วันพฤหัส 27 มิถุนายน 2019
  • :
  • :
Latest Update

ประชาธิปไตยในความขัดแย้งทางผลประโยชน์

Democracy in conflict of interest – ปราชญ์ สามสี 20 มกราคม 2562

จบไปแล้วสำหรับกิจกรรม ม็อบคนอยากเลือกตั้งที่เคยประกาศไว้ว่าจะเป็นการชุมนุมใหญ่ที่สุดในวันที่ 19 มกราคม 2562 ที่ผ่านมาเพื่อกดดันเร่งรัดให้ทางรัฐบาล คสช. จัดการเลือกตั้งภายในวันที่ 10 มีนาคม 2562 โดยไม่สนใจพระราชพิธีพระบรมราชาพิเษกที่จะเกิดขึ้นช่วงพฤษภาคม 2562

แต่ก็ดูเหมือนว่าจะล้มเหลวไม่เป็นท่า เมื่อหนึ่งในสมาชิกแกนนำคนอยากเลือกตั้ง รายหนึ่งประกาศกลางเวทีว่าจะจัดกิจกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่บริเวณหน้าร้านแมคโดนัลอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและจะมีการเดินไปที่ทำเนียบรัฐบาล
….

เรื่องความล้มเหลวนี้อาจจะต้องเล่าเริ่มต้นมาตั้งแต่การประกาศจัดชุมนุมครั้งยิ่งใหญ่ของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่จะออกมาต่อต้าน รัฐบาล คสช.โดยประกาศกลางเวทีว่า จะจัดกิจกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ บริเวณ หน้าร้านแมคโดนัล อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และจะมีการเดินไปที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งอยู่ในเขตพระราชฐาน …และใกล้กับกิจกรรม อุ่นไอรักฯ ที่ลานหน้าพระราชวังดุสิต ซึ่งกำลังจัดเป็นวันสุดท้าย

เนื่องจากกลุ่ม คนอยากเลือกตั้ง…ประกอบด้วยสมาชิกบางคนที่เคยใด้รับโทษในคดีหมิ่นสถาบันฯ บางคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับนักเคลื่อนไหวที่ออกมาแทรกแซงสถาบันเบื้องสูงในอดีต บางคนเป็นนักเคลื่อนไหวที่ต้องการลดพระราชอำนาจ รวมไปถึงการยกเลิกกฏหมาย มาตรา 112 อีกด้วย

ประชาชนหลายๆฝ่ายก็พิจารณากันว่างานนี้ อาจมีเจตนาแฝง เข้าไปแหย่หวังทำให้เกิดความปั่นป่วนจนเกิดความขัดแย้งแน่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มผู้จงรักภักดีและฝ่ายที่เข้าไปทำกิจกรรมให้เกิดการเลือกตั้ง ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นการจุดประเด็นผูกขัดแย้งระหว่างสถาบันกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเป็นแน่

… แน่นอนว่าประชาชนหลายๆฝ่ายก็ไม่สบายใจ เช่น “สภานักศึกษารามคำแหง” ที่ออกแสลงการณ์ตำหนิ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” อย่างรุนแรงเรียกร้องให้หยุดการกระทำเหล่านั้นเสีย แต่ดูเหมือนแกนนำ”กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” จะไม่สนใจและมีเจตนาเดินหน้าเคลื่อนไหวชุมนุมใหญ่ ที่ บริเวณ หน้าร้านแมคโดนัล อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยประชาชนหลายกลุ่มเลยออกมา แสดงความไม่พอใจ ในวันที่ 19 มกราคม 2562 เช่น

“กลุ่มคนรุ่นใหม่ต่อต้านประชาธิปไตยจอมปลอมและมลพิษทางสังคม” ซึ่งเป็นกลุ่ม นศ.ราม ออกมาขยับขับเคลื่อนไหวทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่งกายด้วยชุดสีดำ สวมหน้ากากอนามัย และเขียนแผ่นป้ายแสดงความออกไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง อีกทั้งออกแถลงการณ์เรียกร้องจากกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง จำนวน 4 ข้อ คือ
1. หยุดการกระทำและการเรียกร้องใดๆ อันเป็นการก้าวก่ายล่วงพระราชอำนาจ
2. หยุดการนัดชุมนุมโดยผิดกฎหมาย ก่อความเดือดร้อน วุ่นวาย ต่อประชาชนและสังคมโดยรวม
3. เลิกใช้คำว่า ‘ประชาธิปไตย’ นำไปอ้างเป็นข้อเรียกร้องเพื่อการเคลื่อนไหวของกลุ่มตนเพียงฝ่ายเดียว
4. หยุดการสร้างวาทกรรมยั่วยุ บิดเบือน สร้างความเกลียดชัง แตกแยก ก่อให้เกิดความสับสน วุ่นวายแก่ประเทศ เพื่อให้สังคมและประเทศชาติอยู่อย่างเป็นสุข
ขอให้กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง “ปิดปาก” พ่นวาทกรรม อันจะนำไปสู่ความแตกแยก เกลียดชัง ก่อให้เกิด มลพิษทางสังคม แก่ประเทศชาติอันเป็นที่รักของคนไทยทุกคน

