วันจันทร์ 22 กรกฎาคม 2019
  • :
  • :
Latest Update

ขบวนการทำลายรากเหง้าของไทยเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติโลก

ขบวนการทำลายรากเหง้าของไทยเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติโลก (World Revolution) เพื่อทำไปสู่รัฐบาลโลก (One World Government)

จุดมุ่งหมายคือการล้มล้างระบอบกษัตริย์ วัฒนธรรมจารีตประเพณี ศาสนา ความเป็นชาติ ความเชื่อ หรืออุดมการณ์หลักของประเทศ

เมื่อทำลายโครงสร้างที่เป็นรากเหง้าของประเทศได้ ก็สามารถครอบงำยึดครองทรัพยากรของไทยได้โดยไม่ต้องใช้กำลัง หรือไม่ต้องทำสงคราม เนื่องจากมีคนไทยที่ขายชาติคอยให้ความร่วมมือ

วิธีการทำคือเสี้ยมให้คนไทยแตกแยก ให้ออกจากวิถีเดิม ให้ทำลายโครงสร้างเดิมของประเทศ และคอยดูแลระบบ หรือความเชื่อใหม่ที่ค่อยๆเอาเข้ามาใช้ในประเทศโดยฝีมือของหน่วยงานรัฐและเอกชน

พวกที่ทำลายประเทศโดยรู้ตัว ไม่รู้ตัว หลงผิด โลภ เงิน อิจฉา ริษยา อยากมีอำนาจ หรือเพราะเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ เป็นเพียงหมากของขบวนการปฏิวัติโลกที่มีศูนย์กลางในยุโรป

หลังจากทำหน้าที่ทำลายประเทศไทยได้แล้ว หมากจะได้เงินทอง ได้อำนาจ ได้การยอมรับในสังคมโลก ได้รับรางวัลนานาชาติ แต่หมากอาจจะถูกกำจัดไปเมื่อไหร่ก็ได้เมื่อหมดประโยชน์ หรือต้องถูกเอาไปแลกกับประโยชน์

การปฏิวัติฝรั่งเศส (1789) ปฏิวัติรัสเซีย (1917) ปฏิวัติจีน (1911-1912) ปฏิวัติสยาม (1932) และการปฏิวัติในประเทศต่างๆตั้งแต่ปลายศตวรรตที่ 18เป็นต้นมาล้วนแล้วแต่มีต้นตอมาจากแหล่งเดียวกันของการปฏิวัติโลก

แกนนำนักปฏิวัติที่ล้มล้างประเทศตัวเองล้วนแล้วแต่เป็นเบี้ย หรือหมากของผู้คุม (controllers) ที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง

ทุกครั้งเมื่อมีการปฏิวัติ จะเกิดการปล้นทอง ปล้นทรัพย์สมบัติของชาติ ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่สับสน เกิดความชุลมุนวุ่นวายฝุ่นตลบ ไม่รู้อะไรเป็นอะไร

หลังจากทำงานเสร็จแล้ว พวกนักปฎิวัติจะถูกเก็บ บางคนที่ใช้งานได้ผู้คุม (controllers)ก็ให้อยู่ในอำนาจต่อ เพื่อดูแลการวางระบบโครงสร้างใหม่เพื่อให้ขบวนการปฏิวัติโลกสามารถครอบงำประเทศนั้นได้ ไม่ว่าจะเรื่องธนาคารกลาง การเปิดเสรีการค้า&การเงิน ระบบภาษี การรับเอาเงินตราของมหาอำนาจเป็นเงินสกุลหลักของโลก การสร้างสถาบันต่างๆขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับระบบของพวกผู้คุมที่เวางเอาไว้

