วันอาทิตย์ 6 ธันวาคม 2020
  • :
  • :
Latest Update

หมวดเจี๊ยบโดนฟ้องหมิ่น คสช.รัวๆ 13กระทง – เจ้าตัวหิ้ววอเปเปอร์ทูตต่างชาติขู่นายกฯไทย

“หมวดเจี๊ยบ”งัดมุกเดิมหอบหิ้วตัวแทนทูตยุโรป ไปร่วมสังเกตการณ์รับข้อหาเพิ่มคดีโพสต์วิจารณ์รัฐบาล-นายกฯ อ้างโดนฟ้องอ่วมรวม 13 กระทงอัตราโทษสูงสุดถึง 77 ปี เจ้าตัวยืนกรานจะด่าต่อไปไม่มีหยุด บิ๊กตู่คืนเสรีภาพให้คนคิดต่างได้แล้ว

เมื่อเวลา 09.40 น.วันที่ 24 ม.ค.61 ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง หรือ “หมวดเจี๊ยบ” คณะทำงานสำนักเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เดินทางมาที่กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พร้อม นายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความ เข้าพบ พ.ต.ท.กฤช เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา รอง ผกก.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท.เพื่อมารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกรณีโพสต์ข้อความในเฟสบุ๊คส่วนตัววิจารณ์รัฐบาล และนายกรัฐมนตรีด้วยข้อความอันเป็นเท็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การมารับข้อกล่าวหาเพิ่มเติมครั้งนี้มี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง , นายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่สถานทูตจากประเทศเบลเยี่ยม เยอรมัน และสวิตเซอร์แลนด์ มาร่วมสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนด้วย นอกจากนี้ ยังมีนักการเมืองพรรคเพื่อไทย พร้อมบรรดาแฟนคลับการเมืองมาให้กำลังใจ ร.ท.หญิง สุณิสา กันอย่างคึกคัก

โดย ร.ท.หญิง สุณิสา ยืนยันว่าแม้จะถูกเจ้าหน้าที่ คสช.แจ้งความดำเนินคดีกี่ครั้งก็ตาม ตนจะใช้สิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์การใช้งบประมาณและการทำงานของรัฐบาลต่อไป แม้ว่าจะต้องถูกดำเนินคดีเพิ่ม ขณะนี้ตนเองถูกดำเนินคดีจากการแสดงความเห็นแล้ว 7 โพสต์ รวม 13 กระทง โดยมีทั้งข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคง ตาม ม.116 และความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งรวมแล้วอาจมีอัตราโทษสูงสุดถึง 77 ปี

ทั้งนี้ ตนยืนยันว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องคืนเสรีภาพให้คนคิดต่างได้แล้ว ต้องเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทุกภาคส่วน โดยเฉพาะคนคิดต่าง สามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกลัวจะถูกดำเนินคดี ไม่งั้นใครจะกล้าพูดเรื่องจริง ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยอมรับเองว่า จะช้าหรือเร็ว ก็ต้องมีการเลือกตั้งอยู่ดีแล้วจะมัวรีรออะไรอยู่อีก

“ทำไมไม่รีบสร้างบรรยากาศการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อให้เกิดการระดมสมองในประเด็นสาธารณะต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมประชาชนให้มีความแข็งแรงทางความคิด รัฐบาลต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของประเทศ” ร.ท.หญิง สุณิสา ระบุ

ต่อมาเวลา 12.30 น.นายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาหมวดเจี๊ยบที่โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊คส่วนตัว จำนวน 3 คดี  คือ 1.คดีข้อหาความผิด ม.14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มีจำนวน 2 โพสต์ในเฟซบุ๊คบัญชี สุณิสา เลิศภควัต 2.คดีที่โพสต์ข้อความเฟสบุ๊ค จำนวน 1 โพสต์ และคดีที่ 3 โพสต์ข้อความเฟสบุ๊ค จำนวน 1 โพสต์ ซึ่งทั้ง 3 คดี พนักงานสอบสวน ปอท.แจ้งข้อหา ร.ท.หญิง สุณิสา กระทำความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 โดยการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ไม่มีข้อหาความผิดมาตรา 116 แต่อย่างใด

นายนรินทร์พงศ์ กล่าวอีกว่า พนักงานสอบสวนได้ก๊อปปี้ข้อความจากเฟสบุ๊คทั้งหมดของหมวดเจี๊ยบที่ได้โพสต์ย้อนหลังไปก่อนหน้านี้หรือก่อนที่ฝ่ายกฏหมาย คสช.จะมาแจ้งความดำเนินคดีที่ ปอท.อย่างที่หมวดเจี๊ยบพูดว่าเป็นการเก็บเกี่ยวเรื่องเก่าๆ มา อย่างไรก็ตาม เป็นสิทธิ์ที่พนักงานสอบสวนสามารถทำได้ แต่ก็มีนัยยะแปลกๆ ว่าทำไมไม่แจ้งรวมทั้งหมด ซึ่งมีทั้งโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คทั้งย้อนเก่าและใหม่ก็มี

“วันนี้ตกลงกับพนักงานสอบสวนแล้วว่าเป็นวันแรกที่หมวดเจี๊ยบ มารับทราบข้อกล่าวหาก่อน จะไม่มีลัดคิวนำตัวไปส่งศาลก่อนเหมือนอย่างกรณี นายวัฒนา เมืองสุข เพราะว่าอยู่ในขั้นตอนแจ้งข้อกล่าวหาเท่านั้น โดยหลังจากรับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ จะขอทำหนังสือยื่นคำให้การชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 30 วัน หลังจากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนพนักงานสอบสวน” ทนาย กล่าว

นายนรินทร์พงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับคดีแรกที่ถูกแจ้งความเมื่อช่วงต้นเดือน ธ.ค.60 โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊ค ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนส่งอัยการแล้ว จึงจะต้องเตรียมตัวไปศาลและยื่นขอประกันปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากไม่ได้มีเพียงข้อหาความผิดมาตรา 14 พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ เท่านั้น แต่มีข้อหาความผิดยุยงปลุกปั่น มาตรา 116 ด้วย โดยเป็นความผิดทั้งกรณีโพสต์และแชร์ข้อความ เป็นความผิดหลายกรรม

ข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ฝ่ายกฏหมาย คสช.เข้าแจ้งความต่อ ปอท.ให้ดำเนินคดีหมวดเจี๊ยบ 2 ครั้ง รวมข้อหากระทำผิด 6 กระทง โดยเป็นความผิดยุยงปลุกปั่น มาตรา 116 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ปี 2550 มาตรา 14 (2) และในวันนี้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 3 กระทง

ขอบคุณข้อมูลจาก

http://www.naewna.com/politic/316391/preview