วันจันทร์ 21 กันยายน 2020
  • :
  • :
Latest Update

ม.เที่ยงคืนร่อนแถลงการณ์ป้อง”We Walk” ‘โคทม’โดดร่วมเดินแซะรัฐประหาร

24 ม.ค.61 กลุ่มนักวิชาการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง คุกคามก้าวเดินมิตรภาพ คือเหยียบย่ำเสรีภาพประชาชน มีรายละเอียดระบุว่า

นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ได้มีการแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการใช้อำนาจรัฐในการละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพการแสดงออกของประชาชน เมื่อได้มีการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่รัฐขัดขวางการออกก้าวเดินเพื่อมิตรภาพของเครือข่ายประชาชน เมื่อวันที่ 23 ม.ค.61 และต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ออกหมายเรียกผู้มีส่วนร่วมในการก้าวเดินฯ ครั้งนี้ จำนวน 8 คน ในข้อหาชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

การก้าวเดินมิตรภาพนี้ ต้องการแสดงออกถึงประเด็นทางสังคมต่างๆ ที่มีความสำคัญต่อประชาชน ทั้งเรื่องสุขภาพ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน เป็นต้น โดยเป็นการรวมตัวจากกลุ่มบุคคลที่หลากหลาย ซึ่งเสียงจากผู้คนเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจไม่ได้ให้ความสำคัญแต่อย่างใด แม้ว่าการดำเนินการในครั้งนี้ก็เป็นไปอย่างสงบและเปิดเผยอันเป็นสิทธิที่รัฐธรรมนูญ (ซึ่งทางผู้มีอำนาจได้มีบทบาทหลักในการจัดทำและประกาศใช้) ได้รับรองไว้อย่างชัดเจน แต่ทางเจ้าหน้าที่รัฐกลับดำเนินการออกหมายเรียกด้วยการอ้างว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 3/2558

จึงไม่อาจเข้าใจเป็นอื่นไปได้ นอกจากว่าผู้มีอำนาจรัฐหวาดระแวงและหวาดกลัวต่อการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกของประชาชนที่แม้จะเกิดขึ้นอย่างสงบและสันติก็ตาม ว่าอาจกระทบต่ออำนาจและผลประโยชน์ของตนเองและพรรคพวก จึงได้มีการใช้อำนาจตามคำสั่ง คสช.แม้ว่าจะได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้วก็ตาม

การใช้อำนาจในลักษณะเช่นนี้ย่อมไม่ก่อให้เกิดผลดีแต่อย่างใดเลย และยิ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายที่แท้จริงของผู้มีอำนาจจากการรัฐประหาร ว่ามิได้ต้องการทำงานเพื่อประโยชน์ของสังคมมากไปกว่าการดำรงอยู่ในอำนาจเพียงอย่างเดียว การกล่าวถึงความสุขหรืออนาคตของสังคมไทยที่จะดีขึ้นล้วนแต่เป็นคำโฆษณาชวนเชื่อทางการเมืองที่หาสาระอันใดมิได้แม้แต่น้อย

ระบอบอำนาจนิยมได้พิสูจน์ตนเองมาโดยตลอดในประวัติศาสตร์ของสังคมการเมืองไทยว่าไม่อาจนำมาซึ่งสังคมที่สร้างความก้าวหน้าให้แก่ผู้คนได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นระบอบการเมืองที่เอื้อให้เกิดการทุจริตและการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบได้อย่างกว้างขวางในบรรดาผู้ถืออำนาจอย่างสิ้นไร้ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ความข้อนี้ได้เป็นที่ประจักษ์ชัดอยู่ต่อหน้าในปัจจุบันโดยไม่จำเป็นต้องยกตัวอย่างประกอบแต่อย่างใด

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับเป้าหมายของการก้าวเดินมิตรภาพว่า “การคืนความสุขและการสร้างความมั่งคั่งยั่งยืน จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยประชาธิปไตยและการเปิดกว้างให้ประชาชนทุกระดับมีส่วนร่วมในการตัดสินใจกำหนดความเป็นไปของบ้านเมือง” มิใช่ด้วยการใช้อำนาจของกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยปราศจากความชอบธรรมและไร้การตรวจสอบจากภาคสังคมและประชาชน

ดังนั้น ทุกคนต้องมีเสรีภาพในการแสดงออก และสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมในการกำหนดความเป็นไปของบ้านเมืองที่พวกเราทุกคนต่างมีสิทธิเป็นเจ้าของ การให้การสนับสนุนต่อเสรีภาพในการก้าวเดินมิตรภาพครั้งนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สังคมไทยสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าร่วมกันได้อย่างมั่นคง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด รองศาสตราจารย์ ดร.โคทม อารียา นักวิชาการด้านสันติวิธีชื่อดัง จาก ม.มหิดล เข้าร่วม “เดินมิตรภาพ” 800,000 ก้าว 450 กิโลเมตร จากธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ถึง จ.ขอนแก่น จัดโดยเครือข่ายภาคประชาชน People Go Network ร่วมกับวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชนใน 4 ประเด็น ที่ประชาชนควรมีส่วนร่วม ประกอบด้วย หลักประกันสุขภาพดูแลทุกคนในประเทศอย่างเท่าเทียม , นโยบายที่ไม่ทำลายความมั่นคงทางอาหาร , กฎหมายที่ไม่ลดทอนสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน , รัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งบนฐานการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ขณะนี้ได้เดินเข้าสู่เขต จ.นครราชสีมา แล้ว