วันพฤหัส 27 มิถุนายน 2019
  • :
  • :
Latest Update

ย้อนรอย บริษัท Lehman Brothers – เขียนโดย Wiwanda W. Vichit

มาตามคำเรียกร้องให้สาวความยืดไปอีกนิด…พูดถึงพี่จอร์จ ด้วยนะ…!!!

จากข้อเขียนเกี่ยวกับเรื่องจำนำข้าวฉบับคู่มือเตือนความจำไปนั้น
ปรากฏว่า ได้รับความสนใจมาก ซึ่งจริงๆแล้ว ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ หรือเกินเลยไปกว่าที่รู้ๆกัน เพียงแต่เริ่มเห็นว่ามีผู้คนสนใจในเรื่องของบ้านเมืองเยอะขึ้น อาจเป็นเพราะเข้าถึงสื่อได้ง่าย ไม่ต้องรอกรอบเช้า กรอบบ่าย…
อ้อ…คนที่ชอบใจก็มีเยอะ คนที่ดิ้นเป็นไส้เดือนก็มีมาก ขนาดขึ้น”อี” นำหน้าชื่อดิฉัน
ทั้งๆที่มาตรการในการรับคนเป็นเพื่อนนั้น ดิฉันไม่ได้ดูที่”สี” เพียงแต่ขอให้มีกึ๋นในทางความคิดบ้างเท่านั้น
ไม่ใช่แปะมาแต่รูปเซลฟี่หน้าอกลอยมาเป็นภูเขา หรือหมา แมว หรือ พระสงฆ์องค์เจ้า หรือกลุ่มที่ใช้ถ้อยคำรุนแรง..หยาบช้า

ไม่ยากค่ะ…ไม่ชอบหน้ากันก็บล๊อกกันไป….ง่ายๆ

แต่มีกลุ่มที่ระวังถ้อยคำ และพยายามยกมาให้เห็นถึงข้อเปรียบเทียบ ว่า…คดีนั้นทำไมไม่โดน ทำไมคดีนี้โดนหนัก เอามาตรฐานมาจากไหน…?

ก่อนอื่น ขออธิบายก่อนว่า กฏหมายไทยไม่เหมือนกฏหมายอังกฤษนะคะ ที่เรามีข้อป้องกันให้กับรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วย…………………;
“รัฐบาลไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำโดยสุจริตที่กำหนดขึ้นโดยนโยบายที่ผ่านการเห็นชอบจากสภา”

นั่นหมายถึง ถ้าทำตามนโยบายแล้ว มันจะเสียหายกี่แสนล้าน…
ก็ไม่ผิด อย่างเช่น
ทุกวันนี้ ขสมก ติดหนี้ค่าน้ำมัน ปตท น่าจะเกือบแสนล้านแล้ว ไม่เคยจ่าย เพราะรัฐบาลมีนโยบายรถเมล์ฟรี คุมค่าโดยสาร ก็ไม่ผิดอะไร ทั้งๆที่ใช้เงินภาษีถุงเดียวกับจำนำข้าวนั่นแหละ

หรือ…ไฟแนนซ์ล้มปี 40 รัฐบาลอุดหนุนไปกี่แสนล้าน ก็ไม่ผิด ทั้งที่ภาษีเราเหมือนกัน

หรือการแจกเงินคนจน…

หรือ กรณีพฤษภาทมิฬ ที่พวกใหญ่ๆรอดหมด เพราะทำหนังสือสั่งการว่า ให้ปฎิบัติการตามกฎหมาย แค่นี้ จบ ทหารยิง ปชช ถือว่าทำโดยพลการ ผมไม่ได้สั่ง

หรือ จริงๆขั้นตอนทั้งหมดของการจำนำข้าว น้องปูจ๋า รอดหมด
เพราะเธอทำตามนโยบายที่ได้ผ่านสภา อีกทั้งข้าวก็ไม่ได้เสียหาย
เพราะน้องปูได้ดอดไปทำสัญญาไว้กับเหล่าโรงสี เพื่อเช่าสถานที่สำหรับเก็บข้าวใหม่
ต่อให้ไปตรวจค้นเจอข้าวเน่า ข้าวเสีย ก็ไม่ใช่ความผิดของรัฐบาล……ก็ไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากโรงสีเอาเองซิ…!
แต่มาล่ม…เพราะไม่มีความโปร่งใส ตั้งแต่เรื่องจำนำข้าว เรื่องนายกน้องปูที่หลุดเฉิ่ม โก๊ะๆ พากษ์ไปตามบทที่เขาเขียนมาให้ จนได้รับสมญาที่ไม่น่าภูมิใจนัก
และฟางเส้นสุดท้ายคือการเข้าไปยุ่งล้ำเส้น..
ไปโยกย้ายข้าราชการประจำ คุณถวิล เปลี่ยนศรี
เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ที่ทำให้มีการฟ้องร้องกัน จนเธอต้องหลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในปี 2557 รวมทั้งคณะรัฐมนตรีอีกเก้าคนที่เก้าอี้หลุดไปด้วย แต่ยังอยู่ในสมัย…จึงต้องตั้ง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล มาเป็นผู้รักษาการแทน ที่ได้นั่งเก้าอี้เพียงสิบกว่าวัน
สถานะการณ์บ้านเมืองในตอนนั้น เดินต่อไปไม่ได้จริงๆ ไหนจะเกิดม็อบ กปปส. ที่กระจายออกไปในวงกว้าง
จึงเหมือนกับเป็นการเรียกแขก…เลยต้องเกิดการยึดอำนาจโดย พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557

