วันพฤหัส 18 ตุลาคม 2018
  • :
  • :
Latest Update

พระสุรเสียงผ่านสาย Z ของในหลวง ร.๙ ดับทุกข์ร้อนของราษฎร สู่จส.๑๐๐

โดย เทิดราชเทียมธรรม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๙นั้น ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารทุกชนิดในการช่วยเหลือประชาชน วิทยุกระจายเสียงก็เป็นช่องทางหนึ่งที่พระองค์ท่านใช้

 

หลายคนอาจเคยได้ยิน ได้ฟัง หรือพอรู้ว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงฟังสถานีวิทยุ จส.๑๐๐ และหลายคนสงสัยว่าทำไมในหลวงทรงฟัง จส.๑๐๐ และทรงมีรับสั่งเรื่องอะไร และคน จส.๑๐๐ ทำอย่างไร เรื่องเล่าเรื่องนี้อาจไม่ได้ตอบคำถามทุกข้อ…แต่ที่สำคัญที่สุดคือความตั้งใจที่อยากถ่ายทอดให้หลายคนมีโอกาสได้รู้ถึงพระราชหฤทัยรัก ห่วงใย ที่ทรงมีต่อคนไทย พระมหากรุณาธิคุณบางเรื่องที่หลายคนยังไม่เคยได้รู้

 

คงจำภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระดำเนินบุกป่าฝ่าเข้าไปในพื้นที่ทุรกันดารทั่วประเทศเพื่อได้ทอดพระเนตร ได้ทรงพูดคุยกับราษฎรในพื้นที่โดยพระองค์เอง ทำให้เราพอจะทราบว่าทรงใช้วิธีการศึกษาข้อมูล ข้อเท็จจริงโดยตรงจากต้นตอของเรื่อง  ดังนั้นการที่ทรงฟังสถานีวิทยุจส.๑๐๐ นั้น คิดในมุมมองของตนเอง ด้วยไม่อาจทราบความในพระทัยได้ว่าทรงฟังสถานีวิทยุ จส.๑๐๐ ด้วยเหตุผลใด ว่าอาจเป็นเพราะลักษณะการดำเนินงานของสถานีเป็นการที่สมาชิกผู้ฟัง จส.๑๐๐ ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียงโทรศัพท์เข้ามารายงานออกอากาศเหตุการณ์ต่างๆทำให้ทรงสามารถติดตามรับฟังปัญหาทุกข์สุขต่างๆของคนกรุงเทพฯและพื้นที่นั้นๆได้ด้วยพระองค์เอง

 

ต่อมาสถานีวิทยุจส.๑๐๐ ได้จัดเตรียมให้พระองค์ทรงโทรศัพท์ติดต่อกับสถานีได้สะดวกโดยตรงผ่านสายโทรศัพท์สายพิเศษ ที่พวกเราเรียกว่าสาย Z และนั่นเองทำให้คนทำงานสถานีวิทยุ จส.๑๐๐ โชคดีได้มีโอกาสรับรู้ถึงพระมหากรุณา ทรงห่วงใยติดตามดูแลทุกข์สุขของประชาชนอย่างไม่ทรงเหน็ดเหนื่อย สถานีวิทยุจส.๑๐๐ นั้นออกอากาศตลอด ๒๔ ชั่วโมง ก็ดูเหมือนว่าพระองค์ได้ทรงเคยโทรศัพท์มาในทุกช่วงเวลา ไม่ว่าเช้ามืด สายบ่าย เย็น จนถึงยามวิกาลดึกดื่น ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงเวลานั้น พระเมตตาห่วงใยผ่านสาย Z ของ จส.๑๐๐ นั้นมากมายใหญ่หลวงหาที่สุดมิได้ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาใหญ่ๆ ปัญหาหลักคือ ปัญหาน้ำท่วม การจราจร ปัญหาอุบัติภัย จนถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

 

เรื่องปัญหาน้ำท่วม ทรงเป็นห่วงมาก มีรับสั่งให้สถานีวิทยุ จส.๑๐๐ ช่วยทำหน้าที่ ทรงใช้คำว่า “จราจรน้ำ” หมายถึงให้เจ้าหน้าที่สถานีฯไปศึกษาเรื่องแผนที่ลุ่มน้ำ ว่าน้ำไหลจากไหนไปถึงไหน คอยดูดาวเทียมสภาพอากาศ เวลาขึ้นลงของน้ำทะเลเพื่อให้เข้าใจเวลาพูดจัดรายการ  แล้วให้คอยสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ทำงานน้ำท่วม คอยถามประชาชนให้เล่าออกอากาศ เพื่อที่พระองค์จะทรงติดตามดูว่าสถานการณ์น้ำท่วมเป็นอย่างไรแล้ว

