วันจันทร์ 18 ธันวาคม 2017
  • :
  • :
Latest Update

กลุ่มเอ็นจีโอของจอร์จ โซรอส ทำเพื่อประชาธิปไตยหรือเพื่อกอบโกย ?

 

กลุ่มเอ็นจีโอของจอร์จ โซรอส ทำเพื่อประชาธิปไตยหรือเพื่อกอบโกย ? โดย ไพสันติ์ พรหมน้อย

 

จอร์จ โซรอส อัครมหาเศรษฐีเจ้าของมูลนิธิสังคมเปิด ชาวยิวฮังกาเรียน-อเมริกันผู้สนับสนุนกลุ่ม NGO ทั่วโลกเพื่อเปลี่ยนสังคมให้เป็นประชาธิปไตยตามที่ตัวเองคิด

 

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2017 สำนักข่าวบลูมเบิร์กเสนอข่าวว่ารัฐบาลฮังการีเตรียมกวาดล้าง (sweep out)กลุ่ม NGO ที่รับเงินจากนายจอร์จ โซรอสแล้วมาปฏิบัติการทางการเมืองในฮังการี เพื่อที่จะเปิดประเทศฮังการีให้เป็นประชาธิปไตยในสายตาของนายจอร์จ โซรอส จึงไม่น่าแปลกใจที่คสช.จะกลายเป็นเป้าของกลุ่มเอ็นจีโอและรัฐบาลตะวันตกเรียกร้องให้จัดการ“เลือกตั้ง”โดยด่วน

นายจอร์จ โซรอส อายุ 86 ปี เป็นอัครมหาเศรษฐีทางการเงิน เป็นคนยิวฮังการี ปัจจุบันเป็นฮังกาเรียน-อเมริกันหรือแปลงสัญชาติเป็นคนอเมริกันไปแล้ว มีองค์กรของตัวเองชื่อว่า มูลนิธิสังคมเปิด (The Open Society Foundations) ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่มเอ็นจีโอต่างๆทั่วโลกเพื่อสนับสนุนให้เปิดสังคมนั้นๆเป็นประชาธิปไตยแบบสหรัฐหรือเป็นสังคมประชาธิปไตยเสรี

ประเทศฮังการีปกครองโดยพรรคฟิเดซ (Fidesz – Hungarian Civic Alliance) มีนายวิคเตอร์ ออร์แบน เป็นประธานพรรคและนายกรัฐมนตรี โดยมีนายซิลลาร์ด นีเมธ เป็นรองประธานพรรคทั้งสองประกาศว่าจะกวาดล้างกลุ่มเอ็นจีโอในฮังการีที่รับเงินสนับสนุนจากนายจอร์จ โซรอส โดยนายนีเมธให้สัมภาษณ์ ATV เมื่อวันที่ 11 มกราคมว่ากลุ่ม Non-Governmental Organizations เหล่านี้ประกอบด้วย Hungarian Civil Liberties Union, Transparency International และ the Hungarian Helsinki Committee.

ทันทีที่รัฐบาลฮังการีประกาศออกมา นายคริสโตเฟอร์ สโตน (Christopher Stone) ประธานมูลนิธิสังคมเปิดก็ออกมาตอบรับทันทีว่า“มูลนิธิสังคมเปิดจะทำงานในฮังการีต่อไป แม้ว่ารัฐบาลจะกดดันการทำงานของเรา ปฏิบัติการของเราเป็นไปเพื่อความเป็นธรรมและรับผิดชอบต่อสังคม”เป็นอีเมลที่เขาส่งไปยังสำนักข่าวต่างๆ “ในฮังการีและทั่วโลก เราจะเน้นการทำงานมากขึ้นกว่าเดิมกับกลุ่มในท้องถิ่นเพื่อเสริมสร้างการปฏิบัติทางประชาธิปไตย,สิทธิมนุษยชนและความยุติธรรม”