กลุ่มที่สองที่ ขยับออกมาคือกลุ่ม “คนฝั่งธนรักสันติ” จัดที่สวนสุขภาพใกล้วัดเศวตฉัตรวรวิหาร ถ.เจริญนคร เป็นการรวมตัวของประชาชนฝั่งธนที่ไม่พอใจ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง”ที่มีท่าทีเข้าไปรบกวนการจัดการเลือกตั้งส่งผลให้เกิดความขัดแย้งในสังคม และยังพยายามโจมตีสถาบันฯ
ซึ่งบางส่วนของการชุมนุม เป็นพ่อค้าแม่ค้าที่เคยได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์ออกมาแสดงความไม่พอใจ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” ที่เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่อาจจะทำให้บ้านเมืองมีความวุ่นวายไม่สงบไม่เหมาะกับการค้าขาย


ต่อมามี “กลุ่มสามัคคีก่อนเลือกตั้ง” ที่ออกมานัดชุมนุมต่อต้านการเคลื่อนไหวของ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” ที่อาจก้าวก่ายล่วงต่อสถาบันฯ ในวันที่ 19 มกราคม 2562 หน้าร้านเมธาวลัยศรแดง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นบริเวณใกล้เคียงกับที่ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” วางแผนว่าจะชุมนุมในวันเดียวกัน ส่งผลให้ นาย อนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ ฟอร์ด เส้นทางสีแดง หนึ่งในแกนนำ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” ไม่พอใจที่ “กลุ่มสามัคคีก่อนเลือกตั้ง” เลือกพื้นที่ในการแสดงออกใกล้พื้นของตนเอง จึงประกาศผ่านหน้าเฟสบุ๊คที่จะย้ายการชุมนุม หน้าร้านเมธาวลัยศรแดง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในที่เดียวกันเป็น “ม็อบชนม็อบ”

เรื่องนี้ร้อนไปถึงแกนนำหลายคนของ”กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” ซึ่งก็คือ นางสาวณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์อยากเลือกตั้ง (ที่เคยมีข่าวฉาวกับเสี่ยไก่) … นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ (จ่านิว )- นายรังสิมันต์ โรม ส่วน นาย อานนท์ นำภา หนึ่งในแกนนำกลุ่ม “คนอยากเลือกตั้ง” ก็ถึงกับ โพสไปต่อว่า นาย อนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ ฟอร์ด เส้นทางสีแดง อย่างไม่เผาผี…เรียกว่า ฉีกหน้ากันกลางเฟสบุ๊กเลยทีเดียว โดยระบุว่า
“ด่าตรงๆ แม่งก็จะหน้าด้านและทำให้ขบวนเสียหาย พฤติกรรมของฟอร์ด เส้นทางสีแดง เป็นพฤติกรรมที่ควรประนาม มีความพยายามมาเกาะขบวนฝ่ายประชาธิปไตย และล่าสุดประกาศไปปะทะกับคนที่เผด็จการณ์ขนมายั่วยุ
ผมขอประนามและประกาศว่าพฤติกรรมนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนอยากเลือกตั้งยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีมาโดยตลอด
ขอให้พี่น้องร่วมกันประนามและอย่าสนับสนุนคนเช่นนี้อีกต่อไป รวมทั้งขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันรักษาความสงบเพื่อให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยด้วย

เรายืนยันชุมนุมอย่างสงบสันติ ในวันที่ 19 มกราคมนี้แน่นอน” ส่วนนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ ฟอร์ด เส้นทางสีแดงก็ตอบโต้ว่า “ทนายอานนท์กินยาด้วยจ้า พี่ไม่เคยเกาะขบวนประชาธิปไตยเพราะเป็นนักกิจกรรมมา 8 ปีแล้ว ชีวิตอุทิศให้ประชาธิปไตยเช่นเดียวกับคุณและคนอีกจำนวนมาก และไม่เคยบอกว่าจะขนคนไปปะทะกับม็อบที่ไหน มีแต่เรียกร้องความสามัคคีในหมู่คณะของคนอยากเลือกตั้งทุกกลุ่ม มาอ่านเฟสบุ้คพี่ดูได้จ้า”
แต่อย่างไรก็ตาม แกนนำ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” ทั้งสาม โบว์ จ่านิว และ รังสิมันต์ โรม ต่างเลือกที่จะบ่ายเบี่ยงที่จะไปชุมนุมตามที่นัดไว้ โดยโบว์ระบุว่า “โบว์ตัดสินใจไม่เข้าร่วมการชุมนุมวันเสาร์นี้นะคะ เพราะพิจารณาสถานการณ์ประกอบกับข้อมูล IO ที่ได้รับแล้ว ประเมินว่าตัวเองในฐานะหนึ่งในแกนนำ อาจจะไม่มีศักยภาพพอจะรับรองความปลอดภัยของทุกคนได้ หากเกิดเหตุการณ์ ”ม็อบชนม็อบ” ตามที่มีผู้ไม่หวังดีกำลังพยายามจัดการให้เกิดขึ้น”

