วันจันทร์ 17 ธันวาคม 2018
  • :
  • :
Latest Update

สิ่งที่ได้จาก ‘หมวดเจี๊ยบ’ ให้คิด – เปลว สีเงิน


ก็สงสาร………

ก็อยากบอก “หมวดเจี๊ยบ” ได้รู้ไว้ การที่ตำรวจ บก.ปอท.เรียกไปรับทราบข้อหานั้น

มันไม่เกี่ยวกับการ ข่มขู่/ละเมิด/คุกคามสิทธิมนุษยชนตรงไหนเลย

เป็นเพียงขั้นตอนการดำเนินคดีอาญาทั่วไปเท่านั้น

เมื่อมีคนร้องทุกข์กล่าวโทษ

ตำรวจก็เรียกตัวไปสอบปากคำ ตั้งข้อหา ส่งตัวให้อัยการพิจารณาสำนวน ใครผิด-ถูก ไปว่ากันที่ศาล

ก็แค่นั้น……….

ไม่จำเป็นต้องขนฝรั่งนานายี่ห้อเป็นโขยงให้ตอมหน้า-ตอมหลังไปพบตำรวจในเชิงกดดันด้วยนี่?

หมวดเจี๊ยบบอกว่า “พวกฝรั่งมาสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน”

ก็ยังดีนะ ที่หมวดเจี๊ยบเป็นคนพูด

ถ้าฝรั่งพวกนั้นพูด จะเข้าตำราที่ว่า “ฝรั่งหน้าโง่” เปี๊ยบเลย!

เพราะถ้าเป็นตัวแทนสหภาพยุโรป ๒๘ ประเทศ และตัวแทนสถานทูตประเทศต่างๆ ประจำไทย ๘ ประเทศ จริงอย่างที่ว่าละก็

ต้องรู้ขนบธรรมเนียม ประเพณี และมีอารยะมากกว่านี้

ก่อนจะถูกส่งมาเป็นตัวแทนประเทศ ต้องได้รับการอบรมทุกด้าน

ว่าไปอยู่บ้านเมืองเขา อะไรควร/ไม่ควรแค่ไหน ทำแล้วผดุงเกียรติหรือลดเกียรติชาติตัวเอง

คนในฐานะ “ตัวแทนประเทศ” ต้องรู้-ต้องศึกษามาก่อนอย่างดี

ไม่ใช่ควายที่ส่งมาให้ใครเที่ยวจ้าง-เที่ยวจูงเบิ่งไปทั่ว แบบไม่รู้เรื่อง-รู้ความอย่างนี้

ถ้าการที่ตำรวจเรียกผู้ถูกกล่าวหาตามกระบวนการกฎหมายไปรับทราบข้อหา ว่านั่นเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนละก็

ก็ต้องบอกว่า……..

พวกคุณที่อ้างเป็นตัวแทนสหภาพยุโรป ๒๘ ประเทศ และอีก ๘ ประเทศที่มาทำแอกต์อาร์ตนั้น

รีบไสหัวกลับบ้านพวกคุณไปเถอะ

เพราะบ้านคุณก็ละเมิดสิทธิมนุษยชนแบบนี้ทุกวัน ไม่ต่างกันเลย

กลับไปพิทักษ์สิทธิมนุษยชนพวกคุณดีกว่า

ไม่ต้องมาเก๊กเป็นบอดีการ์ดหน้าหอที่บ้านเมืองไทยนี่หรอก เพราะที่นี่ ศิวิไลซ์พอ……

พอที่จะไม่มีตัวแทนประเทศไทยไปทำเถื่อนในบ้านเมืองคุณอย่างที่พวกคุณทำที่เมืองไทยตอนนี้!

และอยากบอกให้หมวดเจี๊ยบรู้……….

ที่ตำรวจเรียกไปรับทราบข้อหานั้น ผมโดนแบบคุณมาเยอะ!

ใครเป็นเจ้าทุกข์แจ้งให้ตำรวจดำเนินคดีผม…รู้มั้ย?