 

ปัญหาเรื่องการจราจร ขอยกตัวอย่าง ตอนนั้นสถานีวิทยุ จส.๑๐๐ ใช้เฮลิคอปเตอร์บินตรวจสภาพจราจรบนท้องถนน โปรดให้ถ่ายภาพทางอากาศสภาพการจราจรบนท้องถนนมาถวายให้ทอดพระเนตร และเมื่อมีพระราชดำริให้จัดสร้างเส้นทางเพื่อแก้ปัญหาจราจร โปรดให้จส.๑๐๐ ถ่ายภาพทางอากาศเพื่อทรงติดตามความคืบหน้าของการก่อสร้าง ดังเช่น ที่มีพระราชดำริให้แก้ปัญหาจราจรคับคั่งเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ฝั่งพระนคร ที่กลายมาเป็นถนนที่เรียกกันว่าถนนหยดน้ำ ทรงแก้ปัญหา”คอขวด” หลายจุด บนถนนราชดำเนิน โดยโปรดให้ขยายสะพานผ่านฟ้าลีลาศ สร้างสะพานคู่ขนานสะพานมัฆวานรังสรรค์ ลดขนาดฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยลงประมาณ ๑ เมตรและปรับผิวการจราจรใหม่ เป็นต้น

 

ส่วนเรื่องปัญหาอุบัติเหตุใหญ่ๆหรือที่จะมีภัยต่อเนื่อง เช่นครั้งหนึ่งทรงโทรศัพท์มารับสั่งที่ได้ยินจส.๑๐๐ ออกอากาศเรื่องรถบรรทุกขนกำมะถันเกิดอุบัติเหตุคว่ำที่สมุทรปราการ ทรงเกรงว่ากำมะถันจะลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา ทรงเป็นห่วงเรื่องวิธีจัดการกับกำมะถัน ให้ จส.๑๐๐ ติดตามรายงานอย่างต่อเนื่อง เข้าใจว่าได้มีรับสั่งต่อกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้รีบจัดการปัญหากำมะถันอย่างถูกต้องและรวดเร็ว

 

อีกเรื่องหนึ่งเช่นทรงติดตามรายงานการเกิดไฟไหม้พื้นที่กรุงเทพฯบ่อยครั้งและปัญหาเจ้าหน้าที่ขาดแคลนชุดผจญเพลิง  ภายหลังสถานีวิทยุ จส.๑๐๐ จึงได้จัดซื้อชุดผจญเพลิงไปน้อมเกล้าฯ ถวายเมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๓๗ เพื่อทรงนำไปพระราชทานแก่หน่วยงานนั้น

 

ทั้งหมดนี้คงเป็นเพียงส่วนหนึ่งให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในการทรงใช้การสื่อสาร ตลอดจนหน่วยงานสื่อสารต่างๆอย่างเช่น สถานีวิทยุ จส.๑๐๐ รวมทั้งอีกหลายหน่วยงาน เป็นเครื่องมือให้ทรงช่วยเหลือปัญหาทุกข์ร้อนของประชาชนได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด

 

สำหรับคนทำงานสถานีวิทยุ จส.๑๐๐ เราทำงานเป็นชุดๆเปลี่ยนผลัดกันตามช่วงเวลา  ทุกคนจะต้องคอยฟังว่า “โทรศัพท์สาย Z” จะดังเมื่อไหร่ และที่รู้สึกเหมือนกันทุกคนคือ รู้สึกเหมือนพระองค์จะไม่เคยทรงหยุดพักเลย เพราะเมื่อไหร่ที่มีสมาชิกผู้ฟัง จส.๑๐๐ รายงานเหตุการณ์ร้ายแรงเข้ามา พวกเรารู้ทันทีว่าเดี๋ยวจะต้องได้ยิน “พระสุรเสียงผ่านสายZ” แน่ แต่วันนี้พวกเราไม่ได้ยิน “พระสุรเสียงผ่านสาย Z ” อีกแล้ว แต่พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อคนกรุงเทพฯและพสกนิกรทั่วประเทศ ก็จะอยู่ในความทรงจำของพวกเราตราบนิรันดร์

 

ขอบคุณข้อมูลจาก js100.com (จส.๑๐๐)