วันอังคาร 13 พฤศจิกายน 2018
  • :
  • :
Latest Update

‘ทักษิณ’ ไม่รอด อสส.ประกาศรื้อ 2 คดีทุจริตพิจารณาลับหลัง

‘ทักษิณ’ ไม่รอด อสส.ประกาศรื้อ 2 คดีทุจริตพิจารณาลับหลัง
อัยการชงฟื้น 2 คดีทักษิณ ประเดิมกม.พิจารณาลับหลังจำเลย

ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ เวลา 10.00 น. นายวันชาติ สันติกุญชร โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และคณะรองโฆษกอีก 3 คน ร่วมกันแถลง ถึงมติการพิจารณาคดีใหม่ของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลัง พ.ร.ป.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ( วิ อม.) ได้มีการเเก้ไขบทบัญญัติให้สามารถดำเนินกระบวนพิจารณาลับหลังโดยไม่มีตัวจำเลยได้ ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว

 

ทั้งนี้ คณะทำงานอัยการพิจารณาสำนวนคดี ที่ดำเนินการโดย คตส.และ ป.ป.ช.ที่มี นายพรศักดิ์ ศรีณรงค์ รองอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะทำงาน ได้ตรวจสอบคดีของอดีตนักการเมือง ที่อยู่ในสารบบ ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้วพบว่ามีคดีของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้ยื่นฟ้องต่อศาลไว้แล้วรวม 2 สำนวน คือคดีหมายเลขดำ อม.9/2551 ที่กล่าวหานายทักษิณทุจริตออกกฎหมายแปลงสัมปทานโทรคมนาคมและมือถือเป็นภาษีสรรพสามิต และคดี อม. 3/2555 ที่กล่าวหานายทักษิณ ร่วมทุจริตการปล่อยกู้ ของธนาคารกรุงไทยฯ ให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร ซึ่งทั้ง 2 คดีศาลได้สั่งจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว เนื่งจากนายทักษิณ จำเลยหลบหนี

 

โดยคณะทำงานอัยการได้มีความเห็นสนอต่อ นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด(อสส.) และอสส.ได้เห็นพ้องกับคณะทำงาน ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ เพื่อขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวของนายทักษิณทั้ง 2 สำนวนดังกล่าว พร้อมทั้งขอให้ศาฎีกาฯ มีคำสั่งดำเนินกระบวนพิจารณา คดีทั้ง 2 สำนวนต่อไปโดยไม่ต้องกระทำต่อหน้านายทักษิณ จำเลย ตาม วิ อม.มาตรา28 ,69,70

 

โดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ นายชาติพงษ์ จีระพันธุ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯแล้ว หลังจากนี้ต้องรอฟังคำสั่งของศาลว่าจะพิจารณาอย่างไร

 

ส่วนการติดตามตัว นายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งสองที่อยู่ระหว่างหลบหนีคดีที่ศาลฎีกาฯมีคำพิพากษาแล้วนั้น ขณะยังไม่มีข้อมูลชัดเจนระบุว่าอยู่ที่ใด

 

อย่างไรก็ตามหลังจากอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาฯพิจารณาคดีลับหลังนายทักษิณต่อไปนั้น นายทักษิณ สามารถแต่งตั้งทนายความเข้ามาร่วมฟังการพิจารณาในครั้งนี้ได้ ส่วนเรื่องพยานหลักฐานที่จะไต่สวนนั้นเป็นเรื่องในสำนวนคดี พร้อมย้ำว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตาม วิ อม. ใหม่ ซึ่งไม่ได้พุ่งเป้าว่าจะดำเนินการเฉพาะเจาะจงกับนายทักษิณ และครอบครัวเท่านั้น สำหรับประเด็นในเรื่องอายุความ ทางคดีศาลก็เป็นประเด็นที่ศาลจะพิจารณาต่อไปด้วย

 

“คดีของนายทักษิณ ถือเป็นคดีเเรกหลังจากมีการเเก้ไขบทบัญญัติของพ.ร.ป.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมืองให้สามารถดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่มีตัวจำเลยหรือพิจารณาลับหลังได้ ก็ต้องดูว่า ศาลฎีกาฯจะมีการพิจารณาอย่างไร เเต่การที่อัยการได้ยื่นคำร้องไปเนื่องจากพิจารณาเเล้วเห็นว่าเรื่องการพิจารณาคดีลับหลังจำเลยไม่ใช่หลักสาระบัญญัติ เเละเห็นว่ากระทำได้ตามกฎหมายจึงยื่นคำร้องไป”นายวันชาติ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าว

 

ด้านนายชาติพงษ์ จีระพันธุ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ กล่าวว่า ตนในฐานะอัยการคดีพิเศษ ได้รับมอบหมายจากนายเข็มชัยอัยการสูงสุด อสส. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ฯ โดยคำร้องดังกล่าวมีความยาวประมาณ 5 – 6 หน้า บรรยายถึงเหตุผลในการร้องขอให้มีการพิจารณาคดีของนายทักษิณ หลังจากที่ถูกจำหน่ายไว้ชั่วคราวเนื่องจากมีการเเก้ไขกฎหมายใหม่