วันจันทร์ 22 ตุลาคม 2018
  • :
  • :
Latest Update

“ถ้าสยามไม่มีคณะราษฎร”

“ถ้าสยามไม่มีคณะราษฎร”

ปราชญ์ สามสี ๐๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

เนื่องจากก่อนนี้มีคนถามข้าพเจ้ามามากมาย ล่าสุด สองสามวันนี้ก็มีประเด็นถามกันเข้ามาอีก โดยเฉพาะ เรื่องของความสัมพันธ์ของคณะราษฎรที่มีต่อสถาบันฯ
(ส่วนในบทความเก่าๆ ที่เกี่ยวข้องกับ คณะราษฎรไว้จะย้อนมาให้ได้ชมกันนะครับ)

อันนี้สืบเนื่องจากมีกระแสประชาชนซึ่งเริ่มรู้เรื่องความชั่วของปรีดี และเริ่มมีความคิด”ถอนหมุดคณะราษฎร” เมื่อ ปลายเดือนตุลาคม ๒๕๕๙ และแน่นอนว่าแนวคิดนี้กำลังเริ่มแผ่ขยายมากขึ้น นั่นก็เพราะภายหลังการเสด็จสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เมื่อ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ประชาชนต่างเริ่มย้อนรอยประวัติศาสตร์ความดีของพระองค์เพื่อรำลึกคุณงามความดีที่พระมหากษัตริย์ทรงทำเพื่อปวงชนชาวไทย

แต่เมื่อประชาชนอย่างเราๆย้อนหลังขุดคุ้ยกลับไปดูประวัติศาสตร์ในอดีตจะเห็นได้ว่า ประวัติศาสตร์การเมืองช่วงหนึ่งของในหลวงรัชกาลที่๙ครั้นเมื่อทรงเยาววัยนั้น จะเห็นได้ว่าพระองค์ถูกกลั่นแกล้งจากนักการเมืองบ่อยครั้ง และหลายๆครั้งก็มาจาก ชายที่ชื่อ ปรีดี พนมยงค์ และพวกพ้องของเขา

สำหรับ ใครก็ตามที่เกิดมาใน ช่วง Gen Y หรือ Gen Z เชื่อว่าจะคงจะได้รับรู้ว่านาย ปรีดี พนมยงค์ คืออดีตนายกรัฐมนตรี ผู้สำเร็จราชการที่มีความดีงาม เช่นเป็นผู้ก่อตั้งประชาธิปไตยแบบไร้กระบอกปืน แต่หารู้ไม้ว่าแท้จริงแล้วประวัติศาสตร์ ที่ดำมืดของ ชายที่ ชื่อ ปรีดี พนมยงค์ และ คณะราษฎรนั้นมีอยู่มากโดยเฉพาะ ช่วงปฎิวัติพ.ศ.๒๔๗๕ พวกคณะราษฎรได้จับพระบรมวงศานุวงศ์เป็นองค์ประกันเพื่อปล้นอำนาจจากในหลวงรัชกาลที่ ๗ จนไปถึงตอนที่ปรีดีเป็นผู้สำเร็จราชการมีอำนาจเหนือรัชกาลที่๘ ก็ยังวางตัวรังแกนายน้อยทั้งสองพระองค์อยู่เสมอ ทั้งเรื่องขโมยรถพระที่นั่งส่วนพระองค์ไปขับเล่นและการวางตัวของปรีดีและ จอมพล ป.ที่ไม่ได้ให้เกียรติดต่อสถาบันฯ ฯลฯ(มีเยอะมากพอสมควร สามารถหาอ่านได้ตามหนังสือที่เจ้านายในวังเขียน)…นี่ยังไม่ได้นับรวมไปถึงการรัฐประหารระหว่างคณะราษฎรด้วยกันเอง ซึ่งเป็นปล้นอำนาจกันไปกันมาหลายครั้ง ในช่วงรอยต่อประวัติศา่สตร์ ระหว่าง รัชกาลที่๗ และ รัชกาลที่๘

ซึ่งถ้าใครได้ติดตาม ประวัติศาสตร์จริงๆเกี่ยวกับคณะราษฎร ก็จะมีความรู้สึก “เกลียดชัง” คณะราษฎร อย่างแน่นอนครับ เพราะเต็มไปด้วยการหักหลัง การหลอกใช้ รวมไปถึงการสาดโคลนไปมาระหว่างพวกเดียวกัน แต่ก็เพราะ อำนาจใต้ระบอบคณาธิปไตยแบบคณะราษฎรที่ปกครองทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าการศึกษาไทยหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองทำไมไม่ไ่ด้บอกถึง ความผิดของคณะราษฎรแต่อย่างใดเลย (ลองไปเปิดหนังสือเรียนลูกดูตอนนี้สิ) ** ในสมัยที่ คณะราษฎรปกครอง อย่าเรียกประชาธิปไตยเลย เรียก คณาธิปไตยน่ะถูกต้องแล้วจนกระทั้ง คณะราษฎรล่มสลายแล้วตะหากประชาธิปไตยได้พึ่งเริ่มต้น ไม่นานมานี้เอง **

