วันเสาร์ 18 สิงหาคม 2018
  • :
  • :
Latest Update

พระอัจฉริยภาพของ รัชกาลที่ ๑๐ – ปราชญ์ สามสี

 

พระอัจฉริยภาพของ รัชกาลที่ ๑๐ – ปราชญ์ สามสี ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
———————————
ในที่สุดข้าพเจ้าก็ ได้มีโอกาสกลับมาเขียนเรื่องเกี่ยวกับ สถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพรักของข่าพเจ้า ข้าพเจ้าขอเล่าเรื่องราวหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับ รัชกาลที่ ๑๐ที่ข้าพเจ้าพึ่งจะประสบพบเจอมา

ช่วงเมื่อ เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ข้าพเจ้าพอจะได้ยินข่าวคราว ถึงเรื่องที่พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยหนาวในหลายจังหวัดแถบภาคเหนือและอีสาน เห็นคณะองค์มนตรีและ จิตอาสา(หมวกฟ้า)ลงมือช่วยกันนำผ้าห่มไปแจกจ่ายให้ประชาชน เห็นแล้วก็ปลื้มใจ
ต่อมาช่วง ต้นเดือนมกราคม ๒๕๖๑ ก็มีข่าว มาถึงหูข้าพเจ้าว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูรรัชกาลที่ ๑๐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยราชการในพระองค์ และ จิตอาสา(หมวกฟ้า)ตระเตรียมจัดงานการกุศลเพื่อช่วยเหลือประชาชนในถิ่นทุรกันดารที่ประสบภัยหนาว โดยจะจัดงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว ” ณ พระลานพระราชวังดุสิตและสนามเสือป่าช่วงราวๆ วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ – ๑๑ มีนาคม นี้

ในเวลาเดียวกันนั้น มีนักวิชาการ”หัวโตๆ”ที่หลบหัวอยู่ฝรั่งเศสเอาแต่ล้อเลียนสบประมาท รัชกาลที่ ๑๐ ในเรื่องที่พระองค์จัดกิจกรรม ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยหนาว
โดยตำหนิพระองค์ว่าทรงประทับอยู่ที่ประเทศเยอรมนีห่างไกลประชาชนจนไม่รู้หรืออย่างไรว่าประเทศไทยมีภูมิอากาศร้อนชื้น?

———

ซึ่งครั้งนั้นในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็น ราษฎรของพระองค์คนหนึ่งซึ่งไม่มีความรู้ด้านพยากรณ์อากาศ ข้าพเจ้าก็สงสัยและได้ตั้งคำถามในใจเช่นกันว่า”ทำไมถึงจัดกิจกรรมต้นฤดูร้อนเช่นนี้ เพราะ โดยปรกติแล้ว ฤดูร้อนจะเริ่มต้นราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ จึงไม่ทราบว่า “ภัยหนาว” จะเกิดขึ้นได้อย่างไรในช่วงกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้?”
———
แต่แล้วความจริงก็ปรากฏ เมื่อ ๘ มกราคม ๒๕๖๑ มีข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ประเทศไทยจะได้พบกับภัยหนาวอีกครั้ง และ เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๑ ยอดดอยตุง จ.เชียงราย พบมีละอองน้ำแข็งโปรยปรายคล้ายหิมะจริง เนื่องจาก มวลอากาศหนาวจากประเทศจีนเคลื่อนมาปกคลุมประเทศไทยในเวลานั้น และกว่าจะมีอากาศอุ่นขึ้นมาบ้างก็จนปลายเดือนมกราคม ๒๕๖๑

เรื่องมันยิ่งตลกร้าย เพราะอากาศ ต้นปี ๒๕๖๑ ดูเหมือนจะปั่นป่วนไปทั่วโลกจริงๆ
ต้นเดือนมกราคม กรมอุตุนิยมวิทยาสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า สหรัฐอเมริกาจะพบกับ ปรากฏการณ์ระเบิดไซโคลน หรือ “บอมบ์โบเจเนซิส” ครั้งนี้ เป็นภาวะความกดอากาศลดลงอย่างรวดเร็ว โดยมีอากาศติดลบ ๙๓ องศาเซลเซียส ซึ่งแม้กระทั่งรัฐฟลอริดาที่ค่อนข้างอบอุ่น ยังมีหิมะตกในรอบเกือบ ๓๐ ปี สำนักข่าวต่างประเทศบางสำนักถึงกับเขียนข่าวว่า”สหรัฐฯหนาวกว่าดาวอังคารแล้ว”
ต่อมา ปลายเดือน มกราคม ๒๕๖๑ ใน ฝรั่งเศส กลับมีปรากฏการณ์ ระดับน้ำในแม่น้ำแซนหนุนสูงถึงเกือบ ๕.๘ เมตร จนเกิดเหตุ น้ำท่วมใหญ่กรุงปารีส จนสร้างความโกลาหลให้แก่ระบบขนส่งสาธารณะจนต้องอพยพประชาชนบางส่วนออกจากพื้นที่น้ำท่วม ส่วน นครเวนิส อิตาลี กำลังเผชิญวิกฤตน้ำในลำคลองแห้งเหือดครั้งใหญ่ในช่วงปลายเดือนมกราคม ๒๕๖๑ จนทำให้เศรษฐกิจท่องเที่ยวเสียหาย สำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า เหตุที่น้ำในคลองแห้งขนาดนี้เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงฤดูหนาวและปรากฎการณ์ดวงจันทร์สีน้ำเงินส่งผลให้เกิดปรากฎการณ์น้ำลงนั้นเอง
เอเชียเองก็หนาวทุบสถิติเพราะหิมะตกถึงอาเซียนอีกด้วย เมื่อ ต้นเดือนมกราคม ๒๕๖๑ มีหิมะตกในแขวงพงสาลีและแขวงซำเหนือ ทางตอนเหนือสุดของประเทศ สปป.ลาว ส่วนเมียนม่าก็มี หิมะตกในเมืองมิจินา รัฐกะฉิ่น เมียนม่า เช่นกัน สำนักข่าวต่างประเทศเผยมีหิมะตกมากถึงมากที่สุดในรอบ ๕๐ ปี อุณหภูมิติดลบราว ๑๐ – ๑๕ องศา

สำหรับประเทศไทยนั้น แม้ว่าอากาศจะอบอุ่นลงมาบ้างแล้ว แต่ดูเหมือนอากาศหนาวจะกลับมาอีกครั้ง เนื่องจาก เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้” โดยเฉพาะบริเวณภูเขาสูงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ในภาคเหนือ มีผลกระทบจนถึงวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทย

นับว่าเป็นพระอัจฉริยภาพของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ ทรงมองการไกลเห็นถึงปัญหาสภาพอากาศที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกและกำลังกระทบสู่ประเทศไทย พระองค์ทรงมีความริเริ่มสร้างสรรค์ในการจัดกิจกรรมระดมทุนเพื่อช่วยเหลือราษฎรของพระองค์ และ สนับสนุนให้ “คณะจิตอาสา”(หมวกฟ้า)ช่วยกันทำนุบำรุงบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง
เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เป็นที่ประจักเห็นชัดเจนได้ด้วยใจของข้าพเจ้าแล้วว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานแบบปิดทองหลังพระ สานต่องานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่๙ มาโดยตลอด

ข้าพเจ้าจึงขอเขียนบทความนี้ไว้เพื่อเป็นการแสดงความรู้สึกจงรักภักดีต่อพระองค์…ขอพระองค์ทรงพระเจริญ