วันอังคาร 13 พฤศจิกายน 2018
  • :
  • :
Latest Update

จากรากนคราสู่เงินถุงแดงมรดกที่ร.3ทิ้งไว้ช่วยให้ชาติพ้นวิกฤตร.ศ.112

 “เงินถุงแดง” เป็นเงินที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่3ทรงได้จากการค้าสำเภาส่วนพระองค์เมื่อครั้งยังทรงดำรงพระอิศริยยศพระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์

นอกจากจะถวายสมเด็จพระบรมชนกนาถใช้ในการแผ่นดินแล้วทรงเก็บหอมรอมริบเงินที่ได้จากการค้าส่วนพระองค์ไว้เป็นจำนวนมากโดยเก็บใส่”ถุงผ้าสีแดง”ไว้ข้างพระแท่นที่บรรทมจึงเรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า”เงินพระคลังข้างที่”คำว่า”พระคลังข้างที่”ทรงพระราชทานเป็นทุนสำรองให้แก่แผ่นดินสำหรับใช้ในยามบ้านเมืองอยู่ในภาวะคับขันในเวลาต่อมา

เงินในถุงแดงที่ทรงสะสมนี้ประมาณ4หมื่นชั่งเศษโดยก่อนเสด็จสวรรคตได้มีพระดำรัสสั่งเสียมอบเงินถุงแดงนี้ไว้ใช้ไถ่บ้านไถ่เมืองแต่ได้ทรงขอไว้สำหรับปฏิสังขรณ์วัดวาอารามเสีย1หมื่นชั่งซึ่งภายหลังก็จริงดังพระราชดำรัสเมื่อถึงเวลาต้องไถ่บ้านไถ่เมืองกับฝรั่งเศสในสมัยรศ112ในสมัยรัชกาลที่5ไทยเราต้องใช้เงิน3หมื่นชั่งเศษของพระนั่งเกล้าฯไถ่บ้านไถ่เมืองซึ่งเวลานั้นก็ประมาณสองล้านห้า-สองล้านหกซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลย

ในเอกสารพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์รัชกาลที่3โดยเจ้าพระยาทิพากรวงศามหาโกษาธิบดีได้กล่าวถึงพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่3ที่สำคัญเมื่อใกล้สวรรคตพระราชทานแก่ขุนนางข้าราชบริพารที่เข้าเฝ้าฯไว้ว่า

 

“การศึกสงครามข้างญวนข้างพม่าก็เห็นจะไม่มีแล้วจะมีอยู่ก็แต่ข้างพวกฝรั่งให้ระวังให้ดีอย่าให้เสียทีแก่เขาได้การงานสิ่งใดของเขาที่คิดควรจะเรียนเอาไว้ก็ให้เอาอย่างเขาแต่อย่าให้นับถือเลื่อมใสไปเสียทีเดียวทุกวันนี้คิดสละห่วงใยได้หมดอาลัยแต่วัดวาสร้างไว้ใหญ่โตหลายวัดที่ยังค้างอยู่ก็มีถ้าชำรุดทรุดโทรมไปจะไม่มีผู้ช่วยทำนุบำรุงเงินในพระคลังที่เหลือจับจ่ายในราชการแผ่นดินมีอยู่40,000ชั่งนี้ขอสัก10,000ชั่งเถิดให้ไว้บำรุงวัดวาที่ยังค้างอยู่”

จากพระราชดำรัสดังกล่าวแสดงถึงพระวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลของรัชกาลที่3ทรงเห็นภัยคุกคามเอกราชสยามจากชาติตะวันตกในยุคนั้นทรงห่วงใยบ้านเมืองและวัดวาอารามที่ทรงสร้างขึ้นไว้ให้เป็นศรีสง่าแก่บ้านเมืองพระราชดำรัสของรัชกาลที่3

มีข้อสังเกตว่าในคติจีนมีความเชื่อว่าถุงผ้าสีแดงสามารถขับไล่ภยันตรายและสิ่งชั่วร้ายได้และสื่อความหมายอันเป็นมงคลและความโชคดีสันนิษฐานว่าการเก็บเงินใส่ถุงผ้าสีแดงอาจได้รับอิทธิพลจากคติจีนดังกล่าวซึ่งสมัยรัชกาลที่3เป็นยุคที่มีการติดต่อค้าขายกับจีนอย่างเฟื่องฟูจึงน่าจะสัมพันธ์กับการนำเงินใส่ซองสีแดงมอบให้ลูกหลานในเทศกาลหรืองานมงคลของจีนอันแสดงถึงความมั่งคั่งร่ำรวยความสุขสวัสดิมงคลและความโชคดีด้วยเช่นกัน

