วันจันทร์ 22 ตุลาคม 2018
  • :
  • :
Latest Update

คณะราษฎร์ให้เครื่องบิน 3 ลำ เชิญรัฐธรรมนูญจำลองมาแสดงแก่ชาวอุตรดิตถ์แต่ประสบอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิต 8 คน

ในปีพ.ศ. 2466  อุตรดิษฐ์ได้จัดสร้างสนามบินขึ้น ณ บริเวณแนวที่ตั้งโรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ  ที่ว่าการอำเภอเมืองอุตรดิตถ์  วิทยาลัยอาชีวศึกษา  ขึ้นไปทางเหนือจนจรดถนนอินใจมี  ทิศตะวันออกจรดแนวถนนแปดวา  ทิศตะวันตกจรดคลองโพในปัจจุบัน  โดยใช้แรงงานคนประมาณวันละ 200-300 คน  ทุกวันผู้ที่มาทำงานจะทำกันอย่างเต็มที่เพราะทุกคนอยากจะเห็นเครื่องบิน การสร้างสนามบินครั้งนั้น  มีการตัดต้นไม้ที่เป็นป่ารกทึบ  ปรับพื้นที่ถมหนองน้ำ ตรงไหนสูงและมีจอมปลวกก็ขุดออกปรับหน้าดินให้เสมอกัน  ยิ่งได้ยินว่าทางราชการได้กำหนดจัดงานวันเครื่องบินลงในสนาม ก็มีการสร้างร้านค้า  โรงเล่นการพนัน 44  แห่ง  โรงพักเครื่องบิน  โรงพิธีทำขวัญเครื่องบิน  โดยกำหนดให้มีงาน 7 วัน 7 คืน  จัดเป็นงานใหญ่ของเมือง  เก็บเงินค่าเข้าชมเพื่อบำรุงการบินของกองทัพบก  ซึ่งทางราชการเมืองอุตรดิษฐ์ได้ออกหนังสือประกาศไปทั่วทุกอำเภอและเมืองต่าง ๆ ที่ใกล้เคียงบอกกำหนดวันจะมีงาน “รับเครื่องบินและเปิดสนามบินอุตรดิษฐ์”
 
เมื่อถึงเวลาใกล้วันงานประชาชนทั้งในตัวเมืองอุตรดิษฐ์ และจากอำเภอต่าง ๆ ก็พากันเดินทางเข้ามาเพื่อดูเครื่องบินและดูงาน  คนแก่คนเฒ่าเด็กเล็กก็อยากเห็นเครื่องบินกันทั้งนั้น มากันมากมายแทบทุกอำเภอทั้งเมืองใกล้เคียงก็พากันมาไม่น้อย มาหาที่พักกันตามบ้านญาติพี่น้อง  บางพวกก็สร้างเพิงเป็นที่พักกันชั่วคราวเพียงอาศัยหุงหาอาหารกินกัน  บ้างก็พักตามศาลาวัดหรือบริเวณสนามศาลากลาง
 
วันเครื่องบินมาลงสนาม  บรรดาโรงร้านที่ปลูกสร้างไว้ในสนามได้ประดับธงทิวปลิวไสวอย่างสวยงาม  ในสนามก็มีทั้งตำรวจ ทหาร คอยรักษาความสงบเรียบร้อย ประชาชนชายหญิงต่างพากันแหงนหน้าจับตาดูบนท้องฟ้าตั้งใจดูเครื่องบิน นักเรียนประจำจังหวัดชายแต่งเครื่องแบบลูกเสือเป็นยามรักษาประตูทางเข้าสนามบิน  ผู้คนหลั่งไหลอย่างเนืองแน่น