ก็ “ทักษิณ” Where are you? ของคุณไง

ไม่ได้แจ้งเอง เพราะหนีคุกจนหางจุกตูดอยู่นอกประเทศ ก็มอบหมายให้ทนายบ้าง คนนั้น-คนนี้บ้าง ไปแจ้ง

ผมก็ต้องซมซานไปใต้ส้นตีนอำนาจที่ทักษิณสั่งทุกที่

อย่างผมนี่ซี ไอ้พวกสิทธิมนุษยชนมันควรมาสังเกตการณ์ ที่หมวดเจี๊ยบนวยนาดไปรับทราบข้อหา แล้วก็นวยนาดกลับนั่นน่ะ

มันระดับ “อภิสิทธิมนุษยชน” ด้วยซ้ำ

ไม่ใช่ “ละเมิดสิทธิมนุษยชน” ที่ต้องขนฝรั่งดอง-ฝรั่งดิบไปเป็นใบหนาดคุ้มกัน!

อย่างหมวดเจี๊ยบ รับทราบข้อกล่าวหา ก็ปล่อยตัวชั่วคราว เพราะเธอไปพบตำรวจตามหมายเรียก ไม่ได้อิดเอื้อน ส่อเจตนาหลบหนี

แต่ผมซี….ยุคทักษิณ ตำรวจเป็นของใครก็รู้กันอยู่ แต่ละโรงพัก รอกินหัวผมเอาใจนายทั้งนั้น

ทั้งที่ไปมอบตัวเอง แต่ถูกลากไปพิมพ์มือ ไปทำทะเบียนประวัติอาชญากร ต้องหาหลักทรัพย์ประกันตัว

ยื่นแล้วก็ยังต้องถูกกักให้แกร่วรอว่าท่านผู้กำกับจะอนุมัติให้ประกันมั้ยอีกครึ่งค่อนวัน?

และที่สำคัญ………

เอะอะเข้าข่าย “หมิ่นประมาท” ทุกเรื่อง ผมเคยท้วงพนักงานสอบสวน “ข้อความตรงไหนครับที่ว่าหมิ่น”?

“ไม่รู้…มีคนเขามาแจ้ง ก็ไปว่ากันที่ศาล”

ว่าแล้วตำรวจท่านก็ก้มหน้า-ก้มตา ถามชื่อพ่อ-ชื่อแม่ผม พิมพ์ลงกระดาษคำให้การ

สรุปลงท้ายด้วยข้อความว่า “ข้าฯ ขอไปให้การในชั้นศาล” แล้วให้เซ็นรับทราบข้อหา

เนี่ย….สิบกว่าปีก่อนโน้น ขึ้นโรงพักแต่ละที โหด-มัน-ฮา มาก แต่มันอยู่ในกฎ-ในกติกาตามกระบวนการสอบสวนของเขา

ก็ไม่ว่ากัน!

แต่ถ้าพูดกันแฟร์ๆ บางโรงพัก “กลั่นแกล้งในเกม” จนคับแค้นใจจริงๆ เมื่อรู้ว่า ผมเป็นตัวรำคาญของทักษิณ จึงจัดหนัก

พูดกันตรงๆ ยุคนั้น เกือบต้องเข้าคุก-เข้าตะราง ฐานที่ “ไม่มีหลักทรัพย์ประกันตัว”

ก็จะไปหาที่ไหนทันล่ะ……..

โฉนดที่ยืมเขา ก็ติดคาอยู่โรงพักโน้นบ้าง ที่ศาลบ้าง ครั้นจะเอาเงินสด มันมากคดีเกินที่จะหาเงินสดไปแช่ทิ้งไว้เป็นปีๆ ได้พอ

ยังจำได้เลย มูลนิธิอมตะ ของคุณวิกรม กรมดิษฐ์ เคยให้รางวัล “นักเขียนอมตะ” ๑ ล้าน

หักภาษีแล้ว เหลือซัก ๖ แสนกว่ามั้ง?

