วันศุกร์ 10 เมษายน 2020
  • :
  • :

นั่งอยู่ดีๆ สงครามโลกก็ถามหา – Kornkit Disthan

บางครั้งสงครามเกิดขึ้นห่างไกลจากไทย แต่มันยังอุตส่าห์เดินทางมาถึงหน้าประตูบ้านของเราได้

มหาสงคราม (the Great War) ทั้งสองครั้งไม่ได้เกี่ยวข้องกับไทยตั้งแต่แรก และยังเกิดขึ้นค่อนข้างไกลจากเรา แต่มันยังลากไทยเข้าไปพัวพันในที่สุด

ผมเคยเขียนเรื่องเหตุที่ไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 ไปว่า เพราะเยอรมนีส่งเรือมาป้วนเปี้ยนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้น่านน้ำแถวนี้หวิดจะเป็นสมรภูมิรบระหว่างฝ่ายมหาอำนาจกลาง (เยอรมนี) และฝ่ายสัมพันธมิตร (อังกฤษกับฝรั่งเศส) และยังแอบใช้ไทยเป็นที่ฝึกกำลังทหารอินเดียกู้เอกราชจากเจ้าอาณานิคมอังกฤษ

แต่วันสองวันมานี้ผมไปนั่งเอกสารเพิ่มเติมที่หอจดหมายเหตุ ได้ความมาเพิ่มเติมว่า เยอรมนีต้องการดึงสยามเข้ามาเป็นพวก เพราะสยามเป็นชาติเอกราชเดียวในแถบนี้ หากได้มาเป็นพวกจะเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งทางเรือและรบกับฝ่ายสัมพันธมิตรในเอเชีย

ทูตอังกฤษในสยามพยายามเก็บข้อมูลความเคลื่อนไหวของเยอรมนีในสยามและพบว่าเยอรมนีใช้ดินแดนของประเทศสยามปลุกปั่นคนอินเดียให้เตรียมกู้ชาติจากอังกฤษ วางแผนสบคบกับญี่ปุ่นเพื่อที่ญี่ปุ่นจะครองเอเชีย และแผนการที่จะดึงสยามมาเป็นพวก

ทูตอังกฤษจึงผนึกกำลังกับฝรั่งเศสแจ้งเรื่องไปยังรัฐบาลสยามให้ “แอ็กชั่น” ด้วยการไล่ทูตเยอรมันออกไป แต่รัฐบาลสยามไม่ทำตามคำขอ

สยามอยู่ในฐานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกพอสมควรเพราะต้องรักษาความเป็นกลาง และไมตรีกับเยอรมนีที่เคยช่วยสยามเป็นตัวถ่วงดุลอำนาจสู้กับอังกฤษและฝรั่งเศส

ให้สยามตัดขาดเยอรมนีไม่ใช่เรื่องง่าย

ที่สำคัญคือผมคิดว่ารัฐบาลสยามต้องการต่อรองกับฝ่ายสัมพันธมิตรด้วย เพราะเคยถูกพวกนี้ย่ำยีมาก่อน ไหนจะชิงดินแดนไป และไหนจะเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต และสัยญาไม่เป็นธรรมต่างๆ

ในช่วงไล่เลี่ยกันนั้นอังกฤษก็ยังถามสยามอยู่เนืองๆ ว่าจะให้ใครสัมปทานคอคอดกระหรือเปล่า? (ทั้งๆ ที่เคยมีสัญญาลับตกลงกันแล้ว) สยามก็ย้ำอีกครั้งว่าไม่ดอก อังกฤษก็นอนใจแล้วย้ำอีกครั้งว่าถ้าจะให้ใครขุดละก็ต้องเป็นคนที่รัฐบาลอังกฤษรับรองเท่านั้นนะ

เรื่องคอคอดกระนี้สะท้อนว่าอังกฤษกลัวสยามจะไปเข้ากับประเทศศัตรุอังกฤษแล้วจะกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์หอกข้างแคร่ของอังกฤษที่สิงคโปร์ไป

แม้นสยามจะยึกยักแต่ฝ่ายสัมพันธมิตรก็มีตัวช่วยในที่สุดนั่นคือ “ข่าวลือ”

โทรเลขของทูตอังกฤษในบางกอกส่งไปถึงกระทรวงที่ลอนดอน เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1916 รายงานข่าวลือเรื่องแผนการของเยอรมนีที่จะสับเปลี่ยนตัวพระเจ้าแผ่นดินสยามมาเป็นเจ้านายพระองค์หนึ่งซึ่งมีอำนาจในกองทัพเรือและยังทรงป็นเป็นศิษย์เก่าเยอรมนี

โทรเลขของอังกฤษเล่าว่า พระเจ้าแผ่นดินสยามจึงทรงคิดที่จะลดบทบาทด้านกองทัพของเจ้านายพระองค์นี้ลงแล้วโยกช่วยงานด้านการต่างประเทศ และพระเจ้าแผ่นดินจะทรงรวบอำนาจการบริหารทั้งกิจการภายในและภายนอกไว้ที่พระองค์เอง

นี่เป็นเพียวข่าวลือ แต่เราไม่รู้ว่ามันทำให้พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงติดสินพระทัยว่าเยอรมนีเป็นภัยคุกคามหรือไม่ แม้ไม่ใช่เหตุผลนี้ การเคลื่อนไหวของเยอรมนีในไทยก็ทำให้ไทยอยู่ในสถานการณ์หมิ่นเหม่เหมือนกัน