ส่วน รังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ระบุว่า “ ขออภัยสำหรับทุกภารกิจครับ ตอนนี้ผมเป็นไข้หวัดใหญ่ คงต้องพักพอสมควร ส่วนสาเหตุอันนี้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมลพิษในกรุงเทพด้วยไหมครับ ”

จน นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว แกนนำกลุ่มอยากเลือกตั้ง ยืนยันว่าจะมีการชุมนุมในวันที่ 19 ม.ค. เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่ชุมนุมจากเดิม อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์บริเวณ ลานหน้าหอประชุมใหญ่ เวลา 16:00 น. แต่เจ้าตัวไม่ปรากฏ มีเพียง นาย อานนท์ นำภา ไปดูสถานการณ์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์

ส่วน นายเอกชัย หงค์กังวาน และ นาย อนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ ฟอร์ด เส้นทางสีแดง ก็ทำกิจกรรม ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ใกล้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และ ตรอกข้าวสารโดยไม่มีการปะทะใดๆกับ “กลุ่ม สามัคคีก่อนเหลืองตั้ง ” อย่างที่ “แกนนำคนอยากเลือกตั้ง” กล่าวหา

แต่เย็นวันนั้น( 19 ม.ค. 2562) นายเอกชัย หงค์กังวาน กลับอ้างว่าถูกทำร้ายโดยกลุ่มคนปริศนา 3 คน จนปากแตก โดย นาย อนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ ฟอร์ด เส้นทางสีแดงได้มีส่วนรู้เห็นด้วย และไปแจ้งความที่สน.ชนะสงคราม
และในวันที่ 20 ม.ค. 2562 นายเอกชัย หงค์กังวาน ออกมามีตีโพยทันทีว่า เป็นฝีมือของ “ทหาร” และ ทางโบว์ออกมาประณามการกระทำรุนแรงของทหารที่มีต่อนายเอกชัย หงษ์กังวานแทบจะในทันที และในเย็นวันที่ 20 ม.ค. 2562 นายเอกชัย หงษ์กังวาน ก็ไปล่ารายชื่อยื่นต่อแพทยสภาถอนใบอนุญาต พลตรี นายแพทย์ เหรียญทอง แน่นหนา ปมที่ นายแพทย์ เหรียญทอง พูดว่า “ไม่รักษาควายในร่างคน”
————————–—-

พิจารณาเหตุการณ์ ความล้มเหลวของ คนอยากเลือกตั้ง

เรื่องนี้ ถ้าเรียบเรียงไทม์ไลน์ เห็นได้ชัดว่าความเคลื่อนไหวของกลุ่มอยากเลือกตั้ง ไม่เป็นเอกภาพแต่อย่างใด และทำไปเพื่อการเอาหน้าทางสังคมบางอย่าง … เป็นการรวมตัวกันอย่างหลวมๆของคนกลุ่มนี้

ข้าพเจ้าไม่อาจบอกได้ว่าใครเป็นทำร้ายนายเอกชัย หงษ์กังวาน เมื่อวันที่ ( 19 ม.ค. 2562) แต่สามารถตั้งข้อสังเกตว่าทำไม นายเอกชัยถึงเป็นคนเดียวที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้าย แต่แกนนำคนอื่นกลับไม่เคยถูกทำร้ายแต่อย่างใด?

หากย้อนไปกลับไปดูเหตุการณ์เมื่อปี2561 จะพบว่า นายเอกชัย หงษ์กังวานเคยถูกคนเสื้อแดงด้วยกันต่อยปากในวันที่ 21 ม.ค.2561 ด้วยข้อหาว่าการเคลื่อนไหวของเอกชัยอาจจะทำให้นายดูไบไม่ได้กลับบ้าน

ต่อมา 14 ส.ค. 2561 นายเอกชัย หงค์กังวานก็ถูกมือมืดสาดน้ำปลาร้าเหม็นไปทั่ว และถัดมาอีกไม่กี่วันก็ถูกทุบด้วยไม้

หน้าสามจนกระดูกแต

ครั้งนั้นมีหลายคนสงสัยว่าเกิดมาจากการที่ นายเอกชัย หงษ์กังวานเป็นคน “ปากหมา” และดันไป วิพากษ์วิจารณ์ “เป็ดเบิม บางลอน” ว่าไม่สมควรอยู่ในพรรคเพื่อไทย

การที่เกิดปรากฎการณ์โดนทุบครั้งล่าสุดของเอกชัย สำหรับข้าพเจ้าแล้ว นี่เรียกว่าไม่แปลก …. แต่ที่แปลกก็มีแค่ว่า มันทั้ง “เบา” และเล็งไปที่ นาย เอกชัย อีกแล้ว นี่แหล่ะที่แปลก!