กะว่า จะแบ่งให้กอง บ.ก.ไปถองสุรากันซักแสน-ครึ่งแสน แต่พอรับรางวัลเสร็จ

รุ่งขึ้น “เจ้าหนี้” ที่ยืมเขามา ๕ แสนไปประกันตัว มาแสดงความยินดีแต่ไก่โห่

ก็เลยต้องตอบสนองความยินดี คืนเขาไป ๕ แสน เหลือกระจ้อย-กระจิด เลยอดกันไปทั้งหมด!

สารพัดรูปแบบตอนนั้น เหมือนถูกจับยัดลูกตะกร้อกฎหมายให้ช้างกระทืบ

มีฮิวแมนไรต์ฝรั่งอยู่คน เคยมาสัมภาษณ์ นึกในใจ เอาละวะ ตาไทยไม่เห็น ตาฝรั่งก็เห็น ที่เราถูก “อำนาจรัฐกลั่นแกล้ง”

ก็เงียบฉี่…….

แรกๆ นึกดีใจ ว่าฝรั่งฮิวแมนไรต์มาช่วยดูแลด้านสิทธิมนุษยชนให้แล้ว

ที่ไหนได้ ทำไป-ทำมา ท่าจะเป็นฮิวแมนไรต์แนวที่ ๕ ให้ระบอบทักษิณซะละมากกว่า?

วันหลังยังโทร.มาอีกนะ….ยินดีมั้ย ที่จะมาสัมภาษณ์?

เลยตอบไปว่า “ไม่ยินดี(โว้ย)”

นี่ก็เล่าซะยืดยาว ยังไม่ได้เล่าให้หมวดเจี๊ยบฟังว่า มีการส่งคนมาจะจับพนักงานในโรงพิมพ์ทั้งหมดตรวจปัสสาวะ อ้างอยู่ในดงยาเสพติดนะ

ถ้าเป็นหมวดเจี๊ยบ ถูกแบบนี้ในยุคทักษิณ คงไม่แค่ไปเกณฑ์ ๒๘ ตัวแทนสหภาพยุโรป ๘ ประเทศ อะไรแค่นั้นมาสังเกตการณ์แน่

คงต้องไปเกณฑ์มาทั้ง “องค์การสหประชาชาติ” แหงๆ?

แต่ถึงจะเกณฑ์-ไม่เกณฑ์ ผมเชื่อ ถ้าหมวดเจี๊ยบเป็นผม ก็ต้องทำเหมือนผมอย่างหนึ่งคือ

“ไม่ยอมให้ตรวจอภิสิทธิมนุษยฉี่” แบบนั้นแน่นอน!

เอาเหอะ…….

ฝรั่งพวกนั้น เป็นตัวแทนจริง-เท็จก็ช่าง แต่อย่างที่ “ปราชญ์ สามสี” บอกไว้วันก่อน

ว่าฝรั่ง “ขาประจำ” ที่ร่วมกิจกรรมเพื่อระบอบทักษิณและมาเป็นบอดีการ์ดหน้าหอให้หมวดเจี๊ยบด้วย ก็คือ

“นายแอนดรูว์ อาร์มสตรอง” เลขานุการโท ฝ่ายการเมือง ของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำไทย

เรียกว่า ไปปรากฏทุกที่-ทุกครั้ง ที่มีดาราระบอบทักษิณโชว์!

จับแค่จุดนี้ไปขยาย ก็เห็นเห็บ-เห็นโลน ถึงก้นบึ้ง

จากภาพงาน “สัมมนาทางวิชาการและเทศกาลสิทธิมนุษยชนอีสาน ๗๐ ปี ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน:สิทธิชุมชนอีสานอยู่ตรงไหน?”