บางคร้ังมันก็เป็นความจริงที่ว่า ปากกาคมกว่าอาวุธ

ในการทำลายรากเหง้าของไทย พวกนักปฏิวัติจะเอาแนวปรัชญามนุษยนิยมทางโลก (Secular Humanism)เข้ามา มนุษย์นิยมจะน้อมรับเหตุผลของมนุษย์ จริยธรรมและธรรมชาตินิยม เพื่อเป็นพื้นฐานของคุณธรรมและการปฏิบัติตน โดยจะปฏิเสธความเชื่อทางศาสนา อภินิหาร วิทยาศาสตร์เทียม และความเชื่อโชคลาง หรือแนวความคิดประเพณีเดิม

การที่จะวางหลักของมนุษยนิยมในสังคมไทยได้ก็ต้องทำลายระบบการศึกษาที่เน้นหน้าที่พลเมือง&ศีลธรรมเดิมทีครูไทยในอดีตและพระกับวัดมีบทบาทสูงในการหล่อหลอมจิตใจและความเชื่อของคนไทยให้รักษามรดกของชาติที่ดำเนินมาเป็นเวลาหลายพันปี

ในโครงสร้างเดิมของไทยเน้นความเป็นครอบครัวใหญ่ ทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องทำ มีระบบผู้ใหญ่กับเด็ก ไม่เน้นความเป็นปัจเจกชน (individualism) เน้นความเป็นส่วนรวม (collectivism)การงานต่างๆที่ทำสำเร็จต้องอาศัยสามัคคี คนไทยรักและเทอดทูนเจ้านายผู้ใหญ่ พระสงฆ์คุณเจ้า กษัตริย์มีหน้าปกครองดูแลประเทศและคอยทำนุบำรุงศาสนา คนไทยโดยทั่วไปมีความละอายใจต่อบาป มีจิตใจที่โอบอ้อมอารีย์ มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา แสวงหาทางหลุดพ้น ชอบทำบุญ เชื่อในนรกสวรรค์ การเวียนว่ายตายเกิด เชื่อว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เชื่อว่าทำดีจะได้ไปอยู่ในสวรรค์ที่สูงขึ้น ทำชั่วจะตกนรก เชื่อในฝีสางเทวดา พระพรหม เชื่อในพลังจิต และอำนาจที่เหนือโลก

โครงสร้างความเชื่อที่สมบูรณ์แบบแบบนี้หาได้ยากยิ่งในสังคมอื่นๆในโลกที่คำสอนของพระพุทธเจ้าไปไม่ถึง ทำให้สังคมสุวรรณภูมิดั้งเดิมของไทยมีอารยะธรรมทางจิตใจที่สูงส่งที่สุดในโลก

ตั้งแต่ปี พศ2475 โครงสร้างดั้งเดิม (Old Structure) หรือความเชื่อหรือระบบเดิม (traditional beliefs & system)ค่อยๆถูกกลัดกร่อน ทำลายไปเรื่อยๆ ผ่านการลดบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำให้สถาบันศาสนา และสถาบันการศึกษาอ่อนแอลงเพื่อรับเอาหลักมนุษย์นิยมเข้ามาแทนโครงสร้างเดิมของประเทศ

จะเห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยต่างๆของไทยมีคณะมนุษย์ศาสตร์ที่เดินมาแนวทางนี้ 
(ใครจบคณะมนุษย์ศาสตร์ยกมือขึ้น ผมจบคณะศิลปศาสตร์จากมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ก็ถือว่าเป็นคณะมนุษย์ศาสตร์เหมือนกัน)เพื่อขัดเกลานิสิตนักศึกษาไทยให้ออกจากโครงสร้างเดิมของประเทศเพื่อรับเอาแนวคิดมนุษย์นิยมที่อ้างว่าใช้หลักเหตุผลและวิทยาศาสตร์เพื่อปฏิเสธรากเหง้าของประเทศ

เพื่อให้หลักมนุษย์ศาสตร์ทางโลกมีความน่าเชื่อถือจึงมีการสร้างและยัดเยียดลัทธิต่างๆเข้ามาสวมข้างบน ไม่ว่าจะเป็นลัทธิสังคมนิยม ลัทธิคอมมิวนิสต์ และลัทธิประชาธิปไตยเพื่อที่จะล้มล้างระบอบกษัตริย์ของประเทศต่างๆทั่วโลก รวมท้ังระบอบธรรมราชาของสยามประเทศ

