วันอาทิตย์ 17 ธันวาคม 2017
  • :
  • :
Latest Update

ประชาธิปไตย,โดนัลทรัมป์ และ การข่มขู่บนอินเตอร์เน็ต

untitled-3

ผ่านมา ๖ วันแล้วสำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาครั้งที่ ๕๘ ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันอังคารที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๙ ที่ผ่านมา

และผลจากการเลือกตั้งดังกล่าวนั้น ส่งผลให้ นาย โดนัลด์ ทรัมป์ สังกัดพรรคริพับลิกัน ได้รับคะแนนเสียงข้างมากจาก ผู้แทนราษฎร จนได้รับ การดำรงตำแหน่ง เป็น ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนล่าสุดนี่เอง  นาย โดนัลด์ ทรัมป์โดยชนะไป ๒๙๐ ต่อ ๒๒๘ เสียงทั่วประเทศสหรัฐ  แม้ว่านาย โดนัลด์  แพ้คะแนน ต่อ ผู้ท้าชิงอย่าง นาง ฮิลลารี่ คลินตันไปเพียง เกือบ ๖ แสนเสียงเท่านั้น จาก ๑๒๗ ล้านเสียง

แต่ดูเหมือนว่าการได้รับชัยชนะของนาย ทรัมป์ จะไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนฝ่ายสนับสนุน นาง ฮิลลารี่ คลินตัน ก็ตาม และได้ก่อการประท้วงซึ่งรุกลามไปสู่ความขัดแย้งที่มีคนเสียชีวิตแล้ว ราว ๕ คนจากการประท้วง ต่อต้าน นาย โดนัลด์ ทรัมป์ และหนึ่งในจำนวนนั้น ถูกยิงเสียชีวิตจาก”ผู้่อเหตุไม่ทราบฝ่าย” การกระทำดังกล่าวส่งผลให้มีการประท้วงรุนแรงยิ่งขึ้น  จากการติดตาม สถานะการณ์มาตลอด ๕ วันที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า มีกระแสการอัดฉีดม๊อบต้านทรัมป์ จากนายทุนใหญ่คนหนึ่ง ที่ นาย จอร์จ โซรอส  ซึ่งถือเป็นนายทุนคนสำคัญที่ให้การสนับสนุนการเงินให้กับ ผู้ท้าชิงอย่าง นาง ฮิลลารี่ คลินตัน และแม้แต่ นโยบายการต่างประเทศต่างๆในรัฐบาลของ โอบาม่าอีกด้วย    การอัดฉีดของ นาย จอร์จ โซรอสนั้นมักทำคือการสนับสนุนการเงินให้ หน่วยงานเอกชนเดี่ยวกับสื่อมวลชน ภาคสังคม และแม้แต่ หน่วยงานระหว่างประเทศที่สนับสนุนด้านประชาธิปไตย …โดย หนึ่งใน นัยยะสำคัญที่ นายโซรอส ถนัด คือ การ ส่งเสริมให้เกิด”ความเกลียดชัง” ในหมู่ประชาชนและ ขับดัน”ความเกลียดชัง” เหล่านั้น เพื่อ โจมตีรัฐบาลที่เป้นเป้าหมาย ซึ่งในครั้งนี้ นาย โดนัลด์ ทรัมป์  ดูเหมือนจะเป็นเป้าหมายสำคัญที่ต้องถูกโค่นให้ได้

ท่าที ความรุนแรงของการประท้วง นาย โดนัลด์ ทรัมป์ นั้นยังคงมีต่อและยังดูมีแนวโน้มว่าจะยังคงมีต่อไปเนรื่อยๆจนกว่าจะ นาย โดนัลด์ ทรัมป์ จะหมดอำนาจ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น นั่นหมายถึงการประท้วงการรจะกินเวลาไปถึง ๔ปี ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งเลยทีเดียว แต่ดูเหมือนว่า ฝ่ายต่อต้าน นาย โดนัลด์ ทรัมป์ จะค่อนข้าง”หัวร้อน-ใจร้อน” ถึงกับประชดประชัน กันหนักหน่วงพอสมควร เช่นการโพสหมิ่นฯว่าที่ปธน.นาย โดนัลด์ ทรัมป์ ลงบนทวิตเตอร์ และ โซเชียลมีเดียอีกหลายแห่ง โดยข่มขู่ไปถึงการ”ลอบสังหาร นาย โดนัลด์ ทรัมป์ ” หรือ การโพสหมิ่นประมาทซึ่งมีเจตนาล่วงเกินทางเพศต่อ เมาเนีย ทรัมป์ ภารยาสุดสวย ของว่าที่ปธน.นาย โดนัลด์ ทรัมป์อีกด้วย

cats

cats

 