มูลนิธิสังคมเปิดใช้เงินมากกว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบประชาธิปไตยในประเทศยุโรปตะวันออกและกลุ่มประเทศอดีตสหภาพโซเวียตรัสเซียที่แตกสลายออกมา สำหรับฮังการีมูลนิธิฯให้การสนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่ม NGO มากกว่า 60 กลุ่ม ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะนายโซรอสเป็นคนยิวเชื้อสายฮังการีด้วย

นายวิคเตอร์ ออร์แบน นายกรัฐมนตรีฮังการีวัย 53 ปี เป็นผู้นำยุโรปคนแรกที่ประกาศให้การสนับสนุนนายดอนัลด์ ทรัมพ์  ขณะเขารณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ โดยไม่แยแสที่คณะกรรมการยุโรป (European Commission)และประธานาธิบดีบารัค โอบามา วิจารณ์ว่าฮังการีเป็นสังคมที่ไม่เป็นประชาธิปไตย(illiberal state) บริหารประเทศด้วยอำนาจนิยมเหมือนเช่นรัสเซีย,จีนและตุรกี (ทั้งที่ฮังการีก็มีการเลือกตั้งมีหลายพรรคการเมือง)

เมื่อปี 2014 นายออร์แบนออกมาเปิดโปงว่ากลุ่มสิทธิพลเมืองได้รับเงินจากต่างประเทศมาเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ต้องการเข้ามาแก้ไขการเมืองมากกว่าคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ ขณะที่สภานิติบัญญัติฮังการีจะมีการอภิปรายเพื่อออกกฎหมายให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบทางการเงิน(audit)ของผู้บริหารกลุ่มเอ็นจีโอ

มูลนิธิ OSF เริ่มทำงานในฮังการีเมื่อปี 1984 ก่อนที่ประเทศม่านเหล็กจะถูกพังทลายลง ด้วยการให้เงินสนับสนุนกลุ่มนักศึกษาที่ออกมาต่อต้านระบบคอมมินิสต์รวมทั้งนักศึกษากลุ่มของนายออร์แบนด้วย เมื่อปี 1989 นายออร์แบนในฐานะผู้นำนักศึกษาฮังการีได้รับทุนจากนายโซรอสเพื่อเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ

นายวิคเตอร์ ออร์แบน นายกรัฐมนตรีฮังการีวัย 53 ปีประกาศกวาดล้างกลุ่มเอ็นจีโอที่รับเงินจากนายจอร์จ โซรอส ( Photo/Reuters)

——————————————————————————————————

พรรคฟิเดซที่มีนายออร์แบนเป็นประธานกว่าจะขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ก็เมื่อปี 1998 จากนั้นในปี 2010 เขาก็กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งด้วยผ่านการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยตามที่ตะวันตกต้องการ และแน่นอนก็ต้องมีพรรคการเมืองอื่นให้การสนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาลด้วย

ไม่แต่เพียงนายออร์แบนเท่านั้นที่ต้องการกำจัดกองทุนของนายโซรอสที่เข้ามาดำเนินกิจการทางการเมืองในฮังการี  เมื่อปี 2015 นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียก็ประกาศสั่งระงับการทำงานของสถาบันการเมืองต่างๆที่มาจากต่างประเทศถือเป็นกลุ่ม“ไม่ปรารถนา”ในรัสเซียเพราะกลุ่มเหล่านี้เข้ามาข่มขู่ความมั่นคงและรัฐธรรมนูญของประเทศ

ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2004 รัฐบาลอูเบกีซสถานก็สั่งปิดสำนักงานของกองทุนสังคมเปิดไปเรียบร้อย

วันที่ 20 มกราคมนี้นายดอนัลด์ ทรัมพ์ จะทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ เขาเป็นผู้กล่าวหาว่านายจอร์จ โซรอส ทำตัวเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างอำนาจโลก เป็นคนเข้ามาปล้นชนชั้นแรงงานเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองและบริษัทใหญ่ๆตลอดจนหน่วยงานทางการเมือง

