วันพุธ 23 กันยายน 2020
  • :
  • :
Latest Update

ตัดท่อน้ำเลี้ยงม็อบต้าน สั่งปปง.สอบไอ้โม่งชักใยชุมนุม10กุมภาฯ

สมช.-รัฐบาลจับตาม็อบต้านนัดชุมนุมใหญ่10กุมภาฯนี้ ส่วน”ศรีวราห์”ฮึ่มเตรียมใช้กม.จัดการเด็ดขาด100%ไม่มีผ่อนผัน หวั่นมือที่สามสร้างสถานการณ์ แฉมีกลุ่มไอ้โม่งชักใยสั่งปปง.สอบเส้นทางการเงินแล้ว

6 ก.พ.61 พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณีการนัดรวมตัวเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยมีกิจกรรมทวงคืนการเลือกตั้ง ในวันที่ 10 ก.พ.ที่บริเวณสกายวอล์ก ปทุมวัน ว่า ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ติดตามข้อมูลและเฝ้าระวังอยู่แล้ว ไม่คิดว่าเรื่องดังกล่าวมันจะลุกลามบานปลาย เพราะมีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ คงไม่มีอะไร ถ้ามีเจ้าหน้าที่จะมีการแจ้งเตือน

ก่อนหน้านี้ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายไปแจ้งความดำเนินคดีกับบรรดาแกนนำที่เคลื่อนไหวชุมนุม อ้างว่าฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คนไปแล้ว

หมายหัวกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  เรื่องนี้ฝ่ายความมั่นคงติดตามอยู่ แต่ไม่ได้กดดัน เพียงแต่ทุกคนทราบในข้อกฎหมายและจากการรับฟังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เขาจะใช้มาตรการที่ทำให้ทุกคนรู้สึกสบายใจที่สุด เช่น เมื่อรู้ว่าใครจะทำอะไรจะแจ้งให้ทราบว่าสามารถทำอะไรได้บ้างหลักกฎหมายเป็นอย่างไร ถ้าเชื่อทุกอย่างก็จบ ถ้าไม่เชื่อทำไปไม่ผิดกฎหมายก็ไม่มีใครว่า แต่ถ้าผิดกฎหมายเขาต้องดำเนินคดี ไม่เช่นนั้นจะถูกต่อว่าจากคนอีกกลุ่มว่าปล่อยปละละเลยให้มีผู้กระทำผิดกฎหมาย

“ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์วันนี้หรือวันที่มีการเลือกตั้ง เรารู้ว่ากฎหมายคืออะไร แล้วยังกระทำผิดกฎหมาย ต่อให้มีการเลือกตั้งอีกร้อยครั้งพันครั้ง ก็ไม่สามารถทำให้สังคมมีความสงบสุขและร่มเย็นได้ หลักการสำคัญคือต้องเคารพกฎหมาย” พล.ท.สรรเสริญกล่าว

ขีดเส้นตายม็อบต้านมอบตัว8กพ.

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณ์มนกุล รอง ผบ.ตร.ฝ่ายความมั่นคง ระบุว่า วันนี้มีผู้ชุมหรือม็อบสกายวอล์ค เข้ามอบตัวกับตำรวจ สน.ปทุมวัน เพื่อรับทราบข้อหาเพิ่มอีก 1 คน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาและคุมตัวส่งฟ้องศาลทันที ส่วนม็อบให้กำลังใจรองนายกฝ่ายความมั่นคงที่กระทรวงกลาโหม วันนี้เข้ามอบตัวเพิ่มอีก 5 คน ซึ่งพนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง ได้แจ้งข้อหาและคุมตัวส่งฟ้องศาลเช่นกัน ซึ่งคดีม็อบหนุนรองนายกฯ ขณะนี้มีผู้ต้องหาเข้ามอบตัวแล้วทั้งสิ้น 6 คน

นอกจากนี้ พนังงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้ม็อบสกายวอล์ค ที่เหลือเข้ามอบตัวภายในวันที่ 8 ก.พ.นี้ หากฝ่าฝืนไม่มาตามหมายเรียก จะออกหมายจับ

ขู่ใช้กม.จัดการม็อบ10ก.พ.เด็ดขาด

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่าสำหรับการชุมนุมสนับสนุนการเลือกตั้ง ที่ถนนราชดำเนิน เวลา 16.00 น.วันที่ 10 กพ.นี้ ว่า เจ้าหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด หากทำผิดตามมาตรา 7 (ห้ามชุมนุมสาธารณะในรัศมี 150 เมตรจากพระบรมมหาราชวัง หรือชุมนุมในพื้นที่รัฐสภา ทำเนียบรัฐาลและศาล) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย่อมยอมไม่ได้ แต่หากเป็นการชุมนุมตามมาตรา 10 โดยแจ้งเจ้าหน้าที่รับทราบก่อนจัดชุมนุม 24 ชม.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ไม่ได้เพ็งเล็งเป็นพิเศษ

หวั่นมือที่3ส่งปปง.สอบไอ้โม่งชักใย

ทั้งนี้ ยอมรับเป็นห่วงมือที่ 3 ที่จะสร้างสถานการณ์ แม้การข่าวจะยังไม่พบสัญญานการก่อเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะบังคับใช้ กม.100% กับผู้ชุมนุมที่ทำผิดมาตรา 7 ไม่มีผ่อนผัน รวมทั้งการดำเนินคดีกับม็อบ ไม่มีใบสั่งจากรัฐบาล โดยเชื่อว่ามีกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการชุมนุม ซึ่ง ปปง.จะตรวจสอบ แต่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้

กลุ่มสกายวอล์คนัดมอบตัว8ก.พ.

