วันพฤหัสบดี 24 กันยายน 2020
  • :
  • :
Latest Update

ตำนาน พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช

ประชาชนชาวสยามได้ชื่นชมความสามารถพระองค์พีระ อย่างใกล้ชิด เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2480 โดยราชยานยนต์สมาคมแห่งสยาม จัดแสดงรถแข่ง รอมิวลุส พร้อมการขับโชว์ไปตามถนนราชดำเนิน ตลอดจนการจัดงานแข่งขัน “การประลองความเร็ว” ณ สวนมิสกวัน เพื่อเป็นการต้อนรับวีรบุรุษ “พ.พีระ เจ้าดาราทอง” เดินทางกลับสู่มาตุภูมิ ซึ่งขณะนั้นอยู่ในช่วงงานฉลองรัฐธรรมนูญ จึงมีผู้คนมาร่วมชมเป็นจำนวนมาก

พระองค์พีระ จากเจ้าชายดาราทอง ที่ชีวิตต้องสิ้นพระชนม์อย่างโดดเดี่ยว
ร้อยเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช อดีตนักแข่งรถสูตรหนึ่งที่มีชื่อเสียงของไทย ทรงแข่งรถโดยการสนับสนุนของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทั้งสองพระองค์มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในหมู่นักแข่งรถในชื่อ Prince Bira และ Prince Chula ทรงขับรถยี่ห้อ อี.อาร์.เอ. ทาสีฟ้าสดใส สีฟ้าแบบนี้ ปัจจุบันเรียกว่า ฟ้าพีระ (Bira blue)

บทแรก พระองค์เจ้าจุลจักรพงศ์ทรงกล่าวถึงเจ้านายองค์หนึ่ง เรียกว่า พระองค์พีระ ..

แรกๆประมาณว่า ทางรัชกาลที่ 7 นั้น ทรงมีจดหมายมาหาพระองค์จุลฯ อยู่เนืองๆ สมัยเป็นนักเรียนอยู่ต่างประเทศ ไม่อยากให้คบหากัน กลัวพระองค์จุลฯ พาเสียคน เพราะเคยมีเรื่องมีราวว่าทรงใช้เงินฟุ่มเฟือยในการแต่งตัว ใช้เงินเกินงบ กับพระองค์เจ้าอาภัส …พี่ชายขององค์พีระ

ตอน พระองค์พีระ 15-16 ก็ได้ถูกส่งไปเรียนอีกที่หนึ่ง เลยไม่ค่อยได้เจอกับพระองค์จุลฯ แต่หลังๆ ทางประเทศมีปัญหามากขึ้น ประกอบกับรัชกาลที่ 7 ทรงพระประชวร เลยไม่ทรงห้ามให้เจอกันแล้ว .. ทั้งสองพระองค์เลยได้สนิทกันมากขึ้น

องค์อาภัสที่เป็นพี่ชายขององค์พีระก็ทรงสอนขับรถ องค์พีระแม้จะเรียนไม่เป็นที่โดดเด่นแต่ว่าเรื่องกีฬาก็ไม่แพ้ใครเหมือนกัน ในอีตัน องค์พีระก็มีพรสวรรค์ในการขับรถมาก..

พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช ทรงแข่งรถชนะหลายรายการ สร้างชื่อเสียง จนได้รับฉายาว่า ดาราทอง เพราะแข่งชนะติดกัน 3 ปี ทางนั้นเลยยกย่อง

พระองค์ทรงแข่งรถเรื่อยๆ แต่งงานกับผู้หญิงต่างชาติคนหนึ่งที่สวย มีชาติตระกูล แต่ก็ต้องเลิกกันเพราะมีสาวๆเข้าหาองค์พีระมาก เพราะพระองค์ทรงดังและมีเสน่ห์ รวย มีชีวิตแบบเศรษฐี เลยมีผู้หญิงเข้าหามาก

ทรงแต่งงานสี่ครั้ง หม่อมแต่ละคนก็สวยๆทั้งนั้น มีลูกสองสามคน ลูกชายคนแรกนั้นเสียชีวิตตอนอายุ 17 ด้วยโรคมะเร็งตับ

ทรงซื้อบ้านอยู่ที่อ่อนนุช ปัจจุบันคือซอยอ่อนนุช 12
ทรงเสียชีวิตตอนอายุประมาณ 71 ที่สถานีรถไฟ ดังข้อความที่บันทึกไว้ต่อไปนี้

“เวลาผ่านไปจนถึงทศวรรษ ๑๙๗๐ ความโอ่อ่ารุ่งเรืองในอดีตกลายเป็นเรื่องที่ถูกเก็บลง... หมดสิ้นไปกับกาลเวลา พระองค์พีระมีพระชนม์ ๖๐ เศษ อาจจะเสด็จปะปนไปกับฝูงชนริมถนนในกรุงเทพมหานครโดยไม่มีใครรู้จักว่าชายชราผู้นี้คือใคร ในบั้นปลายพระชนม์ชีพ เท่าที่ทราบคือทรงดำเนินชีวิตอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย ฐานะความเป็นอยู่ก็ไม่อำนวยให้ทรงอยู่ได้อย่างชั้นหนึ่งเหมือนเมื่อก่อนอีก

