วันจันทร์ 17 ธันวาคม 2018
  • :
  • :
Latest Update

เช็คบิล”ณัฐวุฒิ” ปชป.เร่งตร.มือคดีล้มอาเซียน-อาวุธสงคราม

 

“ทนายแดง”ออกหน้าพาญาติเหยื่อ 99 ศพ หอบคำพิพากษา “ศาลฎีกา” อ้างเป็นหลักฐานใหม่ บีบอัยการสูงสุดยื่น ป.ป.ช. ไต่สวน “มาร์ค-เทือก” เจตนาฆ่าเล็งเห็นผล ปมสลายชุมนุมงปี’53 “ประชาธิปัตย์” ชักแถวตอกหน้าหงาย จวกบิดเบือน-ปั้นวาทกรรมเท็จสร้างความสับสนให้สังคม ถาม “เต้น” ไอ้คนที่ยุ “เผาเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง” ได้ติดคุกแล้วหรือยัง ตอกอย่าลืมชดเชยค่าเผาศาลากลาง 4 จังหวัด พร้อมตลบหลังจี้เช็คบิลคดีล้มอาเซียน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 กันยายน นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ และ นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความ พร้อมญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมก่ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริการ อัยการสูงสุด เพื่อขอให้แจ้งต่อคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต รองนายกรัฐมนตรี และอดีต ผ.อ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ฐานกระทำความผิดต่อต่ำแหน่งหน้าที่ พร้อมทั้งขอให้อัยการสูงสุดนำคดีไปรวมกับสำนวนความผิดเจตนาฆ่า ที่อดีตอัยการสูงสุดเคยส่งฟ้องไปแล้ว หลังจากมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4288-4289/2560 ซึ่งศาลได้วินิจฉัยข้อกฎหมายเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลว่า อัยการ โจทก์ และญาติโจทก์ร่วม ไม่ได้ฟ้อง นายอภิสิทธิ์ และ นายสุเทพ ในฐานะส่วนตัว แต่บรรยายฟ้องถึงการออกคำสั่งบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงเป็นการดำเนินคดีกับผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง และเป็นอำนาจหน้าที่ ป.ป.ช. ที่จะไต่สวนข้อเท็จจริง

ทนายแดงอ้างคำสั่งฎีกาจี้ฟ้องมาร์ค-เทือก

นายวิญญัติ กล่าวว่า คำพิพากษาของศาลฎีกาดังกล่าว ย่อมมีผลผูกพันกับคดี จึงมายื่นหนังสือเพื่อให้อัยการสูงสุดจึงมายื่นหนังสือให้อัยการสูงสุดพิจารณาส่งความเห็นการสั่งคดีเจตนาฆ่าเล็งเห็นผลที่ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุด เคยสั่งฟ้องมาเเล้ว เพื่อให้ป.ป.ช.ทำการไต่สวนข้อเท็จจริงและข้อกล่าวหา ส่วนประเด็นเรื่องพยานหลักฐานใหม่นั้น ฝ่ายเรามีคำพิพากษาของศาลฎีกา พร้อมคำสั่งไต่สวนการตายที่มีมากขึ้นกว่าเดิม พร้อมยื่นประกอบกันเป็นพยานหลักฐานใหม่ตามที่มีนักกฎหมายบางคนเรียกร้อง

อ้างเป็นหลักฐานใหม่-ต้องไต่สวน

นอกจากนี้ ยังขอเรียกร้องให้ ป.ป.ช. เปิดเผยสำนวนการไต่สวนที่เคยไม่ชี้มูลความผิด นายอภิสิทธิ์ และ นายสุเทพ ไปเเล้ว เนื่องจากไม่ใช่เรื่องความลับอะไร ควรจะเปิดเผยว่ามีการไต่สวนพยานปากใดไปเเล้วบ้าง เเละได้มีการพิจารณาในส่วนที่เป็นคำสั่งไต่สวนการตายไปหรือไม่ ซึ่งส่วนตัวเเล้วคิดว่า ที่ป.ป.ช.ไม่ชี้มูล ไม่ได้มีการพิจารณาในส่วนนี้เนื่องจากอ้างว่า พิจารณาเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับการปฎิบัติหน้าที่ ดังนั้นแนวทางคำพิพากษาของศาลฎีกาที่เพิ่งมีมา รวมกับสำนวนการไต่สวนการตายที่ ป.ป.ช. ไม่ได้พิจารณาถือเป็นพยานหลักฐานใหม่ในคดี

ป.ป.ช.แจงกำลังเช็คเรื่องใหม่หรือเก่า

ขณะที่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า ต้องดูพยานหลักฐานที่มีการร้องเข้ามาว่า เป็นพยานหลักฐานใหม่หรือไม่ หากเป็นพยานหลักฐานใหม่ จึงสามารถนำคดีมาพิจารณาใหม่ได้ แต่ถ้าเป็นหลักฐานชุดเดิมก็ไม่สามารถทำได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด ส่วนคำร้องที่ นปช. ยื่นเข้ามาก่อนหน้านี้ ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนของการตรวจสอบว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่หรือไม่

เมื่อถามว่า หลักฐานใหม่รวมไปถึงหลักฐานที่ ป.ป.ช. ชุดก่อนไม่นำมาประกอบการพิจารณาได้หรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า เรื่องนี้คงจะต้องดูในรายละเอียดของพยานหลักฐาน