เหรียญที่อยู่ในเงินถุงแดง

 
จาก รากนครา สู่ เงินถุงแดง มรดก ที่ ร.3 ทิ้งไว้ช่วยให้ชาติ พ้น วิกฤต ร.ศ.112

ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีการติดต่อการค้ากับต่างประเทศสื่อที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนและใช้ในระบบเศรษฐกิจและการค้าขายระหว่างประเทศจึงน่าจะเป็นเงินเหรียญต่างประเทศที่มีการยอมรับกันในยุคนั้นในสมัยรัชกาลที่3มีเงินต่างประเทศเช่นเงินเม็กซิโกเงินเปรูและเงินรูปีของอินเดียเป็นต้นเป็นที่ยอมรับในการแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้ากันอยู่ในเมืองไทยแล้วแม้ว่าสื่อในการแลกเปลี่ยนสินค้าของไทยในสมัยรัชกาลที่3จะเป็นเงินพดด้วงก็ตาม

สันนิษฐานว่าเงินในถุงแดงน่าจะเป็นเงินต่างประเทศที่ใช้เป็นสื่อในการแลกเปลี่ยนในสมัยนั้นดังเช่นเหรียญรูปนกของเม็กซิโกซึ่งใช้เป็นสื่อในการแลกเปลี่ยนสินค้าที่หลายชาติให้การยอมรับในสมัยนั้น

 เหรียญนกเม็กซิโก มีลักษณะเป็นเหรียญกลมแบนมีรูปนกอินทรีย์อยู่ด้านหนึ่ง(รูปนกอินทรีย์กางปีกปากคาบอสรพิษเป็นสัญลักษณ์ของประเทศเม็กซิโก)ไทยจึงเรียก”เหรียญนก”

นอกจากนี้จากข้อสันนิษฐานที่เชื่อว่าเหรียญนกเม็กซิโกเป็นเหรียญเงินในถุงแดงเนื่องจากเหรียญนกเม็กซิกันที่พบเป็นรูปพิมพ์มีความพิเศษที่พิมพ์กำกับปีค.ศ.1821-1921(พ.ศ.2364-2464)ไว้ว่าเป็นที่ระลึกเมื่อครบรอบหนึ่งศตวรรษที่นำออกใช้เหรียญดังกล่าวน่าจะเป็นเหรียญเงินที่ใช้ตรงกับสมัยรัชกาลที่3(พ.ศ.2367-2394)สอดคล้องกับหลักฐานเอกสารฝรั่งเศสที่กล่าวถึงเงินค่าปรับสงครามของไทยที่ชำระด้วยเหรียญเม็กซิกันในเอกสารฝรั่งเศสที่กล่าวถึงเงินเม็กซิกันที่บรรทุกมาใส่เรือมาจากสยามในเหตุการณ์ร.ศ.112มีน้ำหนักประมาณ23ตัน

 
จาก รากนครา สู่ เงินถุงแดง มรดก ที่ ร.3 ทิ้งไว้ช่วยให้ชาติ พ้น วิกฤต ร.ศ.112

วิกฤตเหตุการณ์ร.ศ.112
 
ไทยต้องจ่ายค่าปรับแก่ฝรั่งเศสภายใน48ชั่วโมงมิฉะนั้นจะเสียดินแดนเหตุการณ์วิกฤตการณ์ร.ศ.112(พ.ศ.2436)สมัยรัชกาลที่5ถือได้ว่าเป็นหนึ่งเหตุการณ์ที่ไทยเกือบเสียเอกราชมากที่สุดเมื่อจักรวรรดินิยมฝรั่งเศสได้ขยายอิทธิพลเข้ามา
จาก รากนครา สู่ เงินถุงแดง มรดก ที่ ร.3 ทิ้งไว้ช่วยให้ชาติ พ้น วิกฤต ร.ศ.112

ในวันที่13กรกฏาคมร.ศ.112(พ.ศ.2436)เรือรบฝรั่งเศสก็ได้ชัยชนะรุกผ่านเข้าปากแม่น้ำเจ้าพระยาเทียบท่าอยู่หน้าสถานทูตฝรั่งเศสในพระนครได้สำเร็จและได้หันปืนใหญ่น้อยบนเรือจังก้าเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง โดยฝรั่งเศสได้ยื่นคำขาดแก่รัฐบาลสยามมีอยู่ข้อหนึ่งที่สยามต้องจ่ายเงิน3ล้านฟรังก์โดยชำระเป็นเงินเหรียญทันทีเป็นการชดใช้ค่าเสียหายต่างๆโดยกำหนดภายใน48ชั่วโมงมิฉะนั้นกองทัพเรือฝรั่งเศสจะปิดอ่าวไทยทันทีและสั่งทูตฝรั่งเศสออกจากสยามโดยสยามอาจตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสได้ 

