วันพุธ 23 กันยายน 2020
  • :
  • :
Latest Update

“ทักษิณ” ใช้ “วิธีจรยุทธ์” ถล่มบิ๊กตู่ ดึงคนสื่อร่วมปฏิบัติการบันได 3 ขั้น!

จับตาทักษิณ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทยเลือกใช้ ‘ยุทธวิธีจรยุทธ์’ โค่นรัฐบาลบิ๊กตู่และคสช.เพื่อหยุดการไล่ล่า 2 พี่น้องชินวัตร และหยุดการสืบทอดอำนาจ ดึงเพื่อนพ้อง น้องพี่ อดีตสื่อ ที่มีสายสัมพันธ์ที่ดี กับแกนนำ ‘ภูมิธรรม-จาตุรนต์-พงศ์เทพ-เสี่ยเพ้ง-เสี่ยแดง-ชัชชาติ-อนุสรณ์’ พร้อมปฏิบัติการบันได 3 ขั้น ‘Hate Factor-Fear Factor-Hope Factor’ คาดใช้งบปฏิบัติการ 1 ปีกว่า 200 ล้านบาท ด้วยการปล่อยข้อมูลถล่มในโซเชียลมีเดีย ที่ไร้ร่องรอยแหล่งที่มา เป้าหมายชนะเลือกตั้งกลับเข้ามาเป็นรัฐบาล และใช้อำนาจดึงข้าราชการที่ภักดีแต่ถูก คสช.ย้ายกลับเข้ามาทำงานภายใต้พรรคเพื่อไทย!

ถึงวันนี้น่าจะเป็นข้อมูลยืนยันได้แล้วว่า นายทักษิณ ชินวัตร ไม่มีทางวางมือทางการเมืองแต่กลับสู้ไม่ถอยทั้ง ๆ ที่พรรคของเขาถูกสั่งยุบถึง 2 ครั้ง และถูกรัฐประหาร 2 ครั้ง ธนาคารกรุงไทยจนเป็นเหตุให้น้องสาว ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ ต้องมีสภาพเป็นนักโทษหนีคดีด้วยการไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเช่นเดียวกัน ส่วนลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างนายพานทองแท้ ‘โอ๊ค’ ชินวัตร ซึ่งถูกข้อหาฟอกเงินจากกรณีการปล่อยเงินกู้ของให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร และไม่แน่นายพานทองแท้ อาจจะต้องเป็นอีกหนึ่ง ‘ชินวัตร’ ที่ต้องเดินตามเส้นทาง ‘พ่อและอาปู’ ก็เป็นได้?

หนทางเดียวที่จะทำให้สถานการณ์ทุกอย่างกลับมาเป็นผลดีกับตระกูลชินวัตร ก็คือต้องชนะเลือกตั้ง
และกลับมาเป็นรัฐบาลให้ได้

จากซ้าย: นายทักษิณ ชินวัตร , นายพานทองแท้ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

จากซ้าย: นายทักษิณ ชินวัตร , นายพานทองแท้ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร


ทักษิณ ต้องเตรียมการยึดอำนาจคืนเพราะวันนี้เขาเป็นฝ่ายถูกไล่ล่า จึงต้องหยุดกระบวนการไล่ล่าให้ได้ และการจะหยุดการไล่ล่าจาก คสช.ได้ ก็คือจะต้องได้อำนาจรัฐกลับคืน ซึ่งทุกวันนี้เขาสูญเสียข้าราชการที่เป็นเครือข่าย ถูกเก็บถูกดองไปแล้ว แต่ยังมีพวกที่ยังไม่เกษียณอายุ หากได้กลับมาเป็นรัฐบาลก็จะดึงคนพวกนี้มาทำงานให้ได้”

แหล่งข่าวขยายความเพิ่มเติมว่า นี่ก็เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การทำงานการเมืองให้ประสบความสำเร็จ เพราะการดึงคนเก่าที่เป็นพลพรรคของตัวเองกลับมาช่วยงานจะทำได้ง่ายและรวดเร็ว เพราะนักการเมืองถือเป็นส่วนหัวในการทำงานกำหนดนโยบาย ส่วนข้าราชการก็จะเป็นผู้มาสนองนโยบายทำให้การบริหารเป็นไปตามที่พรรคเพื่อไทยวางไว้ได้