เสียงเครื่องบินดังกระหึ่มมาบนท้องฟ้าดังใกล้เข้ามาทุกระยะ  จนมองเห็นได้ว่าบินมาด้วยกัน 3 เครื่อง มองเห็นในระยะสูงบางคนจึงพูดว่า “ตัวมันเล็กว่านกแร้ง”  เมื่อเครื่องบินบินใกล้เข้ามาจนมองเห็นได้ถนัด ประชาชนต่างร้องตะโกนขึ้นพร้อมกัน “มาแล้ว มาแล้ว มันใหญ่โตอะไรอย่างนี้ ไม่น่าจะบินขึ้นไปได้เลย”  พร้อมกับเสียง “ไชโย  ไชโย  ไชโย”  ดังลั่นสนาม

เจ้าหน้าที่กองบินฝ่ายพื้นสนามได้ใช้ผ้าขาวสี่เหลี่ยมปูกลางสนาม  พร้อมกับก่อไฟให้เป็นควันพุ่งขึ้นเป็นสัญญาณให้เครื่องบินลง เครื่องบินบินเป็นวงรอบสนาม และโปรยขนมช็อกโกแลตลงมายังหมู่คน  เมื่อเครื่องบินทั้ง 3  เครื่อง ได้ลงสู่สนามเรียบร้อยแล้ว และขณะที่กำลังบินอยู่กลางอากาศ เสียงคนแก่คนเฒ่าพูดกันว่า “น่าแปลกใจจริง ๆ ทำไมจึงบินได้ นี่กระมังที่เขาว่าเหาะได้ พ่อคุณเอ๋ย พ่อมหาจำเริญ ช่างเก่งจริง ๆ ไม่กลัวตาย”

เครื่องบินพักอยู่ 7 วัน 7 คืน  ตลอดงานเวลาเช้าและเวลาเย็นทุกวัน  จะนำคนขึ้นบินชมทิวทัศน์ของเมืองทั้งใกล้และไกลตามระยะอัตราค่าโดยสาร  ส่วนกลางคืนจะมีการเวียนเทียนทำขวัญเครื่องบินและนักบิน  พอเสร็จงานแล้วเครื่องบินก็บินกลับ มีบางคนร้องไห้คิดถึงเครื่องบิน บางคนก็ให้พรตามหลังไปว่า “ไปให้ดีนะพ่อคุณนะ  เมื่อไรจะกลับมาหาพวกเราอีก”
 พ.ศ. 2466 เครื่องบินโชว์ตัวที่อุตรดิตถ์ คนอุตรดิตถ์อยากดูจึงร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสนามบินให้เครื่องบินลง
พ.ศ.2477 รัฐบาลคณะราษฎร์ให้เครื่องบิน 3 ลำ เชิญรัฐธรรมนูญจำลองมาแสดงแก่ชาวอุตรดิตถ์  ขณะที่เครื่องบินร่อนลงสู่สนามบินที่ทางวิ่งเป็นดินที่ปรับเกลี่ยจนเรียบนั้น  ก่อนหน้า 2 วันเกิดฝนหลงฤดูมาตกใส่  แต่คาดกันว่าน่าจะแห้งทันแน่เพราะแดดออกจัด เมื่อเครื่องบินลงล้อแตะสนามบิน โอ้…สนามบินที่ถมไปบนปลักควายนั้น ยุบลงข้างหนึ่ง ชาวอุตรดิตถ์และชาวอำเภอใกล้เคียงที่แห่กันมาต้อนรับมืดฟ้ามัวดิน  หวีดร้องกันสุดเสียง เครื่องบินเซเข้าหาฝูงชนอย่างบ้าคลั่ง ฝุ่นตลบไปหมดได้ยินแต่เสียงคนร้องเข่งกันอย่างสุดเสียง  เมื่อฝุ่นจางลง คุณพระช่วย……ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ นอนกันกลาดเกลื่อน  มีผู้เสียชีวิต 8 รายบาดเจ็บอีกนับร้อย  ในเดือนเมษายน ปี 2478 กองทัพอากาศรับเป็นเจ้าภาพในพิธีฌาปนกิจ  นำเครื่องบินลงสนามในวันงานรวม 9 เครื่องมีการแสดงโชว์ทางอากาศ เป็นที่ชื่นชมของผู้คนชาวอุตรดิตถ์เป็นอย่างมาก