วันอังคาร 13 พฤศจิกายน 2018
  • :
  • :
Latest Update

พอกันที “เลือกตั้งธิปไตย”

 

ถ้าสยามไม่มีนักการเมือง ปราชญ์ สามสี 28 พฤศจิกายน 2560

ตั้งใจจะพูดเรื่อง ประวัติศาสตร์หนักๆ ช่วงนี้สงสัยก็อาจจะต้องเลื่อนไปอีกแล้ว เพราะ หลังจากที่ มีกระแส ปล่อยข่าวว่า นักการเมืองสองพรรคใหญ่ออกมา จับมือ ไล่ คสช.ออกจากอำนาจ ก็เห็นว่า มี พลพรรค “แกนโหน” ที่เคยโหนอ้างเป็นแกนนำใน การชุมนุม กปปส , ต่อต้านนิรโทษกรรม เริ่มออกมา “เห่าหอน” สร้างกระแส ล้มคสช. กันบ้างแล้ว แม้ว่าล่าสุดทาง พรรคใหญ่ แถลงออกมาแล้วว่าการร่วมพรรครัฐบาลต้านคสช. จะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่ ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ครับ ข้าพเจ้าคิดแบบนั้น

ก่อนอี่นโดยส่วนตัว ข้าพเจ้าไม่ได้ ชื่นชอบ คสช. เป็นพิเศษ แต่อย่างใด เพราะข้าพเจ้า ก็ไม่ได้ มีส่วนใด้ส่วนเสียกับคสช. แต่อย่างใด ซ้ำร้ายข้าพเจ้า ยังรู้สึก รำคาญ “บิ้กป้อม” เสียด้วยซ้ำ แต่นั้นก็ไม่ใช่ประเด็นที่ ข้าพเจ้า จะ สนับสนุน นักการเมือง ออกมา ไล่ คสช.ในเวลานี้ ในเมื่อการปฎิรูปยังไม่สำเร็จทั้งหมด

การปฎิรูปที่สำคัญที่สุดคือการต่อสู้กับปัญหาความยากจน การช่อโกงที่เกิดจากการคอรัปชั่นของนักการเมืองก็ยังไม่เสร็จสิ้น ปัญหานักการเมืองทรราชเผาบ้านเผาเมืองยังไมไ่ด้รับการแก้ไข

การเลือกตั้งจึงเป็นเรื่องที่ยังไกลออกไปมากในทางทฤษฎี แต่การให้ความร่วมมืือและการช่วยกันเสนอแนะแก้ไขในการทำงาน ของ คสช. ดูจะเป็นทางออกที่ช่วย ลดภาระ ให้ คสช.เสียมากกว่า อย่างไรก็ตาม คสช. ก็ยังคงยืนยันแต่แรกว่าจะ ให้มีการเลือกตั้งตามกำหนด (แม้ว่าการปฎิรูปหลายส่วนจะยังไม่สำเร็จชัดเจนก็ตาม)

แต่หลังจาก ที่มีกระแส วงใน ออกมาหลายเรื่อง เช่นการที่พรรคเพื่อไทยสายหน้าเหลี่ยม จะมีแนวโน้ม”รีบล้างเท้าเข้าสภา”สร้างภาพตัดขบวนการล้มเจ้าทิ้ง เพื่อไม่ให้ถูกกดดันทางการเมืองจนเกิดปัญหา เหมือนก่อนหน้านี้ อีกทั้งกระแส ต่อรองกับ พรรคประชาธิปัตย์ เดินเกมเรียกร้องการเลือกตั้ง เรื่องนี้ทำให้ เผยสันดานเนื้อแท้ของนักการเมือง ที่ต้องเลือกตั้งไม่งั้นจะอดตาย แต่กลับไม่เคยทำอะไรให้ประเทศ ก่อนและ หลังเลือกตั้ง

เรื่องนี้ข้าพเจ้าคงต้องย้อนให้คิดกันนะครับว่า ตั้งแต่ประเทศสยามถูกเปลี่ยนแปลงการปกครอง สมัยปี ๒๔๗๕
สิ่งที่เรียกว่า นักการเมืองก็ถือกำเนิดขึ้นมาจากการปกครองในระบอบ คณาธิปไตยของคณะราษฎร ที่พยายามสร้างลัทธิบูชา รัฐธรรมนูญ บูชานักการเมืองให้กราบไหว้กัน ข้าพเจ้าก็ยังไม่เคยได้เห็นว่า นักการเมืองจะทำอะไรเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง กลับแต่เล่นเกมการเมืองแก่งแย่งชิงดีมาโดยตลอดในยุคคณะราษฎร กว่าจะเริ่มเห็นโครงประชาธิปไตยเป็นตัวตน ก็หมดยุคคณะราษฎร ไปเสียแล้ว แต่ก็ดูเหมือนนักการเมืองยุคต่อมากทำให้ ประชาธิปไตย มีแค่ “เลือกตั้งธิปไตย” หลอกใครได้มากเป็นผู้ชนะได้อำนาจ เพราะฉะนั้นช่วงเลือกตั้ง วันหมาหอนจึงเกิดไงล่ะครับ