ปชป.โวยเสื้อแดงจะยัดผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

วันที่กัน นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นกรณี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกาศจะรื้อฟื้นคดีสลายการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงเมื่อปี 2553 ว่า ถือเป็นการเรียกร้องที่ไร้หลักการความถูกต้อง  ไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม เป็นการใช้วาทกรรมเพื่อให้สังคมสับสนและเกิดความเข้าใจผิด  ทั้งที่คดีนี้ได้ยุติไปแล้วทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพราะคดีนี้ศาลฎีกามีคำพิพากษายุติแล้วว่าเป็นอำนาจของ ป.ป.ช. และชัดเจนว่า ไม่มีขั้นตอนไหนที่ นายอภิสิทธิ์ และ นายสุเทพ กระทำความผิด ดังนั้นการจะมาดำเนินคดีกับบุคคลที่เคยถูกสอบสวนไปแล้ว จึงถือว่าขัดต่อหลักกฎหมาย กล่าวคือเมื่อมีการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีอาญาผู้นั้นโดนดำเนินคดีซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่ได้

จวกบิดเบือนข้อมูล-ปั้นวาทกรรมเท็จ

“ขณะนี้มีการปลุกระดมมวลชน ปลุกระดมความคิดเพื่อนำไปสู่ความความขัดแย้ง ด้วยการบิดเบือนข้อมูล สร้างวาทกรรมที่เป็นเท็จ คนที่อยู่ในเหตุการณ์ และอธิบายได้ดีที่สุดในเหตุการณ์นี้คือ คนที่อยู่ในรัฐบาลนี้ เพราะได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ทราบดีว่าบ้านเมืองได้เกิดอะไรขึ้น กลับกันรัฐบาลชุดนี้ต่างหากที่ควรเรียกร้องเพื่อให้ความเป็นธรรมให้กับนายทหารที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ เพราะคนที่ทำให้บ้านเมืองเสียหายยังกลับมีหน้ามาตะโกนเรียกหาความเป็นธรรม หากปล่อยไว้จากที่เป็นโจทก์ก็จะกลายเป็นจำเลย”

ถามกลับไอ้คนที่ยุให้เผาเข้าคุกไปหรือยัง

นายราเมศ  กล่าวอีกว่า ความชั่วร้ายในบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น เกิดจากใคร นายณัฐวุฒิ และพวกทราบดี และรู้ว่าใครเป็นคนสร้างปัญหาให้กับบ้านเมือง การล้มการประชุมอาเซียน ที่พัทยา เมื่อปี 2552  การเผาบ้านเผาเมือง คนเผาติดคุก คนบุกล้มการประชุมติดคุก ทั้งๆ ที่มีแกนนำประกาศว่า “เผาไปเลย ผมรับผิดชอบเอง” กลับไม่รับผิดชอบอะไรเลย และยังลอยนวลอยู่

“ในสามก๊กขุนพลแบบนี้ถือว่าไม่มีสัจจะ ไม่มีคุณธรรม ทอดทิ้งลูกน้อง เอาตัวรอด คนแบบนี้คบไม่ได้ อย่าว่าแต่เป็นขุนพลเลยเป็นคนดูแลม้ายังไม่ได้เลย”นายราเมศ กล่าว

ตลบหลังบี้ตร.เร่งเอาผิดคดีล้มอาเซียน

นายราเมศ กล่าวด้วยว่า  ส่วนคดีที่ได้มีคนไปแจ้งความในข้อหายุยง ส่งเสริม ให้มีการบุกล้มการประชุมอาเซียน  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติต้องชี้แจงให้ชัดว่าคดีถึงไหน ในชั้นตำรวจหรือชั้นอัยการ เพราะดูจากข้อเท็จจริง ดูวิดีโอไปหลายรอบ คดีนี้ไม่น่าจะเป็นการสนับสนุน หรือ ยุยงส่งเสริม แต่น่าจะเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ เป็นตัวการร่วมอย่างชัดเจน

ตอกอย่าลืมชายชุดดำ-ทวงเงินเผาศาลากลาง

นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้ ป.ป.ช. ทำหน้าที่อย่างตรงไป ตรงมา อย่าหวั่นไหวกับแรงกดดัน เพราะศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาชัดเจนแล้วว่าการชุมนุมเมื่อปี 2553 เป็นการชุมนุมผิดกฎหมาย มีการใช้อาวุธ และมีกองกำลังติดอาวุธต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ พร้อมกันนี้ในคำพิพากษายังระบุชัดว่า นายอภิสิทธิ์ และ นายสุเทพ ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

แต่เมื่อแกนนำ นปช. ยังออกมาเคลื่อนไหว ปลุกระดม กดดันรัฐบาล  ป.ป.ช. และ อัยการสูงสุด เช่นนี้ ตนจึงขอเรียกร้อง ไปยังกลุ่ม นปช. 4 ประการ คือ

1.ขอให้กลุ่ม นปช. นำอาวุธสงครามที่ยึดจากกองทัพบก เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 นำส่งคืนให้ทางราชการด่วน ได้แก่ 1. ปืนทราโว่จำนวน 25 กระบอก 2.ปืนเอ็ม 16 จำนวน4กระบอก  3. ปืนลูกซองจำนวน 39 กระบอก  พร้อมกระสุนปืนจำนวนนับพันนัด

2.ให้เปิดเผยข้อเท็จจริงเรื่องชายชุดดำที่ใช้อาวุธสงครามมายิงทหาร  ตำรวจ  และประชาชน

3.ให้เร่งช่วยเหลือคนเสื้อแดงที่เผาศาลากลางแล้วศาลตัดสินจำคุก

4.ให้ชดเชยค่าก่อสร้างอาคารศาลากลางจังหวัดใหม่ 4 แห่งที่ถูกคนเสื้อแดงเผา เพราะการปลุกระดมของแกนนำกลุ่ม นปช. และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย

ขอบคุณข้อมุลข่าวจาก แนวหน้า