ยุทธศาสตร์สำคัญที่นายทักษิณ และแกนนำพรรควางไว้คือต้องมีกรอบแผนงานที่ชัดเจน โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง จะต้องมีการจัดหนักและทำให้คู่ต่อสู้เพลี่ยงพล้ำและไม่มีโอกาสลุกขึ้นมาต่อกรได้ ซึ่งเวลานี้คู่ต่อสู้ที่สำคัญไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ คสช. รวมไปถึงพรรคการเมืองที่เป็นเครือข่ายของ คสช.ที่ตั้งขึ้นมาไม่ให้มีโอกาสชนะการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ดี นายทักษิณและแกนนำพรรคเพื่อไทย ประเมินปัจจัยทางการเมืองแล้วเชื่อว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เข้าสู่สภาวะเสี่ยง แต่ถือเป็นช่วงที่เป็นประโยชน์กับพรรคเพื่อไทยหลังจากเกิดประเด็นนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม รวมไปถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) นำโดย นายรังสิมันต์ โรม และกลุ่ม START UP PEOPLE นำโดย นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัตน์ (จ่านิว) ที่มีการชุมนุมเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งและแสดงพลังต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช.ที่มีการกำหนดตารางการชุมนุมไว้แต่จะได้การตอบรับหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของกลุ่มนักศึกษา

ซ้าย : นายรังสิมันต์ โรม ผู้นำการเคลื่อนไหวของกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) และนายนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัตน์ (จ่านิว )

ซ้าย : นายรังสิมันต์ โรม ผู้นำการเคลื่อนไหวของกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) และนายนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัตน์ (จ่านิว )


“เรื่องการทุจริต 900,000 ล้านบาท ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทำการสำรวจดัชนีคอร์รัปชันของรัฐบาลบิ๊กตู่ เราก็เชื่อว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับเพื่อไทย ซึ่งจะทำให้ประชาชนหันมาทบทวนดูว่ารัฐบาลบิ๊กตู่ จริง ๆ แล้วจะเข้ามาปราบโกงหรือว่ามามีผลประโยชน์กันแน่

ที่สำคัญคือพรรคเพื่อไทยจะต้องคอยติดตามตรวจสอบรัฐบาลในการทุ่มงบประมาณโครงการลงไปในพื้นที่ ทั้งโครงการประชารัฐ โครงการไทยนิยมยั่งยืน ว่าเม็ดเงินที่ลงไปถึงประชาชนหรือไม่อย่างไร รวมไปถึงสภาวะเศรษฐกิจต่าง ๆ มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของกลุ่มคนรากหญ้าอย่างไร เพราะกลุ่มรากหญ้าถือเป็นฐานเสียงที่ผูกพันกับพรรคเพื่อไทยมากที่สุด

ทั้งหลายทั้งปวงที่พรรคเพื่อไทยตามเก็บข้อมูลไว้นั้นจะถูกตอกย้ำเป็นขั้นเป็นตอน จะมีการปล่อยออกมาในโซเชียลมีเดียหลากหลายรูปแบบที่ไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้ แต่ขอให้เชื่อว่ามวลชนที่เป็นสาวกหรือมวลชนที่รักชินวัตร และมวลชนที่รักพรรคเพื่อไทย จะรู้สึกมีความหวังและยินดีต่อข้อมูลที่มีการปล่อยออกไป

“การสื่อสารทางโซเชียลมีเดีย ที่เราจะใช้เป็นกลยุทธ์สำคัญในการโจมตีคู่ต่อสู้ ถือเป็นวิธีจรยุทธ์ที่ดีที่สุดในเวลานี้ เพราะการจะใช้สื่อกระแสหลัก หรือทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ ที่อยู่ในระบบเวลานี้ ไม่เว้นแม้กระทั่ง VOICE TV จะใช้ในยุคนี้ไม่ได้แล้ว เพราะ คสช.สามารถใช้อำนาจสั่งปิดได้ง่าย แถมมีค่าใช้จ่ายสูงด้วย