และแม้ว่า ประเทศของเรา ถูกเรียกว่า “ราชอาณาจักรไทย” มาตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ แต่ประเทศไทยก็ไม่ได้ ทำตัวให้เป็น “ราชอาณาจักรไทย”เลย เพราะอำนาจทั้งหมดที่ได้จากการเลือกตั้งตกอยู่ในกำมือนักการเมืองให้กอบโกย ในขณะหน้าที่ดูแลบ้านเมืองกลับ ผลักไปให้พระเจ้าแผ่นดินในการดูแลรักษาบ้านเมือง

ในสมัย รัชกาลที่๙ พระเจ้าแผ่นดินต้องสร้างสีพันโครงการเพื่อพัฒนาปากท้องเพื่อดูแลประชาชนของพระองค์จากเงินส่วนพระองค์ที่ได้จากการบริจาคจากประชาชนและการค้าขายสินค้าทางการเกษตรที่พระองค์สนับสนุนอยู่

ในพระราชกรณียกิจกว่าสี่พันโครงการที่ถูกจัดทำขึ้นนั้น มีหลายโครงการเกี่ยวกับการแพทย์ การอาหารและการเกษตร นั้นรวมไปถึง เทคโนโลยีการผลิตฝนเทียม กังหันชัยพัฒนา การสนับสนุนปลูกสตอเบอรี่แทนฝิ่นและ แนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งหลายๆผลงานสามารถเอาไปช่วย ชาวไร่ชาวนา คนในชนบท ชาวเขา ผู้ลี้ภัยตามชายขอบประเทศ และ ยังสามารถเอาไปช่วยประเทศเพื่อบ้าน อีกหลายประเทศอย่าง ซูดาน ติมอร์เลสเตร์ เป็นต้น

พระองค์สามารถช่วยโอบอุ้ม คนหลายชาติ จาการทรงงานของพระองค์ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์

แต่เวลาเดียวกัน นักการเมืองกลับเอาแต่ แย่งชิงผลงานกอบโกยงบประมาญแผ่นดิน หลอกผู้คนให้หลงเชื่อเลือกตั้งและกอบโกย วนแบบนี้ในแทบทุกยุคทุกสมัย

พวกเราคนจะไม่มีวันเห็นนักการเมืองพวกนี้ทำความดีในระยะยาว แม้ว่าไมไ่ด้ดำรงอยู่ในตำแหน่ง ก็เลยทำให้ ข้าพเจ้าต้องกลับมาคิด นะครับ ว่า #นักการเมืองมีไว้ทำไม เอะอะก็เลือกตั้งๆ แล้วกอบโกย ปล่อยให้จิตอาสา และ สถาบันพระมหากษัตริยืไทยก็ ทำงานดูแลบ้านเมืองกันเองโดยที่ไม่มีแม้แต่อำนาจทางการเมืองเสียด้วยซ้ำ

วันนี้ นักการเมืองจู่ๆ จะมาจับมือล้มรัฐบาลทหาร ทั้งๆที่ ๗ ปีก่อนหน้านี้ก็พยายาม ฆ่ากัน โดยดึงมวลชนแต่ละฝ่ายเข้าประจัญหน้า จนเกิด วิกฤติทางการเมือง ปี๒๕๕๓ ในเหตุการครั้งนั้น มีนักการเมืองหนุนหลังการชุมนุม ที่เต็มไปด้วยความรุนแรง มีการสังหารทหารและประชาชนตายไปจำนวนนึง มีกองกำลังชายชุดดำที่มีอาวุธหนักออกมาก่อเหตุเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนไปถึงระดับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือแบ่งแยกดินแดน มาโดยตลอด

จำได้ไหม มี อาพีจียิงวัดพระแก้วนั้นน่ะ ! จำได้ไหม ศาลากลางถูกไฟไหม้ ! จำได้ไหม ขบวนล้มเจ้าที่อยู่ในเครือข่ายทางการเมือง แล้วหลอบหนีไปยังต่างประเทศน่ะ!

แต่วันนี้ มีนักการเมืองจากทั้งสองฝ่าย ออกมาแสดงเชิงสัญลักษณ์ ในการรวม ตั้งพรรครัฐบาล ต้านทหาร

ทั้งๆที่ ทหารคือคนที่ออกกู้วิกฤติทางการเมือง ปี๒๕๕๓ ทหารบางคนตายในเหตุการณ์นั้นนะครับ ประชาชนก็ตายนะครับ

ถ้าหากนักการเมืองสองพรรคใหญ่จะยังคิดจับมือกัน โดยทำตัวเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น เช่น ไม่เคยมีขบวนการล้มเจ้า ไม่เคยมีการเผาเมือง ไม่เคยมีการแบ่งแยกดินแดน ไม่มีนักการเมืองคนใดโกงหลักแสนล้านบาท ไม่เคยมีคนตาย ข้าพเจ้าคงรับไม่ได้จริงๆครับ

บางทีข้าพเจ้าก็คิดนะครับว่าถ้า สยามไม่มีนักการเมือง บ้านเมืองคงจะเจริญกว่านี้

ใครจะคิดยังไงข้าพเจ้าไม่รู้ แต่ข้าพเจ้าไม่อยากไปเลือกตั้งจริงๆครับ ถ้าเลือกแล้วได้เหี้ยครองเมืองอีก ข้าพเจ้าก็คงไม่เลือกดีกว่า

พอกันที “เลือกตั้งธิปไตย”