วันพฤหัสบดี 24 กันยายน 2020
  • :
  • :
Latest Update

อาเซียนพาวเวอร์! นายกฯถกผู้นำอินเดีย หนุนต่อต้านก่อการร้าย -ร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน+อินเดีย

 

25 ม.ค.61 ที่เรือนรับรอง Hyderabad House สาธารณรัฐอินเดีย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หารือกับ นายนเรนทร โมที นายกรัฐมนตรีอินเดีย ก่อนการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย

ภายหลังการหารือ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯ ยืนยันไทยและอาเซียน พร้อมส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนในเชิงสร้างสรรค์กับอินเดีย และไทยจะเป็นประเทศผู้ประสานงานความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย ในเดือน ส.ค.61 นี้ โดยจะผลักดันความร่วมมือต่างๆ อย่างเต็มที่

พล.ท.วีรชน กล่าวว่า สำหรับความสัมพันธ์ไทย-อินเดียนั้น มีพัฒนาการเกิดผลรูปธรรมในความร่วมมือต่างๆ เช่น การค้าการลงทุน และการต่อต้านการก่อการร้าย ในการหารือ ผู้นำไทยและอินเดีย เห็นพ้องการผลักดันความร่วมมือทั้งในส่วนของความร่วมมือทวิภาคีและความร่วมมือในภูมิภาค ในส่วนของความร่วมมือไทย-อินเดีย จะร่วมส่งเสริมความร่วมมือด้านดิจิทัล ซึ่งนโยบาย Smart Cities และ Digital India ของอินเดียมีความสอดคล้องกับนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจของไทย เช่น Thailand 4.0 EEC และ New S-Curve Industry

ขณะที่ความร่วมมือด้านความมั่นคง อินเดียเห็นว่าไทยเป็นเพื่อนบ้านทางทะเลที่สำคัญ และจะแสวงหาความร่วมมือใหม่ๆ ในด้านความมั่นคงทางทะเล การสนับสนุนการต่อต้านการก่อการร้าย การทหาร และการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ ให้ก้าวหน้า ใกล้ชิดและเข้มแข็งยิ่งขึ้น

พล.ท.วีรชน กล่าวต่อว่า ขณะที่ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว จะสนับสนุนเชื่อมเมืองท่องเที่ยวระหว่างกัน และสร้างกิจกรรมการท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมการติดต่อระหว่างประชาชนไทยและอินเดีย หรือ People to People Contact นอกจากนี้ ไทยและอินเดียจะมีความร่วมมือในน้ำมันปาล์มและยางธรรมชาติอีกด้วย

พล.ท.วีรชน กล่าวอีกว่า ในส่วนความร่วมมือภูมิภาค ไทยและอินเดียเห็นพ้องการส่งเสริมการเชื่อมโยงในทุกมิติ ทั้งทางบกและทางทะเล โดยเฉพาะความเชื่อมโยงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก จะควบคู่ไปกับความมั่นคงทางทะเล เพราะความมั่นคงทางทะเลนั้นจะเกี่ยวเนื่องกับด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง โดยเฉพาะการรักษาทรัพยากรทางทะเล ที่ไทยสนับสนุนแนวคิด Indo-Pacific และส่งเสริมการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมและเชื่อมโยงกันอย่างแท้จริง เพื่อประโยชน์แก่ทุกฝ่ายในภูมิภาค เช่นเดียวกับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP ที่มุ่งหวังให้เป็นความตกลงที่ทันสมัยและให้ผลประโยชน์แก่ทุกประเทศอย่างสมดุล