เมื่อมหาสงครามจากยุโรปมาเคาะถึงประตูบ้าน สยามจึงต้องออกไปรบ แต่รบด้วยความกังวลว่าเยอรมนีจะเรียกค่าเสียหายหรือไม่ที่สยามไปยึดกิจการคนเยอรมันในประเทศฐานที่เป็นศัตรูกันแล้ว

ฝรั่งเศสกับอังกฤษพยายามทำให้สยามนอนใจ และหลังจากรบกันเรียบร้อยแล้ว ฝรั่งเศสเชิญสยามไปคุยกันฉันท์ประเทศชนะ สยามจึงใช้โอกาสนี้แก้ไขสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรมทั้งปวง เรียกว่าพลิกสถานการณ์จากร้ายกลายเป็นประโยชน์ต่อตัวเองได้เสียอย่างนั้น

แต่เราจะเห็นว่าสยามอยู่ของสยามดีๆ ฝรั่งรบกันที่อีกซีกโลกหนึ่งก็ยังมีเหตุให้สยามต้องไปรบด้วยจนได้

เช่นกัน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยอยู่ของไทยไปเรื่อยๆ แต่ญี่ปุ่นที่รบกับจีนต้องการน้ำมันในพม่าและต้องการตีตลบหลังจีน จึงต้องรุกรานไทยเพื่อใช้เป็นทางผ่านและบีบไทยเข้ามาเป็นพวกด้วย

ดังนั้น ในวันเดียวกับที่ญี่ปุ่นรุกรานไทยนั้น ญี่ปุ่นบุกเพิร์ลฮาร์เบอร์ของสหรัฐ และมลายาของอังกฤษ ทำให้ไทยถูกลากเข้าร่วมมหาสงครามในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน

แต่ไอ้สถานการณ์ที่พลิกผันชั่วข้ามวันข้ามคืนนี้ ฝ่ายไทยก็รู้ดีว่ามันจะต้องเกิดขึ้น พูดภาษาอังกฤษก็คือมัน “inevitable” คือต้องเกิดขึ้นแน่ๆ ไม่อาจหลีกเลี่ยง

เพราะก่อนจะบุกไทย ญี่ปุ่นเคลื่อนพลมาจ่อที่อินโดจีนของฝรั่งเศสได้นานเดือนแล้ว เพื่อเตรียมเจาะภาคหรดีของจีน อันเป็นปราการสำคัญที่คุ้มกันจีนด้านในไว้ หนังสือพิมพ์ในยุคนั้นลงข่าวทุกวันว่า ญี่ปุ่นขยับเข้ามาใกล้ไทยเข้าทุกที

โลกรู้ว่าญี่ปุ่นถูกบีบจากการคว่ำบาตรของสหรัฐ ญี่ปุ่นไม่มีทรัพยากรเหลือที่จะรบกับจีนอีก ทางออกเดียวคือรุกใต้ไปยึดบ่อน้ำมัน ยางพารา และทางอ้อมหลังเข้าไปตีจีนที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ญี่ปุ่นลองคุยกับสหรัฐก่อน แต่สุดท้ายตกลงกันไม่ได้ เพราะญี่ปุ่นบอกว่าไม่ยอมโว้ย อั๊วจะเอาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นขุมทรัพย์ตัวเองให้ได้

ระหว่างที่ยังคุยกันอยู่ญี่ปุ่นก็เล่นเกมสับขาหลอกด้วยการถล่มเพิร์ลฮาร์เบอร์ พร้อมกับยกพลขึ้นบกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งโขยง แน่นอนว่า ไทยโดนไปหลายจุดตั้งแต่ภาคกลางยันใต้สุด

ย้อนกลับไปในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 มีเอกสารของอังกฤษบอกว่า เยอรมนีสมคบกับญี่ปุ่นที่จะครองเอเชียโดยเริ่มจากการเกลี้ยกล่อมสยามให้มาเป็นพวก ต่อมาแผนการนี้ถูกเปิดเผยว่าเป็นฝ่ายสถานทูตเยอรมันปล่อยข่าวลือไป

แต่ผมคิดว่ามันไม่ใช่ข่าวลือ ญี่ปุ่นมีแผนการ “รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อเอเชีย” ด้วยการปลุกให้คนในเอเชียใต้รวมกันปลดแอกจากฝรั่งตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 แผนการนี้ไม่เคยถูกปัดตกไป เพียงแต่ญี่ปุ่นไปมุ่งรุกเอเชียตอนเหนือก่อน จนกระทั่งหมดทรัพย์และทางรุกแล้วจึงเหล่ทางทางสยามอีกรอบ

เมื่อญี่ปุ่นบุกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่นจึงชูธงว่ามาช่วยปลดปล่อยเอเชียด้วยกันจากฝรั่ง

ดังนั้น เรานั่งๆ บนภูดูจีน-ญี่ปุ่นรบกันอยู่ดีๆ ก็โดนลูกหลงได้เหมื่อนกัน

นี่คือความสำคัญของการติดตามสถานการณ์ต่างประเทศ เพราะตีกันที่หนึ่ง ลูกหลงก็อาจกระเด็นมาถึงไทยได้

สงครามโลกครั้งต่อไปนั้นเราจะถูกดึงเข้าไปเอี่ยวแบบไหนดี?

(ภาพ – ทหารสยามกำลังเดินทางไปร่วมรบในแนวหน้าของสมรภูมิสงครามโลกครั้งที่ 1 ภาพจากหนังสือ Fighting America’s fight, ปี 1919, Public Domain)


https://www.facebook.com/kornkitd/posts/10156719100356954