วันเสาร์ 18 สิงหาคม 2018
  • :
  • :
Latest Update

รองอธิการฯจุฬาฯเผย“ศิษย์เก่าจุฬาฯ”รับไม่ได้ เนติวิทย์บังอาจไม่ให้มีพิธี”ถวายบังคม”ร.5

 

“ศิษย์เก่าจุฬาฯ”ฮึ่ม!รับไม่ได้ เนติวิทย์บังอาจเปลี่ยน“รองอธิการฯ”ยันเป็นประเพณีต้องก้มกราบ ! ตบปาก!พูดให้ระวังไม่ใช่นักไฮด์ปาร์ค

จากกรณีกระแสการไม่เห็นด้วยพร้อมมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งเมื่อได้รับเลือกเป็นประธานสภานิสิตจุฬาฯแล้วจะเสนอแนวคิดการเปลี่ยนการถวายบังคมพระบรมรูปทรงม้า เป็นการยืน ทั้งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ก็ออกมาแสดงความเป็นห่วงในการไม่เคารพกฏกติกาสังคมที่ตนเองสังกัดอยู่ และยังทำให้เสื่อมเสียต่อสถาบันการศึกษาด้วย
ทั้งนี้ “เนติวิทย์”เคย ไม่ยอมถวายบังคมพิธีถวายสัตย์ฯนิสิตจุฬาฯ มาก่อนแล้ว โดยลุกขึ้นหายไป ระหว่างกำลังจะมีการถวายบังคมต่อหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ 2 รัชกาล  จนครั้งนั้น ชาวเน็ตที่อยู่ในเหตุการณ์แฉว่า ไม่มีการบังคับให้มา หรือเดินออกตอนก่อนเริ่มพิธีก็ได้ แต่จงใจเดินออกระหว่างพิธี เป็นการจงใจป่วน – ไร้มารยาท

ล่าสุดนายบัญชา ชลาภิรมย์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักเคลื่อนไหวทางการเมือง นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานสภานิสิตจุฬาฯ ซึ่งเสนอแนวคิดการเปลี่ยนการถวายบังคมพระบรมรูปทรงม้า บริเวณลานพระราชวังดุสิต เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5ให้ยืนเคารพ

“นายเนติวิทย์ เป็นนิสิตคนหนึ่งของจุฬาฯ ก็สามารถแสดงความคิดเห็นและมีข้อเสนอแนะต่อมหาวิทยาลัยได้ แต่ประเพณีถวายบังคมพระบรมรูปทรงม้า ในวันที่ 23 ตุลาคมของทุกปีนั้น เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยสำนักบริหารกิจการนิสิต ศูนย์พัฒนกิจและนิสิตเก่าสัมพันธ์ จุฬาฯและตัวแทนมหาวิทยาลัย ซึ่งเปิดกว้างให้นิสิตและประชาชนหรือศิษย์เก่าที่ประสงค์จะเข้าร่วมกิจกรรม ไม่ได้เป็นการบังคับ นิสิตที่ไม่เข้าร่วมก็ไม่ถูกหักคะแนน และเมื่อประสงค์เข้าร่วมกิจกรรม ก็ต้องทำตามแบบแผนที่กำหนดไว้ คือการก้มกราบถวายบังคม”

ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีศิษย์เก่าสอบถามหรือแสดงความคิดเห็นต่อแนวคิดของนายเนติวิทย์หรือไม่ นายบัญชา กล่าวว่า มีศิษย์เก่าโทรศัพท์เข้ามาสอบถามมากมาย ส่วนใหญ่จะแสดงความห่วงใยว่าหากเปลี่ยนแปลงวิธีการจะเป็นการรื้อวัฒนธรรมซึ่งส่วนใหญ่รับไม่ได้ ก่อนหน้านี้นายเนติวิทย์ เป็นนักเคลื่อนไหวอิสระ ซึ่งสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ แต่ขณะนี้นายเนติวิทย์ มีตำแหน่งประธานสภานิสิตจุฬาฯแล้ว มีหมวกที่สวมอยู่ ทั้งเป็นผู้นำองค์กร คงต้องระมัดระวังเรื่องพูดแสดงความคิดเห็น รวมทั้งต้องรู้บทบาทหน้าที่ของตนเองด้วย