วันอังคาร 16 ตุลาคม 2018
  • :
  • :
Latest Update

พวกเขากำลังเสี้ยมให้”เอเชีย”เกลียดกัน

พวกเขากำลังเสี้ยมให้”เอเชีย”เกลียดกันปราชญ์ สามสี ๒๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๐

เวลานี้หากได้ตามกระแสข่าว ช่วงนี้ เรื่องที่กำลังร้อนๆระอุคงจะไม่พ้น” เรื่องเนติวิทย์” แต่ครัง้นี้ไม่ใช่ประเด็นการเมืองไทย นะครับ แต่เนติวิทย์กำลังเข้าไป ยุ่งกับการเมืองต่างประเทศ แบบชนิด “เล่นใหญ่” จนอาจจะเป็นชนวนจุดความขัดแย้งได้เลย ครับ

ล่าสุด นายโจชัว หว่อง (Joshua Wong) นักกิจกรรมเคลื่อนไหวภาคเยาวชนและเลขาธิการพรรคเดโมซิสโต (Demosisto), นายอเล็กซ์ เชาว์ (Alex Chow) และนายนาธาน ลอว์ (Nathan Law) ผู้ร่วมขบวนการณ์อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติของฮ่องกง(แต่ถูกปลดกลางอากาศในเวลาไม่นาน) ทั้งหมด ถูกจับและถูกศาลอุธรณ์ประเทศจีน พิพากษาจำคุก ๖-๘ เดือนและ ตัดสิทธิทางการเมือง อีก ๕ ปี ในข้อหาที่เป็นแกนนำในการก่อการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลจีนอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการชุมนุมอย่างผิดกฏหมาย (Umbrella Revolution or Umbrella Movement) ต่อต้านการแต่งตั้งผู้นำฮ่องกงโดยรัฐบาลจีน และเรียกร้องให้เกิดการเลือกตั้งภายในกันเองในเกาะฮ่องกง ซึ่งถือเป็นการก่อเหตุปรปักษ์กับรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่

เนติวิทย์ อ้าง เป็น”ประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ส่งจดหมายแทรกแซงรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่โดย อ้างชื่อ “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” เพื่อทำการสนับสนุนนายโจชัว หว่อง และ ต่อต้านประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ โดยแสดงความกังวลต่อการตัดสินจำคุกและตัดสิทธิทางการเมืองผู้นำขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในฮ่องกง

“เนติวิทย์เล่นใหญ่มาก” เรื่องนี่เรียกง่ายๆว่า แอบเหมาเอาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและคนทั้งประเทศไทยไป ถล่ม”ประเทศจีน” กันแบบที คนไทยทั้งประเทศและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยัง งงๆ

แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกครับที่ เนติวิทย์ กระทำเช่นนี้ เนื่องจาก ก่อนหน้านี้มีการพยายาม จับคู่ให้ นายโจชัว หว่อง (Joshua Wong)และนายนาธาน ลอว์ (Nathan Law) เข้้ามาในประเทศไทย เพื่อ เคลื่อนไหวทางการเมือง ร่วมกับ เนติวิทย์ ในประเด็น “รำลึก ๖ ตุลา” ที่เคยจะจัดเสวนาขึ้นที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี ๒๕๕๙ ที่ผ่านมานี่เอง (จริงๆการจับคู่ครั้งนั้นมีผู้อยู่เบื้องหลังอีกหลายคนครับ ซึ่งล้วนแต่จะเป็นกลุ่ม ลิเบอร่าน)

อีกทั้ง เนติวิทย์ และ นายโจชัว หว่อง (Joshua Wong)และนายนาธาน ลอว์ (Nathan Law) มีความเชื่อมโยงผ่าน”ผู้ใหญ่-ผู้อยู่เบื้องหลัง” ครับ เรื่องนี้หากอธิบายจากฝ่ายไทยอาจจะทำได้ไม่ง่ายแต่ถ้าอธิบาย จากฝั่งของ นายโจชัว หว่อง จะง่ายกว่าเพราะ

นายโจชัว หว่อง (Joshua Wong)และนายนาธาน ลอว์ (Nathan Law) ได้รับ ทุนสนับสนุนที่ชัดเจนมา จาก นาย จอร์จโซรอส ผ่านกองทุน Freedom house ,ทุนรัฐบาลสหรัฐอย่าง USAID ย่อมาจาก United States Agency for International Development ,ทุนสหรัฐ อย่าง NED ย่อมาจาก national endowment for democracy และ ได้รับสนับสนุนจากมูลนิธิจำนวนหนึ่งที่อยู่ในเครือเช่น Amnesty international, Human right watch เป็นต้น จริงๆยังมีการสนับสนุนทั้งทางตรงและโดยอ้อมจากองค์กร NGO สื่อมวลชนอีกเช่นกัน

ซึ่งหากมองดูแล้ว เรียกได้ว่า เป็นโลกคู่ขนานของ “เนติวิทย์ ” เลยทีเดียวที่มักได้รับการสนับสนุนจากองค์กร จาก Amnesty international, Human right watch แบบชนิด “รู้จักกันถึงบ้าน” และยังได้รับการสนับสนุน จากบุคคลที่เกี่ยวโยงกับทุนรัฐบาลสหรัฐอย่าง USAID ย่อมาจาก United States Agency for International Development ,ทุนสหรัฐ อย่าง NED ย่อมาจาก national endowment for democracy อีกด้วยครับ ซึ่งถ้าให้โยง อาจจะ ยาวไปถึง ประชาไท และ ILAWS, เครือข่ายพลเมืองเน็ต(Netizen), ประชาธิปไตยใหม่และ กลุ่มสื่อใหม่อย่าง The Standard ที่กำลังเป็น “Influencer marketing ” ฟอกขาว นายโจชัว หว่อง และขบวนการ NGO บางกลุ่มอยู่เนื่องๆ

