วันศุกร์ 19 ตุลาคม 2018
  • :
  • :
Latest Update

“เขียนรูปในหลวงยากที่สุด”ความในใจศิลปินดัง ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี-สุรเดช แก้วท่าไม้

เรื่องและภาพโดย…อินทรชัย พาณิชกุล
ชั่วชีวิตหนึ่งของคนทำงานศิลปะในเมืองไทยล้วนต้องเคยวาดรูปในหลวงด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะวาดเล่น ส่งการบ้านอาจารย์ ส่งประกวด จนถึงวาดขายเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ
แต่คงมีไม่กี่คนที่สามารถวาดรูปในหลวงออกมาได้อย่างสวยสดงดงาม เป็นที่ต้องการของนักสะสม ทั้งยังสร้างชื่อเสียงได้การยอมรับว่าเป็นศิลปินภาพเหมือนที่วาดรูปในหลวงได้ดีที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย
ศิลปินสองคนในจำนวนไม่กี่คนนั้นคือ ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี และ สุรเดช แก้วท่าไม้
“เขียนรูปในหลวงต้องเขียนให้ดีที่สุด”ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี
ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี เป็นอีกผู้หนึ่งซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็นศิลปินวาดภาพเหมือนบุคคล (Portrait) ได้อย่างมีสไตล์ชัดเจนคนหนึ่งของวงการ
โดยเฉพาะภาพเขียนในหลวงจากปลายพู่กันของเขาถือเป็นที่ต้องการของนักสะสม ราคาหลักล้าน
ศักดิ์วุฒิบอกว่า การเขียนรูปคนนั้นยากที่สุด ในประวัติศาสตร์วงการศิลปะไทย คนที่เขียนรูปคนได้ดีและเป็นที่ยอมรับมีน้อยมาก
“ผมว่ามีไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำ เพราะการเขียนรูปแนวอื่นมักไม่ค่อยถูกจับผิดเท่าเขียนรูปคน ถ้าเขียนไม่เหมือน คุณเสร็จเลย ยกตัวอย่างรูปในหลวง ทรงสวมแว่นตาแบบนี้ ทรงผมแบบนี้ ฉลองพระองค์แบบนี้ ถ้าวาดออกมาไม่เหมือน ถอดแว่นตา ถอดฉลองพระองค์ ถอดสิ่งต่างๆเหล่านี้ออกไปก็จะไม่รู้เลยว่าเป็นใคร แต่ถึงจะยาก ทุกคนก็ยังอยากเขียนรูปพระเจ้าอยู่หัวอยู่ดี ศิลปินที่เขียนรูปในหลวงได้ดีมากรุ่นเก่าๆก็เช่น อาจารย์จำรัส เกียรติก้อง อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต รุ่นถัดมาก็พี่วราวุธ ชูแสงทอง งานของคนเหล่านี้ให้อิทธิพลการเขียนรูปคนแก่คนรุ่นหลังมากมาย”

บรรยากาศสตูดิโอส่วนตัว

ไม่น่าเชื่อว่า ถึงแม้จะได้รับการยกย่องว่าวาดรูปในหลวงได้สวย แต่ศักดิ์วุฒิบอกว่าตลอดชีวิตการทำงานเขาวาดรูปในหลวงไม่ถึง 20 ชิ้น
“พูดตรงๆว่า รูปพระเจ้าอยู่หัวนั้นยังไงก็ขายได้ แต่ผมไม่ได้เขียนเยอะ เพราะเขียนยาก หนึ่ง ข้อมูลน้อย โดยปกติเวลาเขียนรูป ผมจะถ่ายภาพด้วยตัวเอง แต่ในหลวง เราไม่สามารถถ่ายเองได้ ฉะนั้นต้องเอาจากรูปที่พิมพ์ต่อๆกันมาซึ่งมีทั้งที่ผิดเพี้ยน บิดเบี้ยวผิดรูป การเขียนรูปในหลวงเราไม่ได้เขียนให้ตัวเองดูคนเดียว แต่เขียนให้คนทั้งประเทศดู ฉะนั้นต้องเขียนให้ดีที่สุด การเขียนให้ดีเพื่อสร้างชื่อกับเขียนเพื่อขายมันต่างกัน รูปที่ผมเขียนต้องดีและสร้างชื่อด้วย ไม่ใช่สักแต่ว่าเขียน เขียน เขียน ผมเคยโดนถากถางว่า เมื่อไหร่จะเลิกหากินกับในหลวง เซ็งมาก ทำไมล่ะ ผมชอบวาดรูปในหลวง ทำงานที่ตัวเองชอบยังผิดเลย ถ้าผมคิดถึงเรื่องการค้า ป่านนี้่รูปในหลวงคงเต็มบ้านแล้ว”
สำหรับพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ศิลปินรายนี้เลือกนำมาเขียนรูป จะเน้นที่ภาพเก่าๆย้อนยุค โบร่ำโบราณ
“ผมชอบภาพถ่ายโบราณ ภาษาชาวบ้านคือ ชอบเล่นของเก่าว่างั้นเถอะ รูปในหลวงสมัยโบราณนั้นได้อารมณ์ความศิวิไลซ์ในยุคนั้น บ้านเมืองมันวินเทจ รถราถนนหนทาง การแต่งเนื้อแต่งตัวสวยเหลือเกิน พระเจ้าอยู่หัวก็หล่อ พระราชินีก็สวย ภาพถ่ายเหล่านี้มันกระตุ้นให้เราอยากเขียนรูป ล่าสุดวันเกิดผม 5 กันยาที่ผ่านมา ผมคิดอยู่นานว่าจะให้ของขวัญตัวเองยังไง  เลยวาดรูปพระเจ้าอยู่หัว รูปนี้ผมตั้งใจเก็บไว้ ไม่ขายเด็ดขาด”

