วันพฤหัส 27 มิถุนายน 2019
  • :
  • :
Latest Update

อียูจี้สมาชิกคุมเข้มวีซาทองหยุดขายสัญชาติแก่นักการเมืองกระเป๋าหนักเสี่ยงฟอกเงิน

สหภาพยุโรป ได้รับการคาดหมายว่าจะเผยแพร่รายงานวันนี้ เรียกร้องให้ชาติสมาชิก เพิ่มความเข้มข้นในการควบคุมการออก “วีซาทอง” ในแต่ละประเทศ หลังถูกฉกฉวยประโยชน์จากบุคคลหรือองค์กรอาชญากรรม โดยยกตัวอย่างทักษิณกับมอนเตเนโกร

โครงการรายงานอาชญากรรมและการทุจริตคอรัปชั่น” หรือ OCCRP ซึ่งเป็นองค์กรสื่อมวลชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรต่อต้านคอรัปชั่น รายงานคาดการณ์ว่า สหภาพยุโรป หรืออียู จะเผยแพร่รายงานในวันนี้ เรียกร้องให้ชาติสมาชิก เพิ่มความเข้มข้นในการควบคุมโครงการวีซาทอง (Golden Visa) ของแต่ละชาติ โดยเตือนว่าโครงการนี้ได้ถูกฉกฉวยประโยชน์จากบุคคลหรือองค์กรอาชญากรรมต่างๆ สำหรับการฟอกเงิน, คอรัปชั่นและเลี่ยงภาษี และอียูจะให้คำแนะนำแก่สมาชิก ในการวางกฎระเบียบโครงการวีซาทองที่อนุญาตให้เศรษฐีกระเป๋าหนัก ซื้อที่อยู่อาศัยหรือความเป็นพลเมืองแลกกับการลงทุน 

ข่าวนี้มีขึ้นขณะที่มีรายงานว่า มอลตาใช้การเป็นเข้าเป็นสมาชิกอียู เมื่อปี 2556 หาเงินเข้าประเทศด้วยการให้ชาวต่างชาติซื้อพาสปอร์ตมอลตา หรือซื้อสัญชาติ เป็นจำนวนเงิน 650,000 ยูโร ที่นอกจากจะถือหนังสือเดินทางของอียู มีสิทธิ์ที่จะอาศัยและทำงานในประเทศสมาชิกอียู 28 ประเทศ ทั้งยังสามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯ โดยไม่ต้องใช้วีซาอีกด้วย สวนทางกับบัลแกเรีย ที่เพิ่งเปิดเผยร่างกฎหมายใหม่ที่จะหยุดขายสัญชาติแก่นักลงทุนต่างชาติแล้ว หลัง OCCRP เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับผลกระทบในทางลบของโครงการนี้เมื่อปีที่แล้ว

OCCRP ระบุด้วยว่า มอนเตเนโกรก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งหลบภัยของมหาเศรษฐีกระเป๋าหนัก โดยมอบสิทธิ์พำนักอาศัยแก่บุคคลต่างๆ รวมทั้งอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย คือ ทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกพิพากษาว่ามีความผิดฐานคอรัปชัน หลังหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อปี 2551

อ้างอิง

https://www.occrp.org/en/27-ccwatch/cc-watch-briefs/9148-eu-urges-crackdown-on-golden-visa-programs?fbclid=IwAR0MRnq4NAHAktQrYJMRvlh9_o-Cml81LEjK7UKfqZQO8fLR7bXrhkQauvE