จึงไม่แปลกใจเลยครับว่า ในวันนี้เมื่อประชาชนต่างเริ่มหันกลับมาศึกษาชีวประวัติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ก็จะเห็นถึงวิบากกรรมที่ ปรีดีได้กระทำต่อในหลวงบ่อยครั้ง ซึ่งก็ไม่แปลกที่จะมีใครบางคน จะลุกขึ้นมา ถอดหมุดคณะราษฎร! หมุดยาพิษ!อันเป็นบ่อเกิดประวัติศาสตร์ที่โกหกชาวสยามมาตั้งแต่ ปี๒๔๗๕ ว่าคณะราษฎรคือผู้สร้างประชาธิปไตยในสยาม ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วเป็นการปล้นอำนาจจากราชวงค์จักรี ซึ่งมีเป้าหมายที่จะพัฒนาประเทศไปสู่ความเป็นอารยะมาตั้งนานแล้ว และแน่นอนว่า รัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยได้ถูกริเริ่มในสยามมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่๕แล้ว ไม่ไช่ในสมัยของคณะราษฎรอย่างที่เขาหลอกลวง…

ไอ้กระแสถอนหมุดคณะราษฎร ช่วงตุลาคม๒๕๕๙ที่ผ่านมานี่ดังไปไกลพอที่จะไปถึงหู สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ที่หลบหนีอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส เหมือนกัน และดูเหมือนว่า สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล และกลุ่มนิติราษฎรที่ บูชาคณะราษฎรเหมือนดั่งบิดามารดามันนั้น ต่างกระสันดิ้นเดือกออกมาเสนอหน้าปกป้องหมุดคณะราษฎรกันอย่างมาก โดย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุลและพวกสมุน พูดจาดูแล้วเนรคุณมาก! เพราะได้ออกมาทวงถาม”ประชาชนที่ต้องการถอดหมุดคณะราษฎร” ในทำนองว่า

“ถ้าสยามไม่มีคณะราษฎร เจ้านายน้อยทั้งสองพระองค์(หมายถึง ร.๘ และ ร.๙) ก็ไม่ไ่ด้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แน่ๆ”

โดย ล่าสุด นาย สมศักดิ์ อ้างไปว่า

“เพราะ รัชกาลที่๗ ทรงมิได้กำหนดรัชทายาท และเมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองคณะราษฎรมีอำนาจเต็มที่ เมื่อถึงเวลา จึงเลือกร.๘ ขึ้นครองราชย์แทนที่จะเลือกราชสกุลบริพัตร ซึ่งเป็น candidate หลัก”

สิ่งที่สมศักดิ์ เจียมธีรสกุลกล่าวเหล่านี้(เมื่อสองสามวันก่อนนี้) ผิดมหันต์ครับ!!!และ โกหกหน้าด้านๆด้วยนะครับ!

ในความเป็นจริงแล้ว ” สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรฯ(พระราชบิดา) และ สมเด็จพระศรีนครินทราฯ(สมเด็จย่า ) นั้นมีความชอบธรรมมาตั้งแต่ต้นครับ เพราะมาจากสาย “สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า” ส่วน ราชสกุลบริพัตร เป็นสาย “สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี” เป็นเพียง ราชสกุลลำดับรองลงมา เพราะ”สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี”มีพระยศต่ำกว่าอัครมเหสีบางคน จึงทำให้ลำดับการขึ้นครองราชย์ของโอรสพระนางสุขุมาลมารศรี ตามหลังพระพันวัสสา และพระพันปีหลวง นั่นเอง และเมื่อนับในแผนผังราชวงศ์จักรี ก็จะถือว่าเป็นไปตามกฎมณเฑียรบาลที่เคร่งครัด!ซึ่งแปลว่า การที่คณะราษฎรเลือก ร.๘ ซึ่งเป็นลูกของราชบิดาเพื่อขึ้นครองราชย์นั้น เป็นไปตามกฎมณเฑียรบาลอย่างเครงครัดเลยล่ะครับ

และนั้น ก็หมายความว่า “ถ้าสยามไม่มีคณะราษฎร รัชกาลที่๘ ก็ได้ขึ้นครองราช ตามกฎมณเฑียรบาลครับ !!!” เพราะฉะนั้นอย่าทวงบุญคุณกัน!

เรื่องนี้สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล น่ะก็รู้แก่ใจครับ เพราะงานด้านประวัติศาสตร์ช่วงนึงในชีวิตของ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ก็ระบุไว้เองครับว่า “รัชกาลที่๘ ก็ได้ขึ้นครองราช ตามกฎมณเฑียรบาล” แต่ทำไมวันนี้สมศักดิ์ เจียมธีรสกุลถึงกลืนน่้ำลายตัวเอง โกหกเป็นตุเป็นตะ เพื่อไม่ให้ประชาชน ถอดหมุดคณะราษฎร … หรือว่าแท้ที่จริงแล้ว กลัวประชาชนจะรู้ว่า ” คณะราษฎรนี่เลวที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย” ครับ

อ้างอิงจาก เฟสบุ๊ก เพจ ปราชญ์ สามสี