ส่วนเรื่องนโยบายประกันราคาข้าวของอภิสิทธิ (ที่มีคนเต้นเหยง เหยง ท้าให้เขียน) เลยจะเขียนถึงแบบให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ว่า…
หลักการของมัน…คือ ชาวนามีหลักฐานทำนาเท่าไร กี่ไร่ว่ามา จะประเมินไว้ว่าไร่นึงทำนาได้กี่ถัง แล้วก็ขึ้นทะเบียนไว้

พอถึงฤดูเก็บเกี่ยว ก็จะดูว่า ข้าวราคาเกวียนละเท่าไร ต่ำกว่าประกันแค่ไหน……รัฐบาลก็ชดเชยให้
เช่น มีที่ 1 ไร่ ได้ข่าว 1 ตัน ตันละ 1 หมื่น รัฐบาลประกันให้ที่ 1 หมื่น 5
ก็ไปเอาเงินหลวงมาจ่ายให้ 5 พัน
ที่เห็นว่าช่องทางทุจริต….คือผู้ที่ไม่มีที่นาจริงๆ แค่เอาโฉนดมาเข้าระบบก็ได้เงินแล้ว
คือช่องโหว่ของนโยบายประกันราคา
คนที่จะทุจริตในส่วนนี้ได้ ก็น่าจะเป็นระดับข้าราชการ
ก็ตรงขั้นตอนของการลงทะเบียนเกษตรกรว่าปลูกข้าวกันกี่ไร่

ต้องบอกแบบนี้ก่อน การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล มันไม่เป็นความผิดทางกฎหมาย แม้ว่านโยบายนั้นจะผิดพลาดขาดทุนยับเยินก็ตาม เพราะ……………………

กฏหมายไทยไม่ได้ถือว่า “ความโง่” เอ๊ย…..ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้บริหารคือ….ความผิด
เราจึงต้องเสียค่าโง่ไปอย่างมากมาย เช่น ค่าโง่คลองด่าน
ค่าโง่ทางด่วน…
หรือ คำว่า…”ส่งงานไม่ทันกำหนด…”
ค่าเสียหายเป็นแสนๆล้าน ก็เอาใครผิดไม่ได้ ประชาชนต้องรับกรรมกันไปเอง
แต่ไอ้ที่ผิด คือ การทุจริต (ถ้าเขาจับได้) การยักยอกเงินทอน และ การถ่ายเทเข้าสู่กระเป๋า
ซึ่งศาลและ ปปช. ต้องทำหน้าที่นี้ ในกรณีที่ถูกชี้เบาะแส ร้องเรียน
หรือถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ…ก็ต้องรอผลการพิจารณาตัดสิน
อันเป็นที่สิ้นสุด
ตอนนี้ ปปช.ก็ยังไม่ได้ชี้ชัดว่า อภิสิทธิ์ ทุจริตตรงไหน???
แต่มีคนรีบร้อน รีบเอามาเปรียบเทียบให้วุ่นวายไปหมด….

เอาไว้ให้ อภิสิทธิ์หนีคดีไปต่างประเทศก่อน แล้วจะเขียนเรื่องทุจริตประกันราคาสินค้าเกษตรให้ฟัง แต่คนที่อยากรู้ต้องไปเปิดโปรไฟล์ก่อนนะ…เพราะเราคุยกันแบบแมนๆใช่ป่ะ?
หรือถ้ามีข้อมูลดีเด็ดอะไรมากกว่านี้ ลุยเขียนเองเลยค่ะ คนเขาตามไปอ่านเองแหละ…