การเคลื่อนไหวของนาย เอกชัย มีลักษณะล่อให้โดนกระทืบอยู่แล้ว การที่คนในกันเองส่งคนไป กระทืบแล้วโบ้ยความผิดให้กับทหารนั้น เป็นเรื่องที่น่าจะสมเหตุสมผลอยู่นะครับ

และสอดคล้องการที่นายเอกชัยไปปรากฏตัวในนามกลุ่ม “คนอยากเลือกตั้ง” ที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เพื่อไปด่านายแพทย์ เหรียญทองว่า “หมอปากหมา” ซึ่งเป็นสไตล์ในการยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งการคุกคามถึงร่างกายของนายเอกชัยอยู่แล้ว

แต่แล้วทำไม โบว์ และแกนนำอย่างจ่านิว และ โรม ถึงรู้ว่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นล่วงหน้า จนถอนตัวออกไปแบบ “ดูไม่ดี” เรื่องนี้น่าสนใจมาก ? ว่าไหมครับ?

ถ้าจะมองจากความสัมพันธ์ ที่เกิดขึ้นในอดีตระหว่างแกนนำ ก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่าการที่เอกชัย และ ฟอร์ด มาเคลื่อนไหวครั้งนี้แบบ “ม็อบชนม็อบ” อาจจะเป็นการขยับขับเคลื่อนแบบที่ “ล้ำเส้นผลประโยชน์” และ”เสี่ยง”เกินกว่าที่กลุ่มแกนนำอีกส่วนนึง “จะยอบรับ” เลยมีการ “ข่ม” กันเองก็เป็นไปได้ และอาจจะนำไปสู่การใช้ความรุนแรงก็ได้

การแตกกลุ่มออกเป็นสองกลุ่ม ที่กลุ่มนึงขยับที่ อนุสรณ์ 14 ตุลา อีกกลุ่มขยับที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เห็นได้ชัดเจนว่ามีความขัดแย้งเชิงผลประโยชน์ของกลุ่มภายใน กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง

ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่า นายเอกชัย รู้หรือไม่ว่าตนได้สร้างศัตรูไว้มาก แม้แต่ภายในกลุ่มของตนเอง และไม่ทราบเหมือนกันว่า นายเอกชัย รู้หรือไม่ว่ามีการจัดฉากทุบตนแล้วโบ้ยไปทางทหาร…(ข้าพเจ้าคาดคะเนว่าเขาไม่น่าจะรู้หรอก)

ที่น่าสังเกตคือ การทุบทำร้ายเอกชัยในหลายๆครั้ง แม้จะถูกป้ายสีว่าเป็นฝีมือของทหารแทบทุกครั้ง แต่ไม่มีครั้งใดเลยที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งภายในคนเสื้อแดงด้วยกัน... และตำรวจไม่เคยจับคนร้ายตามที่นายเอกชัยกล่าวอ้างว่าเป็นทหารได้ มีเพียงเหตุการณ์การลอบทำร้ายนายเอกชัยครั้งแรกที่จับได้ครั้งเดียวและเป็นคนเสื้อแดงอีกด้วยนะครับ

การเคลื่อนไหวของ กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง จะยังเคลื่อนไหวตอ่ไปหรือไม่อันนี้คงต้องดูไป เห็นว่า ‘โอ๊ค พานทองแท้’ บอกแล้วว่า เลือกตั้ง 24มีนาคม กำลังดี ติงอบรมกลุ่มอยากเลือกตั้ง อย่าสร้างเงื่อนไข อันเป็นเหตุให้เลื่อนอีก… อันนี้ก็ไม่รู้จะห้ามปรามได้ใหม เพราะ ล่าสุด จ่านิวก็นัดชุมนุมใหญ่ต้าน คสช.รอบสอง ในวันที่ 26 ม.ค.2562แล้ว

ส่วนเรื่องเอกชัย เราก็คงต้องติดตามชมกันครับว่าการทำร้าย “เอกชัย” แบบเล็งเป้าเดี่ยวแบบนี้เป็นผลจากฝีมือใครกันแน่ๆ …แต่ที่แน่ๆเจ็บแล้วจำคือคน แต่เจ็บแล้วทนคือควายนะครับ เอกชัย