1_227

 

หรือแม้แต่ นักข่าวสาวนามว่า โมนิชา ราเยช (Monisha Rajesh) นักข่าวสาวของสื่อชื่อดังอย่างเทเลกราฟของอังกฤษ และเป็นนักเขียนของเดอะการ์เดียน ซึ่งเป็นทวีตที่เธอตอบโต้กับนายมาร์ก ซี.โอ ฟลาเธอร์ตี นักเขียนของหนังสือพิมพ์ Financial Times  ยังแสดงความเห็นให้”มีการลอบสังหารเกิดขึ้น”

สิ่งที่น่าสนใจ คือกฏหมาย ประเทศสหรัฐอเมริกา หมวดความมั่นคง นั้น ในมาตรา. ๘๗๑ และ  มาตรา. ๘๗๙ ก็ระบุชัดเจนว่า

มาตรา. ๘๗๑  ภัยคุกคามที่ต่อต้านประธานาธิบดีและผู้สืบทอด

(ก)ผู้ใดรู้เท่าทันและจงใจเงินฝากสำหรับยานพาหนะใน
อีเมลหรือสำหรับการจัดส่งจากสำนักงานการโพสต์ใด ๆ หรือตามตัวอักษรใด ๆ
ผู้ให้บริการจดหมาย, กระดาษ, การเขียน, การพิมพ์จดหมายหรือเอกสารใด ๆ
มีภัยคุกคามใด ๆ ในการใช้ชีวิตของผู้ที่จะลักพาตัวหรือจะลงโทษ
เป็นอันตรายต่อร่างกายของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา, ประธานเลือกตั้ง,รองประธานหรือเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ที่เกี่ยวสำนักงานของประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา และ รองประธานาธิบดี

ต้องระวางโทษปรับภายใต้ชื่อนี้หรือโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือทั้งสองอย่าง

มาตรา.  ๘๗๙ ภัยคุกคามกับอดีตประธานาธิบดีและบุคคลอื่น ๆ
(ก) ผู้ใดรู้เท่าทันและจงใจขู่ว่าจะฆ่าลักพาตัวหรือ
ดาเมจเป็นอันตรายต่อร่างกายเมื่อ –
(๑) เป็นอดีตประธานหรือสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวของ
อดีตประธานาธิบดี;
(๒) สมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวของประธานาธิบดี
ประธานาธิบดี, รองประธานาธิบดีหรือรองประธานาธิบดี;
(๓) ผู้สมัครที่สำคัญสำหรับการทำงานของประธานหรือรอง
ประธานหรือสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวของผู้สมัครดังกล่าว
หรือ
(๔) เป็นบุคคลที่ได้รับการคุ้มครองโดยหน่วยสืบราชการลับตามมาตรา
๓๐๕๖ (ก) (๖);
ต้องระวางโทษปรับภายใต้ชื่อนี้หรือขังไม่เกิน ห้า ปีหรือทั้งสองอย่าง

เมื่อได้อ่านกฏหมายของสหรัฐ อย่างคร่าวๆ แล้วก็ จะเห็นว่า กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยและต่อต้าน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กำลังหมิ่นประมาทผ่านสื่อออนไลน์และส่วนนึงกำลังข่มขู่ อาฆาดมาดร้ายนาย โดนัลด์ ทรัมป์และครอบครัว  นับเป้นการกระทำผิดกฎหมายผ่าน เสรีภาพที่พวกเข้าเรียนกว่าFREE SPEECH หรือ เสรีภาพในการแสดงออก …ซึ่งบางครั้งการแสดงออกนั้นเลยเถิดไปถึงการ ขอแบ่งแยกประเทศเป็นสองซีก เหมือนเช่นที่เกิดขึ้นใน รัฐ แครริฟอร์เนีย เมื่ผู้ชุมนุมเรียกร้อง ให้เกิด #Calexit เพื่อปฎิเสธการเป็นประธานาธิบดี ของนาย โดนัล ทรัมป์

