วันพฤหัส 18 ตุลาคม 2018
  • :
  • :
Latest Update

ทรัมป์เตือนคิมระวังเจอชะตากรรมแบบ “กัดดาฟี”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับลิเบียก่อนการจากไปของพ.อ. มูอัมมาร์ กัดดาฟี เป็น “หายนะ” แต่ “ประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอย” ถ้าเกาหลีเหนือไม่บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับสหรัฐ
ศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2561 เวลา 07.46 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี ว่ากำหนดการพบหารือกับนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ “ยังคงเป็นไปตามแผน” คือจะเกิดขึ้นที่สิงคโปร์ ในวันที่ 12 มิ.ย. นี้ แต่ตั้งสมมติฐานว่า “มีความเป็นไปได้” ว่าการที่รัฐบาลเปียงยางมีท่าทีเปลี่ยนไปในสัปดาห์นี้ อาจเป็นผลจาก “อิทธิพลบางอย่าง” ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่นายคิม จอง-อึน เยือนจีนถึง 2 ครั้งภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือนกว่า คือการเยือนกรุงปักกิ่ง เมื่อปลายเดือนมี.ค. และการเยือนเมืองต้าเหลียน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

นายคิม จอง-อึน พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่เมืองต้าเหลียน เมื่อช่วงต้นเดือนนี้

ทรัมป์ย้ำจุดยืนของสหรัฐต่อสถานการณ์ด้านความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลี ว่ารัฐบาลเปียงยางต้องยุติโครงการนิวเคลียร์ “เป็นการถาวร” และการปลดอาวุธอันตรายทั้งหมดต้องอยู่ในระดับที่ไม่สามารถรื้อฟื้นขึ้นมาใช้งานได้อีก อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่าวของรัฐบาลวอชิงตัน ที่เป็นการกดดันให้รัฐบาลเปียงยางต้องยุติโครงการนิวเคลียร์ “เพียงฝ่ายเดียว” และมองว่าสหรัฐอาจแทรกแซงเข้ามาในอนาคตจนเกาหลีเหนืออยู่ในสภาพเดียวกับลิเบีย

ผู้นำสหรัฐกล่าวถึง “ลิเบียโมเดล” ซึ่งเป็นสถานการณ์ในช่วงปลายยุคของพ.อ. มูอัมมาร์ กัดดาฟี เมื่อปี 2554 ว่าเป็น “ปฏิบัติการทำลายล้าง” ในบริบทที่  “แตกต่าง” ซึ่งเกาหลีเหนือไม่ควรนำมาเปรียบเทียบ แต่กลับกล่าวเป็นนัยว่า “ประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอย” ในกรณีที่สหรัฐไม่มีทางบรรลุข้อตกลงกับเกาหลีเหนือได้ อย่างไรก็ตาม หากทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงที่น่าพอใจร่วมกันได้ ทรัมป์ยืนยันว่าสหรัฐจะไม่แตะต้องระบอบการปกครองภายใต้การนำของตระกูลคิม และยังจะการันตีความมั่นคงและความปลอดภัยให้ด้วย

นายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประจำทำเนียบขาว

ทั้งนี้ การที่รัฐบาลเปียงยางยกประเด็นลิเบียขึ้นมา เป็นผลจากคำกล่าวเมื่อเดือนที่แล้วของนายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประจำทำเนียบขาว ว่าสหรัฐควรใช้ “แผนการเดียวกัน” เป็นพื้นฐานในการเจรจากับเกาหลีเหนือ แต่พ.อ. กัดดาฟีถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมและถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือนต.ค. 2554  จากการลุกฮือของประชาชนในช่วงอาหรับ สปริง ในช่วงต้นปีเดียวกัน หลัง 8 ปีก่อนหน้านั้นยอมยุติโครงการนิวเคลียร์ตามข้อตกลงกับสหรัฐและองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต )