วันจันทร์ 27 พฤษภาคม 2019
  • :
  • :
Latest Update

สถาบันกษัตริย์ญี่ปุ่นกับสงครามโลกครั้งที่ 2

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Cozy Wittawatt ได้โพสเรื่องราวเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ไว้ดังนี้ …

” เห็นมีนักวิชาการบางท่านพยายามโยงสถาบันกษัตริย์ญี่ปุ่นกับสงครามโลกครั้งที่ 2 ในแง่ลบ อันนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด (หรือพยายามจะให้เข้าใจผิด) นายพล แมคอาเธอร์ ได้เคยกล่าวต่อพระพักตร์องค์จักรพรรดิว่า “สงครามระหว่างพันธมิตรกับญี่ปุ่นไม่ได้เป็นความผิดขององค์จักรพรรดิเลย สงครามเวลายาวนาน เกิดขึ้นจากเหตุและการณ์อื่นๆ เกินความสามารถขององค์จักรพรรดิจะทรงควบคุมได้”

ถ้าใครเคยดูภาพยนตร์เรื่อง Emperor ที่ Tommy Lee Jones แสดงเป็น นายพลแมคอาเธอร์ จะรู้รายละเอียดหลังสงครามมากขึ้น ว่าจริงๆแล้วอเมริกาต้องการปลดสถาบันกษัตริย์ญี่ปุ่นให้ได้ แต่สุดท้ายนายพลแมคอาเธอร์ ที่เข้ามาสืบสวนกลับเป็นฝ่ายให้การเป็นคุณแก่องค์จักรพรรดิ

เหมือนกับความเข้าใจผิดที่ว่าญี่ปุ่นยอมแพ้ทันทีที่เจอระเบิดนิวเคลียร์ลงที่ฮิโรชิม่ากับนางาซากิ

จริงๆแล้วนายพลโตโจไม่ได้คิดจะยอมแพ้ แต่ยอมตาย พวกเขาเตรียมสั่งให้คนญี่ปุ่นทุกคนเตรียมตัวสู้จนคนสุดท้าย

นายกรัฐมนตรีตอนนั้น นายกันตาโร ซูสุกิ เมื่อเห็นผลของนิวเคลียร์จึงเข้าเฝ้าเป็นการลับ (เพราะรู้ว่านายพลโตโจไม่ยอมแน่นอนจะให้รู้ตัวก่อนไม่ได้) เพื่อขอบารมีช่วยชาวญี่ปุ่น แต่ก็ทูลตามความจริงว่าไม่แน่เหมือนกันว่าถึงยอมแพ้แล้ว พวกฝรั่งจะปล่อยให้สถาบันกษัตริย์ดำรงอยู่ ไม่แน่ใจด้วยซ้ำถึงความปลอดภัยของตัวพระองค์ (เพราะอาจถูกข้อหาอาชญากรสงคราม)

จักรพรรดิฮิโรฮิโตะบอกไม่เป็นไร ข้าพเจ้ายอมเสี่ยง เพื่อช่วยประชาชนไม่ให้เดือดร้อนไปกว่านี้ แล้วก็ทรงอัดประกาศกระแสพระบรมราชโองการแถลงเรื่องยอมแพ้เตรียมประกาศทางวิทยุ

วันต่อมานายพลโตโจเรียกนายซูสุกิให้พากันไปเข้าเฝ้าเพื่อให้ลงพระนามประกาศสงครามกับรัสเซีย นายซูสุกิก็ทำตามแผนที่เตรียมไว้คือทูลถามต่อหน้านายพลโตโจว่าสถานการณ์แบบนี้ จะทรงยอมแพ้หรือจะทำสงครามต่อดี

จักรพรรดิฮิโรฮิโตะบอกว่ายอมแพ้เถอะ นายพลโตโจคุกเข่ากอดพระบาทเอาไว้ ร้องไห้ขอสู้ต่อบอกว่ากลัวฝรั่งจะย่ำยีพระองค์ แต่องค์จักรพรรดิตรัสว่า “ข้าพเจ้าตัดสินใจแล้ว ท่านไปเถอะ”

นายพลโตโจกลับไปยิงตัวตาย (แต่หมอช่วยไว้ทัน) รัฐมนตรีกลาโหมฆ่าตัวตาย นายพลตานากา ผบ.ทหารป้องกันดินแดนกลับไปฆ่าตัวตายที่ห้องทำงาน

เย็นวันนั้นชาวญี่ปุ่นได้ฟังพระสุรเสียงแถลงการณ์ยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไขจากองค์จักรพรรดิ แต่สิ่งที่พระองค์ไม่ได้บอกคือทุกคนรอดตายยกประเทศอย่างหวุดหวิด

เทียบกับเยอรมันต่างกันชัดเจน พวกเขาไม่มีจุดศูนย์กลางนอกจากนักการเมืองอย่างฮิตเลอร์ ซึ่งสั่งสู้ตาย จนกองทัพรัสเซียถึงเมืองหลวงเบอร์ลิน เสียชีวิตผู้คนไปอีกนับล้านเพียงเพราะฮิตเลอรไม่ยอมแพ้ ไม่เห็นแก่ชีวิตของประชาชน

วันนั้น ถ้าญี่ปุ่นไม่มีสถาบันสูงสุดชี้ขาด และไม่มีจักรพรรดิฮิโรฮิโตะเสียพระองค์ หรือถ้าหากพระองค์พระทัยแคบตัดสินพระทัยว่าลูกพระอาทิตย์ทุกคนจะต้องปกป้องพระองค์จนคนสุดท้าย ก็ไม่รู้จริงๆว่าประเทศญี่ปุ่นจะเสียหายหนักขนาดไหนทั้งชีวิตคนและสถานที่อันสวยงาม

ปล.ประเทศอเมริกาจัดการนำองค์จักรพรรดิขึ้นศาลโลก ข้อหาอาชญากรสงคราม แต่ตุลาการรวม 11 ประเทศยกฟ้อง”