วันจันทร์ 21 พฤษภาคม 2018
  • :
  • :
Latest Update

‘พานางเอกหนี’ ไม่มีความผิด?

 

นึกว่าพระเอกที่ไหนเป็นคนพา “นารีขี่ม้าแดง” หนี?

ที่แท้ก็…..”ตำรวจ” นี่เอง!

ทราบตามที่ “พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล” รอง ผบ.ตร.แจกแจงเมื่อวาน (๒๒ ก.ย.๖๐) แล้วกระมัง คนพาหนี ก็มี

-พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อยู่ฤทธิ์ รอง ผบก.น.๕

-พ.ต.ท.สามิตร ไชยอิ่นคำ สารวัตร กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม

-ด.ต.พรพิพัฒน์ มากบุญงาม ผู้บังคับหมู่ ฝ่ายอำนวยการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม

แล้วทาง “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” จัดการตำรวจที่พานางเอกเชิดอย่างไร?

เอ้า…ฟัง พล.ต.อ.ศรีวราห์พูดโดยตรงดีกว่า……….

“ตำรวจทั้ง ๓ นาย ยืนยันยังไม่มีความผิดอาญาในการพาหนี เพราะขณะนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้มีหมายจับติดตัว

ส่วนเจตนาว่า พาหนีหรือไม่ อย่างไร จะเอาผิดทางวินัย หรือจะเสนอเรื่องให้พักราชการหรือไม่?

เป็นอำนาจหน้าที่ ‘ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด’ เป็นผู้พิจารณา อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดให้การเป็นประโยชน์

สำหรับเส้นทางหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ยืนยันว่าเปลี่ยนรถแล้วออกไปนอกประเทศ ไปทางสระแก้วหรือไม่ ถ้าพูดไปอาจจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้

ผู้ต้องสงสัยทั้ง ๓ นาย ได้ปล่อยตัวไป เพราะตำรวจไม่มีอำนาจควบคุมตัวไว้ ข้อหายังไม่มี ไม่มีข้อหาอะไรที่ไปจะควบคุมเขาไว้”

สังเกตให้ดีนะครับ……..

ตามที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ใช้คำว่า

“ยังไม่ยืนยันว่า เปลี่ยนรถแล้ว ออกไปนอกประเทศ ไปทางสระแก้วหรือไม่”

นั่นเท่ากับการันตีให้ตำรวจทั้ง ๓ นาย ว่าพายิ่งลักษณ์นั่งรถกินลมชมวิวแล้วไปส่งลงแค่ในเขตประเทศไทยเท่านั้น

“เปล่าขับรถข้ามแดนออกไปส่ง” ถึงนอกประเทศแต่อย่างใด!?

ดังนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ จึง “ตัดฉากจบ” ด้วยคำว่า……

-ยืนยัน ตำรวจทั้ง ๓ นาย ยังไม่มีความผิดอาญาในการพาหนี เพราะขณะนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้มีหมายจับติดตัว

-ไม่มีข้อหาอะไรที่ไปจะควบคุมตำรวจทั้ง ๓ คนนั้นไว้

ก็เอาตามที่ท่านสบายใจเถอะ เห็นย้ายแก้เขินทั้ง ๓ นายกันไปแล้ว

ซักพัก พอสังคมลืมๆ ค่อยกลับ!

ถามกันว่า อีกคนอยู่นครบาล อีก ๒ คนอยู่นครปฐม แล้วมาบรรจบเป็น “มะเขือเทศสามัคคี” พานารีขี่แคมรี่ส่งชายแดนได้ยังไง?

ก็ลูกน้อง “ร่วมนายสายมะเขือเทศ” ระดับ พล.ต.อ.-พล.ต.ท.ในอดีต ด้วยกันนั่นแหละ

ก็รู้ๆ กันอยู่ พูดไปก็ไลฟ์บอย!

สำหรับความคิดส่วนตัวผมกรณีนี้ เออ…ดีแล้ว พาหนีไปเหอะ

ขืนให้อยู่ “แมลงวันตอมขี้” ทั้งเหม็น-ทั้งรำคาญเปล่าๆ

แต่มีประเด็นน่าสังเกตอยู่นิด……

กองบังคับการตำรวจนครบาล ๕ นี่ ถ้าเส้นไม่ใหญ่-นายไม่ปึ้ก ตำรวจคนไหน จะย้ายเข้ามา “กินพื้นที่” ยาก

เพราะเป็น “เหมืองทอง” กลางกรุง ย่อมมีขาใหญ่คุมสัมปทาน ตำรวจที่จะได้ย้ายมา ส่วนใหญ่ต้องเป็นคนในสาย

พื้นที่นครบาล ๕ เป็นย่านเศรษฐี ย่านธุรกิจการค้า มีทั้งอาบนวด ผับ บาร์ สถานบริการ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และ (บ่อน) ด้วย!

โรงพักในเขตพื้นที่ ก็มี สน.ทองหล่อ, ลุมพินี, คลองตัน, ท่าเรือ, ทุ่งมหาเมฆ, วัดพระยาไกร, บางโพงพาง, พระโขนง และ สน.บางนา

พื้นที่เกรด A ต้องตำรวจเกรด A (ในความหมายของตำรวจ) เท่านั้น จะได้มาอยู่

แต่ปรากฏว่า ตำรวจเกรด A พื้นที่นี้ ก็สร้าง “เกียรติประวัติ” ด้านฉาวให้สถาบันตำรวจโด่งดังประจำ

เมื่อมิถุนา ปี ๕๘ ตำรวจ-ทหาร บุกจับบ่อนพนันออนไลน์ ย่านสุขุมวิท ๖๙

ถูกย้ายกันตั้งแต่ตัว “ผู้บังคับการนครบาล ๕” ไปยันผู้กำกับโรงพักคลองตันถึงสารวัตร

เรียกว่า “ย้ายยกโรงพัก”!