เมื่อพ.ศ. ๒๕๒๖ เสด็จกลับไปอังกฤษอีกครั้ง เก็บพระองค์อย่างชายชราที่ไม่มีใครรู้จัก ทรงแวะเยี่ยมหม่อมซีริลเป็นครั้งสุดท้าย

…….สองวันก่อนคริสต์มาส ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ ผู้คนในลอนดอนกำลังชุลมุนวุ่นวายจับจ่ายซื้อข้าวของต้อนรับเทศกาลสำคัญที่สุดของชาวคริสต์ ชายชราคนหนึ่งล้มลงที่สถานีรถไฟบารอนส์คอร์ต สิ้นลมหายใจก่อนแก้ไขทัน

ไม่มีใครทราบว่าชายชาวเอเชียคนนี้เป็นใคร ไม่มีหลักฐานชื่อที่อยู่ในตัวเขา นอกจากจดหมายเขียนเป็นภาษาที่ตำรวจอ่านไม่ออก สก๊อตแลนด์ยาร์ดส่งจดหมายไปสอบถามผู้เชียวชาญทางภาษาที่มหาวิทยาลัยลอนดอน กินเวลาถึง ๗ วันก่อนจะรู้และแจ้งสถานเอกอัครราชทูตไทย ในลอนดอนว่า พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช เจ้าดาราทองผู้โด่งดังที่สุดเมื่อ ๕๐ ปีก่อนสิ้นพระชนม์เสียแล้ว พระชนม์ ๗๑ พรรษา

BBC ออกข่าวโทรทัศน์ทั่วประเทศทั้งเช้า กลางวัน เย็น ถือเป็นข่าวใหญ่ ITV ออกข่าวไปทั่วโลก

ข่าวสิ้นพระชนม์ลงข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ไทยทุกฉบับ รวมทั้งนสพ.อังกฤษและประเทศอื่นๆที่เคยทรงทำชื่อเสียงไว้

สถานทูตจัดพิธีสวดพระอภิธรรมถวายอย่างสมพระเกียรติ บรรดาเชื้อพระวงศ์ที่อยู่ในอังกฤษได้รับแจ้งข่าวนี้ทั้งหมด เมื่อพระศพถูกเคลื่อนย้ายไปที่สุสานเพื่อถวายพระเพลิง นักแข่งรถดังๆสมัยเดียวกันรวมตัวกันทั่วยุโรป บินมาร่วมแสดงความคารวะ หม่อมราชวงศ์ นริศรา จักรพงษ์ ธิดาในพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์เป็นผู้อัญเชิญธูปเทียนพระราชทานมาร่วมงาน ข้าราชการไทยในสถานทูตไปร่วมงานกันทั้งหมด

หม่อมราชวงศ์ มาลินี จักรพันธุ์ ผู้รวบรวมประวัติของท่าน ส่งท้ายไว้อย่างงดงามว่า

” ดวงพระวิญญาณลอยละล่องขึ้นสู่สรวงสวรรค์ พระองค์สิ้นพระชนม์อย่างโดดเดี่ยว เพียงแค่จดหมายภาษาไทยหนึ่งฉบับที่ทรงทิ้งไว้เพื่อส่งท้ายให้ได้ทราบว่าพระองค์คือใคร

เทพส่งพระองค์ท่านลงมาจุติอย่างงามสง่า พระนามขจรขจายก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ ไปทั่วโลก และเทพได้นำพระองค์ท่าน ” เจ้าดาราทอง” เสด็จกลับขึ้นไปอย่างเดียวดาย เหมือนสวรรค์แกล้งให้โลกลืม“……

จากการได้อ่านชีวประวัติของท่านแล้วเห็นว่า สมัยก่อนนั้น ราชวงศ์ถูกคาดหวังให้เรียนด้านทหารกันเป็นส่วนใหญ่ เพื่อรักษาความมั่นคงของราชวงศ์ แต่คนในราชวงศ์ก็เป็นคน คนหนึ่ง มีหัวใจ มีอิสระทางความคิด ถ้าพระองค์ทรงไม่ได้ถูกส่งไปเรียนต่างประเทศ ก็จะไม่ได้เห็นว่า ความเป็นมนุษย์นั้นมันมีอะไรอีกหลายอย่างที่ให้ทำ

ทรงแข่งรถ ด้วยความสนับสนุนของพระองค์จุล
ตอนแรกก็ได้รางวัลมาแต่คนไทยเองก็เพิ่งรู้ทีหลัง ..
พระองค์ทรงไปเรียนต่อด้านศิลปกรรมศาสตร์
มีรูปที่พระองค์ทรงปั้นแมวน้ำคาบปลาอยู่ ปัจจุบันตั้งอยู่ที่วังจักรพงษ์ …
แสดงให้เห็นว่าทรงได้คบหากับพระองค์เจ้าจุลจักรพงศ์ เยี่ยงพี่น้อง .. เพื่อนแท้… จนชีวิตต้องพรากจากกันไป

(พระองค์จุลสิ้นพระชนม์ก่อน ด้วยโรคมะเร็ง)
และเมื่อพระองค์พีระสิ้น ลูกสาวของพระองค์จุลก็ไปงานศพแทน

เรื่อง : จากเกิดวังปารุสก์ เล่ม ๒ สมัยประชาธิปไตย

 

พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ประทับยืนอยู่ขวาสุด