แหล่งข่าวบอกอีกว่า วิธีจรยุทธ์นี้จะไม่มีออฟฟิศให้คนเหล่านี้ แต่พวกนี้จะรู้ว่าสังกัดใคร เพราะแกนนำแต่ละคนจะมีความสนิทสนมเป็นพิเศษกับบรรดาอดีตสื่อ และแกนนำแต่ละคนก็จะมีแนวคิดในการผลิตสื่อที่แตกต่างกันอยู่แล้ว เพียงแต่ให้รู้ว่าเป้าหมายเดียวกัน คือดิสเครดิตรัฐบาลบิ๊กตู่ หรือเป็นการนำบิ๊กตู่และคสช.เข้าสู่แดนประหาร

“แกนนำที่น่าสนใจก็จะมีทั้งอ้วน (ภูมิธรรม) พงศ์เทพ เทพกาญจนา จาตุรนต์ ฉายแสง เสี่ยเพ้ง (พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล) เสี่ยแดง (พิชัย นริพทะพันธ์) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และยังมีอีกหลายคนรวมถึงคนที่สนิทกับสื่อรุ่นกลาง อย่างอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด มาทำหน้าที่ดูแลพี่ ๆ เพื่อน ๆ ที่เป็นอดีตสื่อได้อย่างดี”

แหล่งข่าวอธิบายว่า การใช้นักรบอิสระ เพื่อโหมกระแสด้วยวิธีการจรยุทธ์นั้น จะค่อย ๆ ทุบให้ช้ำ ทุบให้ทั่ว ปล่อย ๆ หยุด ๆ แต่จะสามารถแชร์ข้อความไปได้อย่างรวดเร็ว รัฐบาลไม่สามารถตามปิดได้ทัน ซึ่งเป็นวิธีการที่เกิดขึ้นกับเพจล้มเจ้ามาแล้ว และรัฐบาลก็หนักใจเพราะปิดเพจนี้ ก็ไปผุดเพจนี้แทน

โดยหัวใจหรือกรอบในการทำงานขับเคลื่อนของพรรคเพื่อไทย ครั้งนี้จะยึดถือหลัก 3 ประการประกอบด้วย

1. Hate Factor คืออะไรบ้างที่จะทำให้มวลชนจงเกลียดจงชังรัฐบาลบิ๊กตู่และคสช

2. Fear Factor อะไรบ้างที่ทำให้คนเกิดความกลัว และไม่อยากให้มีการสืบทอดอำนาจต่อไป เช่นเมื่อเข้าสู่ยุคเผด็จการ ทุกองค์กรไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ทั้ง ๆ ที่ส่อแววว่าจะมีการทุจริตไม่โปร่งใสเกิดขึ้น เพราะอาจถูกเรียกไปปรับทัศนคติ เป็นต้น

3. Hope Factor จะเป็นยุทธวิธีสุดท้ายที่พรรคเพื่อไทยจะต้องสอดแทรกและนำเสนอเข้าไป ก็คือนโยบายพรรคเพื่อไทยที่จะช่วยให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีเงินใช้ และเป็นความหวังที่แท้จริงที่ประชาชนจะได้รับ 

แหล่งข่าวย้ำว่า นายทักษิณ ชินวัตรและแกนนำ ต่างก็รู้และเข้าใจแล้วว่าในปัจจุบันนี้จะออกมาต่อสู้และซัดในทุก ๆ เรื่องหรือออกมาชุมนุมไม่ได้อีกต่อไปแล้ว แต่จะต้องใช้วิธีการซัดแล้วหลบ และเลือกเป็นเรื่อง ๆ เป็นช่วง ๆ และใช้สื่อโซเชียลมีเดีย สร้างแบรนด์ไม่เอาเผด็จการและสร้างความหวังไว้กับพรรคเพื่อไทย จึงจะสามารถได้ชัยชนะในการเลือกตั้ง!

 

https://mgronline.com/specialscoop/detail/9610000021052