14991790_1595804160728602_926583609581416801_n

 

นี่ไม่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ที่จริงแล้วการชุมนุมครั้งถูกตั้งขอสงสัยมาโดยตลอดว่ามี นายจอร์จ โซรอส เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมเคลื่อนไหว และอย่างที่บอกไปในข้างต้นของบทความ นายจอร์จ โซรอส เป็นผู้สนับสนุน นาง ฮิลลารี คลินตั้น ซึ่งควบคุมนโยบายการต่างประเทศในรัฐบาลที่แล้ว

แนวทางการเคลื่อนไหวเหล่านี้ ล้วนคล้ายคลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย อย่างน่าสนใจ
จนต้องมีการตั้งคำถามในใจเหมือนกันว่า  แม้แต่ใน”ประเทศไทย” ทำไม สหรัฐอเมริกาใน ช่วงยุคของ”รัฐบาลโอบาม่า” ถึงได้ให้การสนับสนุน กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยที่ ตั้งชื่อตัวเองว่ากลุ่ม นปช.,คนเสื้อแดง  และกลุ่มเสรีชน , นิติราษฎรฯลฯ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านเงินทุน  USAID และ NED  ของนาย จอร์จ โซรอส กลับไปแสดงท่าที ใส่ร้าย และ อาฆาตมาดร้ายโจมตี พระมหากษัตริย์-รัฐบุรุษของประเทศไทยมาโดยตลอด ซึ่งกลุ่มเดียวกันนั้นเองเคยแม้แต่คิดจะนำเสนอแนวทางการแบ่งแยกดินแดนมาแล้ว (กรณี สปปล้านนา)

และแน่นอนว่า กลุ่มสื่อการเมืองในประเทศไทย นั้นก็ได้รับเงินทุน จาก จอร์จ โซรอส  อย่าง ประชาไท และ สื่อ”กลุ่มนักเขียนอินดี้” ก็ได้รับเงินจาก จอร์จ โซรอส อีกเช่นกัน  … ซึ่งแน่นนอนว่า นาย จอร์จ โรอส ย่อมเป็นผู้สนับสนุนหลักคนหนึ่งให้กับการเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร ผ่านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ในช่วงหลายปี่ที่ผ่านมา

prachatainedfundingdiagram_1

เรื่องบังเอิญ มีอยู่ว่า… ผู้สนับสนุนในการก่อกบฏต่อ พระมหากษัตริย์ไทยซึ่งต่อมาทราบว่าอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา และมีสัญชาติอเมริกันนั้น ดันเป็นคนกลุ่มเดียวกันที่เป็นฐานเสียงของฮิลลารี คลินตัน อีกด้วย…”

แม้ว่าวันนี้ ท่าที่นโยบายกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีต่อประเทศไทย จะชะลอเรื่องราวไปบ้างเพื่ออยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่ายอำนาจในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่เราก็ต้องจับตามองอีกเช่นกันว่า  ความขัดแย้งในสหรัฐฯอาจจะกินเวลาสั้น หรือยาวเราไม่อาจคาดคะเนได้ ชัดเจน แต่การเคลื่อนไหว ที่ใช้ โซเชียลมีเดียในการเคลื่อนไหวในการปลุกระดม ใส่ร้ายไปมานั้น  คนไทยควรศึกษา”สงครามน้ำลาย ที่ฆ่าคนด้วยลมปาก” กับแนวทางประชาธิปไตยแบบ “สหรัฐฯ” นั้นมีข้อเสียแบบใดกันบ้าง

และแน่นอนว่าเราควร ศึกษา เบื้องหลังของ โซรอสและ การที่นาย จอร์จ โซรอส สูญเสีย อำนาจทางการเมืองในประเทศมหาอำนาจ จะส่งผลมุมมบวกกับประเทศไทยอย่างไรต่อไป

 

ขอบคุณ งานเขียนจาก ปราชญ์ สามสี, ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