คดี “บอส-กระทิงแดง” ขับรถชนตำรวจตายปี ๕๕ นี่ก็ “นครบาล ๕” อีกเหมือนกัน

๕ ปี คดีดองไว้……….

ตอนนี้ ถูก ป.ป.ช.ตั้งอนุกรรมการไต่สวนชนิดยกกองบังคับการ

ตั้งแต่ตัว ผบก.-รอง ผบก.ไปจนถึงผู้กำกับ-สารวัตร โรงพักทองหล่อ

บิ๊กแจ๊ด “พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง” ตอนเกิดเรื่อง เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

แสดงบทพระเอก “เอาเป็น-เอาตาย” กับคดีนี้ เรียกเสียงเชียร์ บิ๊กแจ๊ดสู้ๆ..บิ๊กแจ๊ดสู้ๆ…อื้ออึง!

“พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นามเมือง” สวป. สน.ทองหล่อ ไปเอาคนในบ้านบอส-กระทิงแดง มารับสมอ้างเป็นคนขับ

บิ๊กแจ๊ดโกรธ “ลูกน้องตายลูกพี่กลับไปช่วยคนที่ทำให้ตาย” สั่งเอาโทษทั้งวินัย-อาญากับ พ.ต.ท.ปัณณ์ณภน และให้ออกจากราชการไว้ก่อน

นี่…คุณสมบัติตำรวจนครบาล ๕

แต่การไล่ออกของบิ๊กแจ๊ด กลับปรากฏว่า “พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ” ไปยิ่งยศ-ยิ่งใหญ่ อยู่ “โรงพักบางบอน” โน่น

พอเรื่องเงียบ ก็คืนถิ่นนครบาล ๕ จะให้กลับทองหล่อดูจะเอิกเกริกไปนิด เลยมาอยู่แถวๆ ท่าเรือ

และล่าสุดตอนนี้ “พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อยู่ฤทธิ์” ที่นำทีมยิ่งลักษณ์หนี

ก็นครบาล ๕ ระดับ รอง ผบก.น.๕ เลยทีเดียว!

ทีนี้ ย้อนมาดูที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ บอกว่า ตำรวจทั้ง ๓ นาย ยังไม่มีความผิดอาญาในการพายิ่งลักษณ์หนี ด้วยเหตุผลว่า

-ขณะนั้น “น.ส.ยิ่งลักษณ์” ยังไม่มีหมายจับ

-ยังไม่มีข้อหาอะไรที่จะคุมตัวตำรวจทั้ง ๓ ได้!

นั่นเป็นความเห็นทางตำรวจ ผมมิบังอาจท้วงติง เพียงแต่ข้องใจอยากถามบางประเด็นเป็นความรู้เท่านั้น

คืออยากถามว่า……..

เมื่อ ๑๙ พฤษภา ๕๘ ที่อัยการสูงสุดฟ้องยิ่งลักษณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง ฐานความผิดต่อหน้าที่ ในโครงการรับจำนำข้าว นัดแรก นั้น

ทนายยิ่งลักษณ์ยื่นหลักทรัพย์ เป็นสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำนวน ๓๐ ล้านบาท ขอให้ปล่อยตัวชั่วคราว

ศาลอนุญาต โดยมีคำสั่งว่า……….

“จำเลยมีหน้าที่ต้องมาศาลตามนัดทุกครั้ง หากจำเลยไม่สามารถมาศาลในนัดใด ให้จำเลยยื่นคำร้องแสดงเหตุจำเป็นต่อศาล พิจารณาเป็นครั้งคราวไป”

โดยกำหนดเงื่อนไข…………

“ห้ามจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล”

ท่าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ครับ………..

การที่ตำรวจพายิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นจำเลยที่ศาลให้ประกันด้วยเงื่อนไข “ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร” เช่นนี้

ตำรวจทั้ง ๓ ไม่เข้าข่ายผิดตาม ป.วิ.อาญา มาตรา ๑๕๗ หรือครับ ที่ว่า…..

“ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ”

นอกจากมาตรา ๑๕๗ นี้แล้ว……..

ยังน่าจะเข้าข่ายความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๙๘ ด้วย

“ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดหรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น

โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ผมมีความเห็นว่า ที่ท่านว่า “ไม่มีข้อหา ไม่มีอำนาจคุมตัว ต้องปล่อยตำรวจทั้ง ๓ คนไป” นั้น

ท่านเทเร็วไปหรือเปล่า?

ไม่ใช่อะไรหรอก ยุคนี้ “นักร้อง” เยอะ ๓ ตำรวจไม่ถูกข้อหา ตัวท่านเองนั่นแหละ

เผลอๆ จะเจอข้อหา “เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” เสียเอง

แล้วบ้านเมืองก็จะเสียนายตำรวจตงฉิน ซื่อสัตย์-ซื่อตรงต่อหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไปซะอีกคนเปล่าๆ

ความจริง การสืบจับจนได้ตัว ๓ ตำรวจ ถือว่าขึ้นต้นเป็น “ลำไม้ไผ่” ได้สวยงาม

ทุกคนก็รู้ ๓ ตำรวจ แค่ “ลูกน้อง” ในฟาร์มมะเขือเทศใหญ่ ที่ทำตามคำสั่งเจ้านายเท่านั้น

ถ้าลิเกจบแค่ลูกน้อง………..

ต้องระวัง ที่ขึ้นต้นสวย จะลงท้ายด้วย “ไฟไหม้โรงยี่เก คสช.”!

 

http://www.thaipost.net/?q=node%2F35895