จัดโดย วิทยาลัยการเมืองการปกครอง ม.มหาสารคาม เมื่อ ๒๔ พ.ย.๖๐

ตรงนี้จะเห็นได้จากป้ายว่า งานนี้ ถูกจัดขึ้นด้วยการชุมนุมสุมหัวกันของ

Human Rights Watch

National Endowment for Democracy (NED)

อีสานเร็คคอร์ด

heinrich boell stiftung

amnesty international หรือ องค์กรนิรโทษกรรมสากล

และ “นายแอนดรูว์ อาร์มสตรอง” ก็เป็นตัวเอกอยู่ในงานนี้

และอีกหลายองค์กร แต่ทั้งหมด-ทั้งปวงนี้ สรุปรวมลงที่

“จอร์จ โซรอส” ตัวบงการ จ่ายผ่านมูลนิธิ open society!

และ NED ที่เคลื่อนไหวใต้ดิน-บนดินหนักในแถบอีสาน เจาะกลุ่มสถาบันศึกษา นั้น

NED ก็คือ หน้ากากอีกอันของ CIA เพื่อการรวมกลุ่มคนรุ่นใหม่ ให้ทุนการศึกษาบ้าง หนุนการปลุกระดม กำหนดรูปแบบการต่อต้านรัฐบาลที่ไม่อยู่ในโอวาทสหรัฐฯ บ้าง

ที่เป็นรูปธรรมตอนนี้ อาศัยช่องว่างความเป็น “รัฐบาลเผด็จการทหาร”

หนุนพวกกลุ่มประชาสังคม นักวิชาการอิสระ องค์กรอิสระ นักศึกษายุคใหม่

ชู “ประชาธิปไตย”……

เป็นกลเกมล้มรัฐบาล คืบคลาน เปลี่ยนระบบปกครองและอำนาจบริหาร

แต่ละขบวนการดูเหมือนแยกกัน แต่จริงๆ แล้ว เชื่อมโยงสู่ฐานอำนาจบัญชาเดียวกัน

คือที่ “องค์กรช่วยเหลือพัฒนาประชาธิปไตย” ใต้คอนโทรล กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ

สรุป ทั้ง เนด เอ็นจีโอ ฮิวแมนไรต์ แอมเนสตี จอร์จ โซรอส โอเพน โซไซตี ซีไอเอ ยูเสด

มัน “หน่อเดียวกัน” ทั้งสิ้น!

ตอน “นางคริสตี เคนนีย์” เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำไทย คงจำกันได้ สหรัฐฯ เปิดหน้าเล่น

หนุน “แดงทั้งแผ่นดิน” ใต้ระบอบทักษิณเต็มสูบ

“นายแพทริก เมอร์ฟีย์” อุปทูตสหรัฐฯ เรื่อยมา จนถึงเอกอัครราชทูต “กลิน ที. เดวีส์” เข้ามารับตำแหน่งเมื่อปลายปี ๕๘

เกรงอก-เกรงใจคนไทย-ประเทศไทยเสียที่ไหน เดินสายซ่องสุมกับพวก “แดงทั้งแผ่นดิน” แถบอีสานอะร้าอร่าม

ล่าสุด มกรา ๕๘

Mr.Timothy Trengle เลขานุการเอก อัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ยังด้อมๆ ไปอุดรธานี

เพื่อไปพบกับนายขวัญชัย ไพรพนา!?

ฉะนั้น ไม่ต้องสงสัย ว่าทุกวันนี้ ถึงการเมืองสหรัฐฯ เปลี่ยนหน้ากับไทย

แต่กลไกคอนโทรลสหรัฐฯ ยังคงขับเคลื่อนขบวนการเพื่อ “ล้มระบอบ-ระบบ” ของไทยอยู่เหมือนเดิม

จึงไม่แปลกที่เห็น “นายแอนดรูว์ อาร์มสตรอง” เลขานุการโท เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำไทย เดินสายใต้ดินไปทุกที่ เพื่อหนุนขบวนการชูประชาธิปไตย

เรื่องนี้ ต้องคุยและคุ้ยกันอีกยาว สรุปได้คำเดียวว่า…….

เราหยุดแล้ว แต่มันไม่หยุด!