ประเด็นสำคัญที่นายออร์แบนต้องกำจัดกลุ่มเอ็นจีโอที่ได้รับเงินสนับสนุนจากจอร์จ โซรอส เป็นเพราะนายโซรอสสนับสนุนกลุ่มผู้อพยพจากสงครามตะวันออกกลางให้เข้ามาอาศัยในยุโรป ขณะที่นายออร์แบนและพรรคฟิเดซต่อต้านผู้อพยพ โดยชี้ว่ากลุ่มเอ็นจีโอเหล่านี้รับเงินจากต่างชาติมาเพื่อจัดการเรื่องผู้อพยพและต้องการให้ผู้อพยพเข้ามาตั้งหลักแหล่ง

นายออร์แบนจึงชี้ออกไปว่ากลุ่มเอ็นจีโอ“ต้องการเข้ามาแก้ไขปัญหาการเมืองมากกว่าคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ”

 

จอร์จ โซรอส ส่งคนเข้ามาจัดระเบียบสังคมโลกหรือ 

เมื่อนายจอร์จ โซรอส มีเงินเขาก็จ้างผู้เชี่ยวชาญที่มีแนวคิดเดียวกับเขาได้ อาทิเช่นเขาจ้างนายคริสโตเฟอร์ สโตน (Christopher Stone) เข้ามาเป็นประธานกองทุนสังคมเปิด เริ่มงานเมื่อกรกฎาคม 2012 ก่อนหน้านั้นเขามีประสบการณ์งานด้านระบบความยุติธรรมมามาก เป็นอาจารย์สอนวิชาอาชญาวิทยาที่   Harvard Kennedy School ระหว่างปี 2005-2012

นอกจากนี้ที่ฮาร์วาร์ดเขายังเป็นประธานโครงการ the Program in Criminal Justice Policy and Management,เป็นผู้อำนวยการ the Hauser Center for Nonprofit Organizations รวมทั้งยังเป็นนักวิจัยการปฏิรูประบบยุติธรรมในจีน,ตุรกีและประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ การทำงานวิจัยศาลอาญาระหว่างประเทศ (the International Criminal Court)

เขาเคยเป็นประธานและผู้อำนวยการ the Vera Institute of Justice ทำงานที่กรุงลอนดอน,เป็นผู้ก่อตั้ง the Neighborhood Defender Service of Harlem  องค์กรไม่แสวงหากำไรทำหน้าที่เหมือนทนายความสาธารณะ(public defender)ในนครนิวยอร์ก รวมทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งสถาบันเพื่อการปฏิรูประบบยุติธรรมในแอฟริกาใต้,รัสเซีบย,จีนและชิลี

ประวัติการศึกษาเขารับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด,ปริญญาโทด้านปรัชญาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และปริญญาเอกทางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเยล เคยได้รับรางวัลเกียรติยศจาก สหราชอาณาจักรด้านการปฏิรูประบบยุติธรรม

จอร์จ โซรอสและ คริสโตเฟอร์ สโตน ( ภาพโดย Open Society Foundations)

 

 

———————————————————————————————————-

ความเป็นมาของมูลนิธิสังคมเปิด

มูลนิธิสังคมเปิด (Open Society Foundations =OSF) ก่อตั้งเมื่อเดือนเมษายน 1993 พัฒนามาจากสถาบันสังคมเปิด(Open Society Institute)จัดตั้งโดยนักการเงินจอร์จ โซรอส สนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่มสิทธิมนุษยชนทั่วโลกเพื่อสร้างระบบความยุติธรรม,การศึกษา,สาธารณสุขและความมีเสรีภาพของสื่อสารมวลชน เว็บไซต์อยู่ที่ www.opensocietyfoundations.org

ปัจจุบันมีเงินทุนดำเนินการ 1,590,570,302 ดอลลาร์ โดยมีโครงการต่างๆที่มูลนิธิฯจะต้องสนับสนุนกว่า 60 ประเทศหรือคิดเป็นเงินที่ต้องให้การสนับสนุนปีละประมาณ 600 ล้านดอลลาร์