แต่จะควบคุมประเทศได้ต้องวางระบบการเงินและเศรษฐกิจหรือลัทธิทุนนิยมควบคู่ไปด้วยกับประชาธิปไตย และหลักมนุษย์นิยม เพื่อให้เงินกลายเป็นพระเจ้าองค์ใหม่ที่ทุกคนต้องดินรนแสวงหา

ดูเผินๆ มนุษยวิทยาทางโลกน่าเชื่อถือ เพราะว่าเน้นความเป็นอิสระของปัจเจกบุคคล และอิสระทางความคิดตามหลักเหตุผล ไม่เชื่อในการเวียนว่ายตายเกิดไม่เชื่อในนรกสวรรค์ เชื่อว่าเกิดมาแล้วมีชีวิตเดียว ให้แสวงหาความสุขใส่ตัวเต็มที่ กระตุ้นให้คนปลดแอกออกจากระบบเดิมทำให้กลายทางเลือกของอนาคตใหม่

มนุษย์วิทยาทางโลกก้าวขึ้นมาเพื่อทำลายโครงสร้างเดิมของยุโรปที่เบียดบังความคิดสร้างสรรค์ และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ภายใต้อิทธิพลหรือการปกครองโดยศาสนจักรของโรม และกษัตริย์ยุโรปที่กดขี่ประชาชนตามที่โรมบงการ การศึกษาของยุโรปมาจากประเพณีคริสต์ (Christian tradition)ค่อยๆถูกแทนที่ด้วยวิทยาการความรู้ใหม่ที่มาจากการเกิดใหม่ทางวิทยาการ (Renaissance)ที่มีต้นตอมาจากอิตาลี และขบวนการมนุษย์นิยมที่ตามมา

นิสิตนักศึกษาไทยที่ถูกล้างสมองจากหลักสูตร หรือแนวคิดปรัชญาของมนุษย์วิทยาทางโลกหลังจากเรียนจบออกมาเข้ามาอยู่ในสังคม หรือกลายเป็นครูบาอาจารย์ก็จะไม่รู้ หรือไม่เข้าใจโครงสร้างเดิมที่เป็นเสาหลักของประเทศ แถมบางคนดูหมิ่นศาสนา สถาบันเบื้องสูงหรือแนวคิดทางประเพณีเดิมว่าเป็นของที่ล้าสมัย

มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยจึงกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์นักมนุษย์นิยม นักประชาธิปไตย นักสังคมนิยมหัวเอียงซ้าย นักสิทธิมนุษยชน นักทุนนิยม นักบูชาเงินตรา

ยิ่งมีงานดี เงินดี ร่ำรวยขึ้นมา ซึ่งเป็นสภาพชั่วคราวที่ไม่ยั่งยืน ทำให้เกิดความมั่นใจอย่างผิดๆว่าแนวทางมนุษย์นิยมทั้งโลกเป็นวิถีที่แท้จริง โดยหารู้ไม่ว่ามนุษย์นิยมทางโลกมีการแต่เคลือบยาพิษเข้าไปในตำรา

มีน้อยคนนักที่เป็นนักอนุรักษ์นิยม (conservatism)ที่กลายเป็นคนส่วนน้อยไป

ต้องถือว่า คุณช่อที่กำลังมีข่าวอื้อฉาวในเวลานี้เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของการวางระบบการศึกษาแบบมนุษย์นิยมทางโลกในระบบการศึกษาของไทยที่ถูกครอบงำจนเกือบเบ็ดเสร็จไปแล้ว

รากเหง้าของประเทศถูกทำลายไปมากพอแล้ว ได้เวลาหรือยังที่จะได้รับการเยียวยาฟื้นฟู เพื่อคนไทยจะกลับมาหน้าใสอีกครั้ง

@ Thanong Fan Club