วันจันทร์ 28 กันยายน 2020
  • :
  • :
Latest Update

ขอบคุณเฟซบุ๊ก – โดย วสิษฐ เดชกุญชร

ผมเป็นคนหนึ่งที่ใช้เฟซบุ๊กเป็นประจำ (Facebook ไม่ทราบว่า ราชบัณฑิตยสภาบัญญัติคำแปลเป็นภาษาไทยแล้วหรือยัง หรือถ้าจะให้ ใช้ทับศัพท์จะให้สะกดการันต์อย่างไร) ทีแรกก็ตั้งใจจะใช้เป็นห้องรับแขกสำหรับคุยกันกับเพื่อน และทำความรู้จักกับผู้ที่สนใจอยากจะเป็นเพื่อนกับผม และก็สมอยาก เพราะผมได้พบทั้งกับเพื่อนเก่าและรู้จักกับเพื่อนใหม่อีกเป็นจำนวนรวมหลาย พันคน ในบรรดาเพื่อนใหม่นั้นหลายคนกลายเป็นกัลยาณมิตร ให้ทั้งความรู้และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์และให้ลาภแบบต่างๆ แก่ผม เช่น ของกินของใช้ ทั้งที่จนเดี๋ยวนี้บางคนยังไม่เคยพบกับผมเลย

นอกจากเพื่อนทั้งเก่าและใหม่แล้ว สิ่งมีค่ามากที่ผมไม่ได้คาดหมายว่าจะได้จากเฟซบุ๊กก็คือความรู้เกี่ยวกับ สังคมไทย โดยเฉพาะความรู้ที่ว่า แม้เมืองไทยดูเหมือนจะมีคนใจแคบและเห็นแก่ตัวมาก แต่ในเวลาเดียวกันเมืองไทยก็มีคนใจบุญมากเช่นเดียวกัน ผมได้ความรู้นี้จากแจ้งความบอกเรื่องหมาและแมวป่วย หาย และถูก เจ้าของปล่อย ซึ่งมีเป็นประจำทุกวัน วันละหลายสิบราย แจ้งความเหล่านี้มา จากผู้ที่พบเห็นทั่วประเทศ เมื่อพบเห็นแล้วท่านเหล่านั้นก็ไม่นิ่งดูดาย แต่ลงแจ้งความในหน้าเฟซบุ๊กของตน ปฏิกิริยาจากท่านผู้อื่นที่ได้อ่านแจ้งความนั้นก็เกินความคาดหมายของผม และทำให้ผมรู้สึกปีติโสมนัส คิดว่าถ้ายังเห็นข่าวอย่างนี้อยู่ในเฟซบุ๊ก เมืองไทยก็ยังไม่สิ้นหวัง เพราะข่าวนี้แสดงว่ายังมีคนที่มีเมตตากรุณาอยู่เป็นอันมากและเป็นประจำทุก เมื่อเชื่อวัน แม้แต่กับหมาและแมวที่ตัวเองไม่รู้จักหรือเป็นเจ้าของ

ปฏิกิริยาเบื้องต้นของผู้ที่ได้อ่านข่าวเกี่ยวกับหมา แมวนี้เหมือนกันทุกราย คือผู้รู้ข่าวจะแสดงความเสียใจ แล้วก็แพร่ข่าวออกไปเพื่อให้ผู้อื่นรู้ด้วย (share) บางคนก็แนะนำผู้ลงแจ้งความให้รู้ว่ามีสมาคมองค์กรการกุศลใดที่ช่วยเหลือหมา และแมวอยู่ที่ไหน และก็มีอยู่เป็นจำนวนมากและตลอดเวลาที่โอนเงินช่วยค่ารักษาพยาบาลหมาและแมว ป่วยไปเข้าบัญชีธนาคารของผู้แจ้งข่าว ส่วนผู้แจ้งข่าวนั้นก็น่ารัก เพราะพอได้ค่ารักษาพยาบาลพอหรือหมาแมวหายป่วยหรือตาย ก็แจ้งความงดรับค่ารักษาพยาบาลทันที

นอกจากจะช่วยแพร่ข่าวหมาและแมวป่วยให้เพื่อน ชาวเฟซบุ๊กอื่นๆ ทราบแล้ว ผมยังส่งเงินไปช่วยด้วย โดยเฉพาะรายที่ผมเห็นว่าสาหัสและต้องการความช่วยเหลือมาก และก็เพราะเฟซบุ๊กผมจึงได้รู้จักมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย (Soi Dog Foundation) ซึ่งตั้งขึ้นที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อปี พ.ศ.2546 เพื่อช่วยเหลือหมาและแมวจรจัดในเกาะภูเก็ต แต่ในปัจจุบันได้ขยายกิจกรรมออกไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ สำหรับมูลนิธินี้ผมบริจาคเงินให้เป็นประจำทุกเดือน

ความเมตตากรุณาของเพื่อนชาวเฟซบุ๊กนี้มิได้จำกัดอยู่ แต่เฉพาะหมากับแมวเท่านั้น แต่ยังแผ่ไปถึงสัตว์ชนิดอื่น เช่นวัวควายที่กำลังมีผู้นำไปโรงฆ่าสัตว์ มีผู้ใจบุญแจ้งข่าวบ่อยๆ ว่าได้ไปขอซื้อวัวควายเหล่านั้นเพื่อไถ่ชีวิต แต่ยังขาดเงินอยู่ ผู้แจ้งขอระดมทุนเพื่อช่วยเหลือ แล้วก็มีผู้ส่งเงินไปสมทบ ช่วยซื้อไถ่ชีวิตวัวควายเหล่านั้นเสมอ

และแน่นอน เมื่อมีเมตตากรุณาต่อสัตว์ มนุษย์ก็ได้รับเมตตากรุณาจากเพื่อนชาวเฟซบุ๊กของผมด้วย ทุกครั้งที่มีผู้แจ้งความว่ามีผู้ป่วยยากไร้ หรือเด็กกำพร้า หรือเด็กนักเรียนที่พ่อแม่ไม่สามารถจะส่งเสียให้เรียนหนังสือ เพื่อนชาวเฟซบุ๊กของผมก็แสดงเมตตากรุณาด้วยการแพร่ข่าวและส่งเงินไปช่วยเช่น เดียวกัน

เพื่อนเฟซบุ๊กคนหนึ่งที่เป็นขาประจำช่วยผู้ยากไร้หรือ ป่วยด้วยโรคร้าย เช่น มะเร็ง คือคุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ดาราและผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์มีชื่อของเมืองไทย ผมไม่เคยพบคุณบิณฑ์และไม่เคยดูหนังที่คุณบิณฑ์เป็นผู้แสดงหรือกำกับด้วย รู้จักคุณบิณฑ์แต่จากเฟซบุ๊ก ในฐานะที่ท่านเป็นอาสาสมัครของมูลนิธิร่วมกตัญญู ทำแต่งานสาธารณกุศลช่วยคนยากไร้และผู้ป่วยด้วยโรคร้ายตลอดเวลาเท่านั้น

สรุปแล้วสำหรับผมเฟซบุ๊กเป็นสื่อสังคมที่ให้คุณมากกว่าให้โทษ เพราะช่วยให้ผมได้ทำบุญช่วยชีวิตสัตว์และเพื่อนมนุษย์อยู่ตลอดเวลา

ผมจึงขอจารึกและประกาศคุณของเฟซบุ๊กเอาไว้ในที่นี้