เงินจำนวนดังกล่าวถือว่าเป็นเศษเงินของนายโซรอสเพราะจากการประเมินแล้ว ณ เดือนพฤศจิกายน 2016 ตัวเขาเองมี 24.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐถือว่าโซรอสเป็นเศรษฐีอยู่ในอันดับ 1-30 ของโลกที่โซรอสร่ำรวยไม่เพียงแต่จะลงทุนในตลาดหุ้นเท่านั้นเขายังเป็นนักเก็งกำไรโจมตีค่าเงิน อาทิเช่นเมื่อวันที่ 16 กันยายนปี 1992 เขามีกำไรจากการโจมตีค่าเงินปอนด์ สเตอร์ลิงของอังกฤษ 1 พันล้านดอลลาร์ เรียกกันวันนั้นว่า Black Wednesday รัฐบาลอังกฤษต้องลอยตัวค่าเงินปอนด์

ในปี 1997 ที่เกิดโรคต้มยำกุ้งหรือวิกฤติการเงินเริ่มจากเงินบาทของไทยลุกลามไปในเอเชีย ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องนำเงินสำรองระหว่างประเทศออกมาปกป้องค่าเงินจนหมดหน้าตัก ยุคนั้นมี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี จึงประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ไม่ทราบว่านายจอร์จ โซรอส ได้เงินไปเท่าใด โดยตัวเขาเองปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนทำ

คสช.เป็นเป้าหมายอันดีของมูลนิธิสังคมเปิด

เมื่อรวบรวมหลักฐานต่างๆที่ผ่านมาจึงเห็นได้ชัดว่า คสช.ในฐานะที่เข้ามาทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จึงกลายเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มเอ็นจีโอที่จะต้องโค่นล้ม ด้วยการออกมาประท้วงต่อต้าน อ้างเรื่องสิทธิประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน หนุนเนื่องเข้ากับประเทศตะวันตกเช่นสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปกดดันรัฐบาลคสช.ให้เร่งจัดการเลือกตั้ง

รัฐบาลตะวันตกมองอย่างเดียวว่า“เลือกตั้ง”เท่านั้นจึงจะเป็นประชาธิปไตย โดยไม่ได้มองรากเหง้าของแต่ละสังคมว่ามีพื้นฐานเป็นมาอย่างไร ทำไมต้องนำบรรทัดฐานของตะวันตกมาใช้กับประเทศอื่นที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง

ทำไมคสช.ต้องเข้ามายึดอำนาจการปกครองในห้วงที่ประเทศเกิดวิกฤติทางการเมือง

ทำไมประเทศจีน,เวียดนาม,ลาว (ประเทศใกล้ตัวเรา)บริหารประเทศด้วยพรรคการเมืองเดียว ไม่เป็นประชาธิปไตยแบบตะวันตก จึงดำรงอยู่ได้ตลอดมาและเจริญเติบโตเป็นลำดับ ประเทศจีนถึงกับก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา

ทำไมสหรัฐไปจัดการให้อิรัก,ลิเบีย,ซีเรียเปิดประเทศเพื่อให้เป็นประชาธิปไตย  แต่ประเทศเหล่านี้ถึงกับย่อยยับ อารยธรรมด้านต่างๆที่สั่งสมมาตั้งแต่อดีตพังทลายลง ประชาชนต้องอพยพหนีออกจากสงครามกลางเมือง แล้วเมื่อไหร่ประเทศเหล่านี้จะจัดการ“เลือกตั้ง”ได้แบบตะวันตก

การเลือกตั้งน่าจะเป็นข้ออ้างมากกว่าตัวอย่างประเทศฮังการีมีระบบเลือกตั้งและหมุนเวียนกันขึ้นบริหารประเทศของผู้นำหลายคน เมื่อตะวันตกไม่พอใจก็จะตราหน้าว่าฮังการีไม่เป็นประชาธิปไตย(illiberal state) หรือหากแปลตามตัวก็เป็นประเทศใจแคบเป็นรัฐที่ไม่มีเสรีภาพ

 

ไม่ทราบว่ากลุ่มเอ็นจีโอที่รับเงินนายจอร์จ โซรอส มาฟาดฟันประเทศของตัวเองมองเห็นภาพลึกๆเหล่านี้หรือไม่ หรือว่าไม่สน