 

ภาพเขียนเปื้อนคราบน้ำตาของ”สุรเดช แก้วท่าไม้”

 

ไม่นานมานี้ โลกออนไลน์ได้เผยแพร่พระบรมฉายาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะทรงกำลังประทับอยู่หน้าเปียโนเพื่อพระราชนิพนธ์เพลง โดยมีแมวน้อยยืนเมียงมองไม่ห่าง สีสันลายเส้นอันงดงามวิจิตร ทว่าดุดันทรงพลัง สะกดจิตสะกดใจผู้ชมยิ่งนัก ภาพดังกล่าวเป็นผลงานของ สุรเดช แก้วท่าไม้ ศิลปินรุ่นใหญ่วัย 53
ภาพที่เจ้าตัวสารภาพว่าเขียนขึ้นมาพร้อมคราบน้ำตา
“นอกจากรูปพ่อรูปแม่ ผมชอบเขียนรูปในหลวง เพื่อเป็นบุญบารมี เป็นสิริมงคลให้แก่ตัวเอง ผมได้รับแรงบันดาลใจจากภาพคัทเอาท์โรงหนัง สมัยนั้นเวลาถึงวันเฉลิมทีพระชนมพรรษาจะมีภาพเขียนในหลวงขนาดใหญ่ สวยเด่นจนต้องมองเหลียวหลัง ผมก็หัดวาดมาเรื่อย ใครวาดรูปเก่งก็จะได้ติดบอร์ดโรงเรียน เลยเถิดมาจนกระทั่งตอนโต รับจ้างเขียนหาเงินเรียนหนังสือ หรือเขียนเพื่อเทิดพระเกียรติในวโรกาสสำคัญๆ”
สุรเดช แก้วท่าไม้
สุรเดช เล่าว่า การวาดรูปในหลวงนั้นยากที่สุดในบรรดารูปคนเหมือนทั้งหมด เนื่องจากชาวไทยทั้งประเทศต่างรู้จักพระองค์ท่าน และคุ้นเคยกับภาพในหลวงบนฝาบ้านไม่ต่างจากภาพถ่ายสมาชิกครอบครัว ฉะนั้นหากวาดผิดเพี้ยนนิดเดียวคนจะรู้ได้ทันที
“เขียนรูปคนยากที่สุดแล้ว ถ้าเขียนรูปอื่นแล้วคลาดเคลื่อนไปสักหนึ่งหรือสองนิ้ว คนดูก็ยังไม่รู้สึกว่าผิดเพี้ยน แต่เขียนรูปคนผิดไปแค่เซนต์เดียวก็ไม่เหมือนแล้ว การวาดรูปในหลวงศิลปินจะเกร็งมาก เครียด ไม่เหมือนไม่ได้เลย เพราะคนจะมองว่าคุณฝีมือไม่ถึง เวลาเขียนรูปในหลวง ผมจะยึดตามคำสอนของอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต นั่นคือ เวลาท่านเขียนรูปในหลวง เราไม่มีวันรู้เลยว่าท่านเอามาจากภาพต้นฉบับไหน ท่านจะไม่ยึดภาพใดภาพหนึ่งเป็นหลัก แต่จะหยิบเอาจากหลายๆภาพมาผสมผสานกันเพื่อสร้างชิ้นงานใหม่ขึ้น”
ศิลปินทุกคนเมื่อก้าวสู่คำว่า ‘มืออาชีพ’ ผลงานที่ออกมาล้วนมีสไตล์เฉพาะตัวปรากฎให้เห็นอย่างเด่นชัด เช่นเดียวกับภาพเขียนในหลวงชิ้นล่าสุดของสุรเดช
ผลงานภาพเขียนชิ้นล่าสุดที่สุรเดช แก้วท่าไม้บอกว่า ‘เขียนขึ้นพร้อมคราบน้ำตา’
“ขณะเขียนรูปนี้ผมอยู่ที่หัวหิน ทะเลยามนั้นราบเรียบ ฟ้าครึ้มเหมือนฝนกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศมันซึมๆเหงาๆ ทันทีที่ทราบข่าว น้ำตาผมก็ไหลออกมา” สุรเดชบอกเสียงเศร้า ก่อนอธิบายที่มาของภาพให้ฟังต่อว่า
“ในภาพ พระองค์ท่านทรงเล่นเปียโนแต่งเพลงอยู่ ผมให้ลูกชายซึ่งเรียนด้านดนตรีวิเคราะห์การวางนิ้วของท่าน บวกกับหาข้อมูลเมื่อครั้งท่านเสด็จไปยังเมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่า ท่านแต่งเพลงอะไรไว้บ้าง สรุปแล้วน่าจะเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ชื่อเทวาพาคู่ฝัน โดยมีแมวชื่อติโตนั่งยิ้มมองมาอย่างมีความสุข เพราะเป็นสิ่งมีชีวิตแรกที่ได้ฟังเพลงพระราชนิพนธ์เพลงนี้ของพระองค์ท่าน”
ทั้งหมดนี้คือเรื่องเล่าแห่งความปลาบปลื้มใจของสุรเดช แก้ว ท่าไม้ และศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี ศิลปินผู้ได้ชื่อว่าเขียนรูปในหลวงได้สวยที่สุดคนหนึ่งของไทย.