วันอาทิตย์ 22 กรกฎาคม 2018
  • :
  • :
Latest Update

ระวังข่าวปลอม! ผู้แทนไทยไม่ได้เข้าร่วมงานเปิด “สถานทูตสหรัฐ” ในเยรูซาเล็ม

ผู้แทนไทยจากสถานทูตในเทลอาวีฟ ไม่ได้เข้าร่วมงานเปิด “สถานทูตสหรัฐ” ในเยรูซาเล็ม

กระทรวงต่างประเทศของไทยออกแถลงการณ์แก้ข่าวปลอมระบุว่า ตามที่ปรากฏรายงานข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศ เกี่ยวกับพิธีเปิดสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาที่นครเยรูซาเล็ม เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่ามีผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตต่างๆ ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยในอิสราเอล ได้เข้าร่วมพิธีเปิดดังกล่าวนั้น
กระทรวงการต่างประเทศขอเรียนว่า เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ไม่ได้เข้าร่วมพิธีดังกล่าว และไม่มีผู้แทนไทยท่านอื่นเข้าร่วมงานเปิดสถานทูตดังกล่าวด้วย

 

ภาพความยินดีปรีดาของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ตลอดจนบุตรสาวและบุตรเขยของประธานาธิบดีทรัมป์ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับภาพเหตุประท้วงดุเดือดของชาวปาเลสไตน์บริเวณริมพรมแดนระหว่างเมืองกาซากับอิสราเอล ซึ่งทางฝ่ายกองทัพอิสราเอลได้ตอบโต้ด้วยวิธีรุนแรง ทั้งใช้กระสุนจริงและยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ม็อบชาวปาเลสไตน์ เป็นเหตุให้ผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์สังเวยชีวิตแล้วนับ 55 ราย บาดเจ็บอย่างน้อย 2,700 แล้วเมื่อวันจันทร์ที่ 14พ.ค.

ทั้งนี้ นครเยรูซาเล็ม ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดในโลก และเป็นที่ตั้งของศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ของทั้งศาสนายิว อิสลาม และคริสต์ ถือเป็นใจกลางของความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์มาโดยตลอด ด้วยเหตุนี้ การที่รัฐบาลทรัมป์ย้ายสถานทูตจากกรุงเทลอาวีฟมาตั้งในยูซาเล็ม จึงถือเป็นการทำร้ายจิตใจชาวมุสลิมและปาเลสไตน์อย่างใหญ่หลวง

เพราะตามความเห็นของโลกมุสลิม ปาเลสไตน์ ตลอดจนนานาประเทศถือว่าการที่อิสราเอลประกาศอธิปไตยเหนือนครเยรูซาเล็มนั้น เป็นสิ่งที่ยังไม่ได้รับการรับรองจากนานาชาติ อีกทั้งภายใต้ข้อตกลงสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ซึ่งผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมลงนามในปี 2526 ยังไม่มีการระบุถึงสถานะของเยรูซาเล็ม ซึ่งนั่นหมายถึงอิสราเอลและปาเลสไตน์ จะต้องมีการหารือกันใหม่ถึงสถานะของเยรูซาเล็มในการเจรจาสันติภาพครั้งต่อไป
ทว่าอิสราเอลกลับโต้แย้ง มองว่าเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงและมิอาจแบ่งแยกได้ หลังจากมีการก่อตั้งรัฐอิสราเอลในวันที่ 14 พ.ค. 2491 พร้อมกับมีการสร้างอาคารรัฐสภาบริเวณด้านตะวันตกของเยรูซาเล็ม
อีกทั้งนับตั้งแต่เกิดสงครามในตะวันออกกลางเมื่อปี 2510 หรือที่เรียกกันว่า ‘สงคราม 6 วัน’ อิสราเอลซึ่งเป็นฝ่ายกำชัยชนะยังได้ผนวกเอาดินแดนทางตะวันออกของนครเยรูซาเล็ม รวมถึงเขตเมืองเก่าไว้ด้วย โดยได้สร้างอาคารบ้านเรือน ตลอดจนสิ่งปลูกสร้างต่างๆ บริเวณตะวันออกของเยรูซาเล็มเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนชาวยิวประมาณ 200,000 คน
บีบีซีรายงานว่า หลังจากอิสราเอลได้ผ่านกฎหมายเมื่อปี 2523 รับรองว่าเยรูซาเล็ม คือ เมืองหลวงของอิสราเอลอย่างเป็นทางการ เป็นเหตุให้รัฐบาลหลายประเทศที่เคยตั้งสถานทูตของชาติตนอยู่ในเยรูซาเล็ม ต่างพากันย้ายออกไปเป็นจำนวนมาก
ชาวปาเลสไตน์ในเมืองกาซา ประท้วงอย่างดุเดือด บริเวณริมรั้วพรมแดนระหว่างกาซา-อิสราเอล

ทว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกากลับสวนกระแสของโลกมุสลิมและนานาประเทศ ด้วยการประกาศรับรองให้เยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ปี 2560 ไม่ถึงปีหลังจากสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ พร้อมกับประกาศมีแผนจะย้ายสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในอิสราเอล ที่เคยตั้งอยู่ในกรุงเทลอาวีฟ มายังเยรูซาเล็มด้วย
ที่สร้างความแค้นเคืองให้แก่โลกมุสลิมและชาวปาเลสไตน์อย่างที่สุดก็คือ รัฐบาลสหรัฐอเมริกายังเลือกวันเปิดสถานทูตใหม่ของสหรัฐฯ ในเยรูซาเล็ม ตรงกับวันที่ 14 พ.ค. 2561 ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 70 ปีของการก่อตั้งรัฐอิสราเอลพอดี
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล

สำหรับสถานทูตแห่งใหม่ของสหรัฐฯ ในนครเยรูซาเล็ม ยังเป็นเพียงสถานทูตชั่วคราว ที่ตั้งอยู่ภายในอาคารสถานกงสุลสหรัฐฯเดิม ในเยรูซาเล็ม และจะมีการขยายพื้นที่ให้กว้างขวางมากขึ้นในภายภาคหน้า เมื่อมีการย้ายสถานทูตทั้งหมดมาจากกรุงเทลอาวีฟ โดยประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาสของปาเลสไตน์ กล่าวถึงการตัดสินใจของ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาว่า ‘เป็นการตบหน้าแห่งศตวรรษ’ และนับแต่นี้ สหรัฐฯ จะไม่มีวันถูกมองว่าเป็นคนกลางในการเจรจาสันติภาพระหว่างปาเลสไตน์กับอิสราเอลอีกต่อไป.