ด้าน น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หนึ่งในผู้ถูกดำเนินคดีจากกิจกรรมรวมพลคนอยากเลือกตั้ง (ม็อบสกายวอล์ค) ยืนยันว่า ผู้ถูกหมายเรียกทุกคนจะเข้ารายงานตัวตามหมายเรียก ในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน อย่างแน่นอน สำหรับหมายเรียกนั้นได้รับเป็นฉบับที่ 2 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางกลุ่มรวมพลคนอยากเลือกตั้งฯ ตั้งใจที่จะเข้ารายงานตัวหลังจากได้รับหมายเรียกฉบับที่ 1 ในวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ทางด้านทนายความให้คำแนะนำถึงขั้นตอนถึงการเข้ารายงานตัว ซึ่งทนายความได้แนะนำว่าหากเข้ารายงานตัวจะถูกฝากขังและอาจจะโดนการคัดค้านประกันตัว เพราะทางกลุ่มรวมพลคนอยากเลือกตั้งฯ ไม่ได้มีการเตรียมเอกสารและเงินในการประกันตัวด้วย อีกทั้งตนมองว่าถือเป็นการละเมิดสิทธิ

นักวิชาการยื่นมือช่วยประกันตัว

น.ส.ณัฏฐา กล่าวต่อว่า จากกรณีที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ได้ออกมาระบุผ่านสื่อว่าตั้งใจจะฝากขังแกนนำทันที ซึ่งตนมองว่าขัดกับเพราะผู้ถูกกล่าวหายังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จึงควรให้สิทธิประกันตัว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีนักวิชาการจำนวน 39 คน ยินดีที่จะมาเป็นนายประกันให้กับกลุ่มรวมพลคนอยากเลือกตั้งฯ ทั้ง 39 คนแล้ว

รีบระดมทุนอีก2ล้านเตรียมเอาไว้

อย่างไรก็ตาม ยังคงจะต้องเตรียมหลักทรัพย์จากการระดมทุนอีกประมาณ 2 ล้านบาทเผื่อไว้ เนื่องจากเกรงว่าจะมีเงื่อนไขให้การประกันตัว และอาจจะต้องใช้บุคคลที่เป็นเครือญาติหรือมีความสัมพันธ์ส่วนตัวเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ยังขาดเงินประกันอีกจำนวนมาก แต่ยืนยันจะสู้เพื่อหลักนิติธรรม แต่เป้าหมายหลักขณะนี้คือการเดินหน้าระดมทุนเพื่อหาเงินในการประกันตัวต่อไป

เสี่ยตือชี้เป็นสัญญานเตือนรัฐบาล

ส่วน นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีการนัดรวมตัวเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยมีกิจกรรมทวงคืนการเลือกตั้ง ในวันที่ 10 ก.พ.ว่า สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณที่บอกให้รัฐบาลรู้ว่าประชาชนต้องการเห็นการเลือกตั้ง เพราะกลุ่มประชาชนที่ออกมานี้ ต้องการให้รัฐบาลปฏิบัติตามโรดแมป คืนอำนาจให้ประชาชน ดังนั้น สัญญาณเหล่านี้เป็นการเตือนให้เห็นแล้วว่าไม่ได้มีเพียงกลุ่มเล็กๆ แล้ว แต่มีการกระจายข้อมูลในโซเชียลไปมากแล้วว่าวันที่ 10 ก.พ.นี้ มารวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตามที่เขาต้องการทวงอำนาจกลับคืนมา เป็นการทวงสัญญาจาก พล.อ.ประยุทธ์ ที่ได้ให้คำมั่นสัญญาเขาเอาไว้

หวั่นเลขอาถรรพ์ซ้ำรอย14ตุลา

“ผมขอฝากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทั้งหลาย ว่าอย่าใช้ความรุนแรง อย่าจำกัดสิทธิเสรีภาพ หรือละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่าให้เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ผมยอมรับว่ากลัวและหวาดวิตก เพราะในประวัติศาสตร์เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 แต่วันนี้ ปี 2561 เป็นตัวเลขเดียวกันทั้งหมด ดังนั้น 45 ปีผ่านไป อย่าให้ประวัติศาสตร์ของการทำร้ายประชาชน แล้วนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกลับมาซ้ำรอยอีกเลยเราทุกคนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปตามระบอบ ไม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงบนกองเลือดและคราบน้ำตาประชาชน ก็ขอให้สติไว้ อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย อย่าให้ 2516 กับ 2561 เป็นเลขอาถรรพ์เลย” นายสมศักดิ์ กล่าว