานทางการเมือง #ไม่เคยมักใหญ่ใฝ่สูงที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี 
#ที่ทำทุกอย่างวันนี้ไม่ใช่ทำเพื่อตัวเอง #แต่ทำเพื่อแผ่นดินที่เราเกิด #เราเป็นหนี้แผ่นดินนี้


กราบ🙏🙏🙏คาระวะ ลูกผู้ชาย #รัฐบุรุษ
…ที่ชื่อ 
#เปรม #ติณสูลานนท์