วันศุกร์ 25 กันยายน 2020
  • :
  • :
Latest Update

ลิเกงานบอลฯ – ปราชญ์ สามสี

ไม่ค่อยอยาก พูดเรื่อง “ป้อม” และการประท้วงเกี่ยวกับเขาเสียเท่าไหร่ (เพราะมัน จืดแล้ว)

แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ “ฝ่ายหนุนและฝ่ายต้าน” มันกลับกลายเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มจัดตั้งมาจากที่เดียวกัน เสียมากกว่า

จากการสังเกต ประเด็นนึงเรื่องที่ นาย เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยุุยงให้ คสช. ใช้อำนาจจับกุม เยาวชนจุฬา-มธ.ที่ ทำหุ่นล้อการเมือง(แซวป้อมเรื่องนาฬิกา)
http://www.naewna.com/politic/318569/preview

และต่อมา อาจารย์ มธ. จวกคนจี้ดำเนินคดี นศ. แปรอักษร-ทำหุ่นล้อ งานบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ เบี่ยงเบนทำให้เกิดความขัดแย้ง ยันไม่มีเจตนาทางการเมือง …(แต่ก็ไม่มีระบุชื่อ ถึง นาย เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ) ทั้งๆที่ หลายคนไม่ค่อยรู้ว่า “เรืองไกร ” เป็น”คนเสื้อแดง”
https://www.thairath.co.th/content/1195332

ล่าสุด มีข่าว สองกระแสที่น่าสนใจคือ ข่าวแรก “เพื่อไทย” เตรียมร้องนายกฯดำเนินคดี นศ.จัดฟุตบอลประเพณีฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.

ซึ่งในข่าวเขียนชัดมากว่า

“พรรคเพื่อไทย เตรียมร้องนายกรัฐมนตรี ดำเนินคดีกับกลุ่มนักศึกษาม.ธรรมศาสตร์ ที่ทำหุ่นล้อการเมืองในงานฟุตบอลประเพณี ชี้เข้าข่ายชุมนุมเกิน 5 คนขึ้นไป ด้าน คสช. ชี้ขบวนพาเหรดล้อการเมืองสะท้อนวิธีคิดคน รุ่นใหม่ ระบุไม่มีอะไรล่อแหลม ยันไม่เคยห้ามล้อเลียนประเด็นนาฬิกา”
—————————————————

ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่มีการออกหมายเรียกเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่สกายวอล์ก แยกปทุมวัน 39 คน และกลุ่มผู้ชุมนุมที่ด้านหน้ากระทรวงกลาโหม 40 คน เนื่องจากขัดคำสั่งหัวหน้า คสช.ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองในที่ใดๆ ตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป

ดังนั้นในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ – ธรรมศาสตร์เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งมีกิจกรรมทางการเมืองในลักษณะทำหุ่นและแปรอักษรล้อทางการเมือง จึงน่าจะเข้าข่ายการชุมนุมทางการเมือง ดังนั้นเจ้าพนักงานจึงต้องไปดำเนินคดีด้วยเช่นกัน โดยตนจะส่งหนังสือไปยังนายกรัฐมนตรี ผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ(อีเอ็มเอส)ในวันนี้ (5 ก.พ.) เพื่อให้นายกฯ สั่งการให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างไม่มีการยกเว้นหรือเลือกปฏิบัติกับบุคคลใดๆ

https://www.thaich8.com/…/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9…

แต่ข่าวต่อมากลับตาลปัต เพราะ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ก็ออกมาปกป้องเยาวชนจุฬา-มธ. จน ภาพออกมากลายเป็น “คนดี”ปกป้องเด็กๆ โดยการกล่าวตำหนิ เรื่องไกร และออกมา ขอโทษโดยระบุว่า

“ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ในการตั้งข้อกล่าวหาต่อประชาชนที่ใช้สิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครอง ซึ่งถือเป็นการคุกคามและละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน

สำหรับกรณีที่มีสมาชิกของพรรคเพื่อไทยได้แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างและขัดต่อเจตนารมณ์ของพรรค จึงขอโทษและอภัยต่อเหตุการณ์ที่กระทบจิตใจประชาชน พร้อมยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะยังคงยึดมั่นและยืนหยัดในหนทางการต่อสู้เพื่อสิทธิประชาธิปไตยของประชาชนตลอดไป”

https://www.dailynews.co.th/politics/625522
https://voicetv.co.th/read/BkxAzIBUf

จะเห็นได้ว่า ประเด็นนี้มีการเสี้ยมแบบชงให้เตะ ทั้งสองฝั่งจากกลุ่มเดียวกัน…ทั้งๆที่ คสช. ยังไม่เคยได้ใช้อำนาจใดๆ ในการแสดงท่าทีเกี่ยวกับงาน บอลประเพณีเลย

งานบอลก็คืองานบอล …การแซวก็แค่แซว … ทหารตำรวจเขาต้องดูแลอารักขาอยู่แล้ว ไม่ให้เกิดเหตุความไม่ปลอดภัย แต่ข่าวที่ถูกปล่อยออกมาเพื่อยุยงปลุกปั่นให้ใช้อำนาจเกินกฏหมาย และ ต่อต้านรัฐทำผิดกฏหมายก็กลับเป็นพวกเดียวกัน พวกช่วงชิงหน้าสื่อ ใครที่อ่านสื่อไม่ครบทุก บรรทัด อาจตกเป็นเหยื่อความเกลียดชังได้

อีกทั้งหากจำได้ก่อนหน้านี้ ม็อบหนุนบิ๊กป้อมอยู่ต่อ และ ม็อบไล่บื้กป้อม ก็มีแนวโน้มจะเป็นกลุ่มมวลชนจากฐานการเมืองเดียวกันอีก

ล่าสุดก็เห็น CHANGE..org ออกมา เข็นชื่อไล่ บิ้กป้อมและหนุนบิ้กป้อมก็ดันเป็นพวกเดียวกัน พยายาม สร้าง Viral ตามแนวทางการ SEEDING ในการตลาดเพื่อให้คนรู้จักท่ามกลางขัดแย้งและคล้อยตามในประเด็นต่างๆ

เรื่องแบบนี้ ข้าพเจ้าคนนึงล่ะที่ไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง แม้เบื่อลุงป้อมเหมือนกัน แต่ขออยู่เฉยๆดีกว่าเพราะกระแสที่ทำอยู่มันสกปรกยิ่งกว่า นาฬิกาป้อมอีก

ระวังนะครับ นักเคลื่อนไหวและ สื่อมวลชนหัวสีบางหัว เริ่มกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง เขาชอบนักที่จะ “โกหกบ่อยๆ เดี๋ยวประชาชนก็จะเชื่อว่าเป็นความจริงเอง”