อย่างมีผู้ถามถึงเรื่อง ปรส. ในปี 2540 ที่เศรษฐกิจไทยดิ่งลงเหวอันเป็นผลมาจาก การลดค่าเงินบาทของบิ๊กจิ๋ว เพราะ โดนถล่มค่าเงินจากพ่อมด จอร์จ โซรอส
รัฐบาลคุณชวน 2 จึงได้ตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมาคือ ปรส.
หรือ องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (Financial Sector Restructuring Authority) เพื่อ เพื่อกำกับดูแลสถาบันการเงินที่ถูกระงับการดำเนินกิจการทั้ง 58 แห่ง เพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้ฝากเงินและเจ้าหนี้สุจริตรวมทั้งการชำระบัญชีของสถาบันการเงิน

กล่าวคือ
พอหลังลดค่าเงิน ก็มีการปิด 56 ไฟแนนซ์ (คือจริงๆปิด 58 แก้คืนด้วยตัวเองกลับมาได้ 2 )
…ธุรกิจก็ล่มตามกันเป็นแถบๆ หนักสุดใน 3 กลุ่ม คือ บ เงินทุน อสังหาริมทรัพย์ และสื่อมวลชน หนี้เน่ากองเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน เพราะกู้เงินนอกที่ 25 บาทต่อดอลล่าร์ แต่โดนทวงหนี้ที่ 60 บาทต่อดอลล่าร์
รัฐบาลก็เลยต้องแก้ปัญหาด้วยการตั้งบริษัทเข้ามาบริหารสินทรัพย์หนี้เน่าเหล่านี้

โดยมี บริษัท เลห์แมน บราเธอร์ มารับซื้อหนี้ต่อ
ปัญหา คือ ตอนยึดมามันเป็นทรัพย์สินเต็มราคา แต่ ปรส.ดันขายให้เลห์แมน บราเธอร์แค่20 +เปอร์เซนต์ (โดยประมาณ) เป็นเงิน แสนเก้าหมื่นล้าน…จากแปดแสนล้าน

เลห์แมน ซื้อไปแล้ว ทำไง ก็ขายต่อสิ…จาก 40 ก็ไปขายหนี้สัก 60-80 ก็รวยเละ
มีเงินทอนตกตามทางมากมาย เพราะมีการขายหนี้ต่อไปกันเป็นหาง
ต่อให้ลูกหนี้ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเลยก็ยังกำไร เพราะซื้อมาถูกๆ
จึงมีการฟ้องร้อง ประธาน ปรส. คือ คุณอมเรศ ศิลาอ่อน และคณะกรรมการ
แต่…แต่สุดท้ายก็แค่นั้น เพราะถ้าหาไม่ได้ว่าเขาทุจริตตรงไหน มันก็แค่ “บริหารผิดพลาด”
คือ ไม่แยกสินทรัพย์ดีกับสินทรัพย์เน่าออกจากกันก่อนแล้วค่อยแบ่งขาย ซึ่งสินทรัพย์ดี ย่อมขายได้ราคากว่านี้อยู่แล้ว………แต่เมื่อมัดรวมกัน ก็ต้องขายในราคาเน่า ๆ ไป

อย่างที่บอกมา คือ ความโง…เอ๊ย…รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ของผู้ปฏิบัติตามนโยบายกำหนดไม่ใช่เรื่อง”ทุจริต”สำหรับกฎหมายไทย
มันถึงได้มีค่าโง่ซ้ำซากอยู่นั่น…น่าภูมิใจไหมล่ะ?

อ้ะ..ทีนี้จะแถมให้นะคะ ว่า เราโดนถล่มค่าเงินบาทจากพ่อมดโซรอส
จนแทบสิ้นชาติในสมัยพี่จิ๋วหวานเจี๊ยบนั้น
บริษัท Lehman Brothers คือบริษัทการเงินจากอเมริกา เป็นบริษัทของเยอรมัน-ยิว ที่เข้ามาทุ่มเงินซื้อไฟแนนซ์เน่าๆของเราไป
บริษัทนี้มีนายจอร์จ โซรอสมีหุ้นกว่า 10 ล้านหน่วย มูลค่าหลายร้อยล้านยูเอส
กล่าวคือ มาถล่มไทยก่อน…แล้วตามเข้ามากอบโกยช้อนซื้อ สร้างกำไรแบบชั่วข้ามคืนอย่างมหาศาล

แต่..ในที่สุด การเล่นกับไฟก็ต้องถูกเผาใหม้บ้างเป็นธรรมดา เพราะบริษัท Lehman Brothersเจอกับวิกฤติเศรษฐกิจของอเมริกาที่เกิดราคาตกต่ำของอสังหาริมทรัพย์ถึงกับต้องถูกฟ้องล้มละลายในปี 2008 เป็นอันว่าปิดฉาก

โซรอส…ขนหน้าแข้งร่วงพราวไปเลยในงานนี้…!!!

 

Wiwanda W. Vichit