จาก รากนครา สู่ เงินถุงแดง มรดก ที่ ร.3 ทิ้งไว้ช่วยให้ชาติ พ้น วิกฤต ร.ศ.112

    ซึ่ง “วิกฤตการณ์ร.ศ.๑๑๒” เป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ในอดีตที่สร้างความเศร้าโศกเสียพระราชหฤทัยให้กับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่5ไม่เป็นอันเสวยหรือบรรทมจนประชวรหนักเพราะเหตุทรงเจ็บช้ำพระราชหฤทัยขมขื่นและระทมทุกข์จากชาิติฝรั่งเศสที่เข้ามารุกรานแผ่นดินสยามจนท้อพระทัยว่าพระนามของพระองค์จะถูกลูกหลานในอนาคตติฉินนินทาไม่รู้จบสิ้นเปรียบเสมือนสองกษัตริย์”ทวิราช”ที่สูญเสียเศวตฉัตรแห่งแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาให้กับอังวะในปีพ.ศ.2310และเป็นที่ทราบกันดีว่าวิฤติการณ์ร.ศ.112ในครั้งนี้ได้เป็นจุดเริ่มแห่งความเจ็บช้ำในพระทัยต่อพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์และทรงจดจำมิลืมเลือนจึงทรงสักยันต์”ตราดร.ศ.๑๑๒”ไว้ตรงพระอุระของพระองค์เพื่อเป็นการย้ำเตือนถึงความเจ็บช้ำที่เกิดจากเหตุการณ์ในกาลนั้น

 

 

 

จาก รากนครา สู่ เงินถุงแดง มรดก ที่ ร.3 ทิ้งไว้ช่วยให้ชาติ พ้น วิกฤต ร.ศ.112

เงินถุงแดงจึงถูกนำมาใช้สมทบเป็นค่าปรับที่ฝรั่งเศสเรียกร้องโดยนำไปสมทบกับเงินในท้องพระคลังหลวงที่มีอยู่นำไปเป็นค่าปรับสงครามแก่ฝรั่งเศสก็ยังไม่พอกับเงิน3ล้านฟรังก์เจ้านายชั้นผู้ใหญ่พระบรมวงศานุวงศ์ตลอดจนข้าราชการจึงช่วยกันถวายเงินทองและสร้อยเพชรนิลจินดาไปแลกเป็นเงินเหรียญรวบรวมใส่ถุงขนออกจากพระบรมมหาราชวังทางประตูต้นสนไปยังท่าราชวรดิษฐ์กันตลอดทั้งวันทั้งคืนออกไปหลายเที่ยวเนื่องจากมีเวลาจำกัดเพียง48ชั่วโมงกล่าวกันว่าน้ำหนักของเงินเหรียญที่ใส่รถออกไปหลายเที่ยวทำให้ถนนเป็นรอยสึกเพราะน้ำหนักของเงินเหรียญจำนวนมากมายมีน้ำหนักถึง21ตัน

บทส่งท้าย

เงินถุงแดงไม่ได้เป็นเพียงแต่พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์พระมหากษัตริย์ที่ทรงนำมาช่วยแก้ปัญหาวิกฤตบ้านเมืองในเหตุการณ์ร.ศ.112เท่านั้นแต่เรื่องราวของเงินถุงแดงยังได้สะท้อนให้เห็นถึงการติดต่อสัมพันธ์กับชาติตะวันตกที่เข้ามาติดต่อค้าขายในสมัยรัชกาลที่3และได้ส่งอิทธิพลให้เกิดเหรียญกษาปณ์ไทยในสมัยต่อมา

นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นพระราชวินิจฉัยและพระวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่3ที่ทรงเล็งเห็นภัยที่คุกคามเอกราชของประเทศชาติของชาติตะวันตกในยุคนั้นกับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดกับสยามประเทศในภายภาคหน้าซึ่งเป็นไปตามที่ทรงคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าถึง43ปี

“การศึกสงครามข้างญวนข้างพม่าก็เห็นจะไม่มีแล้วจะมีอยู่ก็แต่ข้างพวกฝรั่งให้ระวังให้ดีอย่าให้เสียทีแก่เขาได้การงานสิ่งใดของเขาที่คิดควรจะเรียนเอาไว้ก็ให้เอาอย่างเขาแต่อย่าให้นับถือเลื่อมใสไปเสียทีเดียว”

   พระราชดำรัสของพระองค์ซึ่งได้กล่าวในข้างต้นเป็นสิ่งที่ทันสมัยและเป็นสิ่งที่คนไทยในปัจจุบันควรยึดถือปฏิบัติตามเงินถุงแดงจึงเป็นเหมือนสิ่งเตือนสติคนไทยให้ดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาทรู้จักเก็บออมไว้เพื่อไว้ใช้เมื่อยามจำเป็นดังนั้นเงินถุงแดงที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสะสมและพระราชทานให้แก่แผ่นดินนำมาใช้ไถ่บ้านไถ่เมืองจนสามารถช่วยกอบกู้เอกราชของชาติไว้ได้จึงถือเป็นเครื่องเตือนใจคนไทยให้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ที่มีต่อปวงชนชาวไทยและสยามประเทศ.
จาก รากนครา สู่ เงินถุงแดง มรดก ที่ ร.3 ทิ้งไว้ช่วยให้ชาติ พ้น วิกฤต ร.ศ.112

Cr::trueplookpanya