 

การแทรกแซงรัฐบาลจีน ของกลุ่มลิเบอร่าน นี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะ ก่อนหน้านี้ เนติวิทย์ ร่วมกับ กลุ่มอดีตสมาชิกเครือข่าย”เพื่อเพื่อน” ของกลุ่มคนเสื้อแดง และ ลูกหลาน “คณะราษฎร” บางคน ยังไปจัดงานรำลึก “หลิว เสียวโป” และกดดันรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ให้ปล่อยตัว “หลิว เซีย” โดย ออกไปกดดันในนามของ Amnesty international ที่ด้านหน้าสถานทูตจีนอีกด้วย

“หลิว เสียวโป” คือใคร ทำไม เนติวิทย์ต้องไปยุ่ง? “หลิว เสียวโป” หรือ นายหลิวนักวิชาการ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย และนักโทษทางความคิดชาวจีน ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปี ๒๕๕๓ แต่ต้อง เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับระหว่างติดคุกในมณฑลเหลียวหนิง

ในอดีต “หลิว เสียวโป” เคยเป็นอาจารย์ในหลายมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ก่อนจะเดินทางกลับจีนเพื่อเข้าร่วมการประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในปี ๒๕๓๒ เพื่อต่อต้านรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ และถูกจับติดคุกจากการปราบปรามครั้งใหญ่ของรัฐบาลคอมมิวนิสต์จีน

หลังจากนั้น เขาต้องถูกจับติดคุกอีกหลายครั้งจากการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในประเทศ จนกระทั่งการจับกุมครั้งล่าสุดในปี ๒๕๕๒ ด้วยในคดี “ยุยงปลุกปั่นให้เกิดการบ่อนทำลายอำนาจรัฐ” เขาถูกตัดสินจำคุก ๑๑ ปีและถูกตัดสิทธิทางการเมืองสองปี

การที่ “เนติวิทย์” และเครือข่ายNGOออกมาสร้างกระแสคัดง้าง รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ นั้นสามารถพินิจวิเคราะห์ได้ว่า การเคลื่อนไหวเหล่านั้นไม่สามารถหวังผลให้เกิดการโค่นล้มล้างรัฐบาลจีนได้แต่อย่างใด แต่เป็นเพียงการสร้างแรงเสียดทานทางสังคมต่อประเทศจีนจากต่างประเทศ โดยเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการ”บลัฟ (เกทับ)”ทางการเมืองระหว่างประเทศให้เกิดเสียงต่อต้านรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ จากภายในประเทศ ซึงถือว่าวิธีดังกล่าวเป็นหนึ่งในงานการ”แซะ”ประเทศ ที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ โดยหวังผลให้เกิดการเปลี่ยน”วัฒนธรรมชาติ และ วัฒนธรรมท้องถิ่น” ผ่านสื่อมวลชนและกิจกรรมทางสังคม นั้นเอง

เรื่องของ”สิทธิมนุษยชน” ที่กลายเป็นเกราะกำบังเพื่อสร้างความชอบธรรมในการเคลื่อนไหวที่เห็นต่างกับอำนาจรัฐ “สิทธิมนุษยชน” ซึ่งบางครั้งถูกนำเป็นข้ออ้างในการกระทำผิดซึ่งหน้าหลายอย่างเช่นการ”หมิ่นประมาท” หรือ แม้แต่การละเมิดสิทธิของผู้อื่นเสียด้วยซ้ำ

กลไกการประท้วงเรียกร้องสิทธิมนุษยชนในหลายๆครั้งที่ถูกบิดเบือนไป อาจจะกลายเป็นการละเมิดสิทธิในการปกป้องตนเองของชาติใดชาติหนึ่งเป็นไปได้

เพราะฉะนั้นหากพินิจพิเคราะห์ การเคลื่อนไหวและการดำรงอยู่ของ “เนติวิทย์ “ในกรณีการเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศไทย และเครือข่ายระดับ”ลึก” ตั้งแต่การ โจมตีเรื่องธงชาติ เพลงชาติ พิธีถวายบังคมฯในจุฬาฯ ที่เคยกระทำอยู่

นี่ไม่ใช่เรื่อง”การเมืองภายใน” หรือ”ความบ้า” ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการพยายาม เปลี่ยนแปลง สังคมไทย ในระดับ “วัฒนธรรมชาติ และ วัฒนธรรมท้องถิ่น” ที่กำลังต้องการ ชักจูงให้คนไทย-เยาวชนไทย เกลียดชาติตัวเอง และมีการพยายาม ดึงประเทศไทยเข้าสู่ความขัดแย้งในระดับ ทวีป เอเชีย เอื้อประโยชน์ ผู้สนับสนุนที่อยู่เบื้องหลัง

การเคลื่อนไหวอันสอดคล้องกันระหว่าง นายโจชัว หว่อง (Joshua Wong) และ เนติวิทย์อาจเป็นตัวอย่างเความขัดแย้งในยุคใหม่ หลัง”สงครามสีเสื้อ”จบสิ้น

 

 

 

อ้างอิง ปราชญ์ สามสี