วันอาทิตย์ 20 กันยายน 2020
  • :
  • :
Latest Update

ย้อนรอย: เปิดโปงนักวิชาการสมุนอเมริกัน โดย ชัยอนันต์ สมุทวณิช

 

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2557 ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช เขียนบทความลงในนสพ. ASTV-ผู้จัดการ หรือเขียนภายหลังจากคณะคสช.ยึดอำนาจได้เดือนเศษๆ มาถึงวันนี้ American Hacktivists เข้าไปเจาะข้อมูลจาก Open Society Foundations ของนายจอร์จ โซรอส พ่อมดทางการเงินนำมาเปิดเผยว่ามี NGO ในไทยรับเงินจากมูลนิธิฯนี้มาดำเนินงานในเมืองไทยรวมทั้งทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย เมื่อเร็วๆนี้ กลุ่มฮิวแมน ไร้ท์ วอท์ชไม่ได้ทำเรื่องสิทธิมนุษยชนเป้าหมายแรก แต่เป็นกระบอกเสียงและตัวชี้นำนโยบายต่างประเทศสหรัฐ เพื่อย้ำเตือนข้อเขียนของ ดร.ชัยอนันต์ เรานำมาลงให้ผู้อ่านได้อ่านอีกครั้ง (หมายเหตุ บรรณาธิการ-ข้อเขียนนี้ก่อนที่จะมีการถอดยศ พ.ต.ท.ออกจากบ่าของทักษิณ) ดังนี้….

หลังจากที่ผมเขียนเรื่อง “จัดอันดับอเมริกา” ไปแล้วก็มีผู้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมมาอีกมากว่า อเมริกายังติดอันดับความชั่วร้ายอีกหลายอย่างเช่น การมียาเสพติดแหล่งใหญ่ที่สุด คนอเมริกันแม้กระทั่งดาราดังๆ ก็เสพยากันงอมแงม อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องเซ็กซ์ที่แพร่หลายมาก ทั้งหนังโป๊ หนังสือโป๊ และที่อเมริกาว่าคนอื่นค้าแรงงานเด็ก อเมริกาเองก็ได้ชื่อว่าค้าแรงงานเด็กเหมือนกัน แต่ไม่ได้เป็นการค้าแรงงานธรรมดา หากเอาเด็กมาบำเรอทางเพศ ที่อเมริกามีสถิติสูงมากที่คนเอาเด็กอายุ 10 กว่าขวบมาถ่ายหนังโป๊ และโฆษณาค้ากาม

ผู้ใหญ่ที่ผมเคารพและนับถือผู้หนึ่งได้กรุณาส่งบทความมาให้อ่าน เป็นการเปิดโปงการที่อเมริกาให้การสนับสนุนขบวนการให้ร้ายเมืองไทย และทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ องค์กรตัวร้ายที่สุดก็คือ National Endowment for Democracy (NED) องค์กรนี้เป็นแม่ข่ายสนับสนุน NGO ในประเทศไทยหลายองค์กร รวมทั้งประชาไท และมูลนิธิ Enlawthai ด้วย นอกจากนั้นก็ยังมี Community Education Media และ Human Rights Lawyers Association องค์กรเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ต่อต้านการรัฐประหาร และเรียกร้องให้มีการคืนประชาธิปไตยโดยเร็ว

ไม่ค่อยมีคนรู้ว่า ประชาไท นั้นได้รับเงินสนับสนุนจาก NED ปีละหลายล้านบาท สมาชิกประชาไทต้องจ่ายเงินบำรุงองค์การโดยไม่รู้ว่าองค์การนี้ ที่แท้ก็มีเงินช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกาจำนวนมหาศาล แม้กระนั้นการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความช่วยเหลือจากต่างประเทศนี้ ก็เปิดเผยแต่เพียงบางส่วนเท่านั้น เว็บไซต์ของ NED ระบุว่า ประชาไท เป็นผู้รับเงินรายหนึ่งของ NED

ที่เชียงใหม่ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ของผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เช่น “รักเชียงใหม่ 51” ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็มีนักวิชาการชื่อย่อ ป.ล.ทำการศึกษาพวกเสื้อแดง มีการจัดสัมมนาโดยชี้ให้เห็นว่าพวกเสื้อแดงสนับสนุนประชาธิปไตย และแสดงความชื่นชมคนกลุ่มนี้ นักวิชาการผู้นี้อ้างว่าเธอเป็นเจ้าของร้านหนังสือที่ USAID ให้ความช่วยเหลือ และยังได้รับเงินจากมูลนิธิ Open Society Foundation ของมหาเศรษฐี George Soros อีกด้วย ที่จริงแล้วร้านหนังสือนี้ก็คือองค์การบังหน้าการเคลื่อนไหวสนับสนุนทักษิณนั่นเอง

นักวิชาการผู้นี้เรียกร้องให้รัฐบาลต่างชาติกดดันคณะทหารให้มีการคืนอำนาจโดยเร็ว นักวิชาการผู้นี้ยังปกป้องรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ อีกด้วย โดยเธอทำตัวเป็นนักสิทธิมนุษยชน และนักประชาธิปไตย

ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ฝ่ายทักษิณก็อาศัยนักวิชาการอีกกลุ่มหนึ่งเป็นหัวหอก โดยมีองค์กรที่อ้างตัวว่าเป็นกลาง และต้องการปกป้องประชาธิปไตย และสนใจที่จะให้มีการแก้ไขกฎหมายอาญาเกี่ยวกับการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ นักวิชาการกลุ่มนี้มีการติดต่อกับทนายของ พ.ต.ท.ทักษิณคือ นาย Robert Amsterdam โดยตรง ทั้งนี้นาย Amsterdam เป็นคนคอยบงการว่ากลุ่มควรเดินเกมอย่างไร กลุ่มนี้แท้ที่จริงแล้วก็คือการ Rebrand ระบอบทักษิณนั่นเอง นี่เป็นตัวอย่างของการใช้นักวิชาการให้เป็นประโยชน์

แม้ว่าคนไทยจำนวนมากจะรู้ว่านักวิชาการกลุ่มนี้รับใช้ทักษิณ แต่น้อยคนนักจะคาดคิดว่า นักวิชาการเหล่านี้ต่างก็มี “ผลประโยชน์ทับซ้อน” นักวิชาการ ส.ส.ได้ถูกจับกุมภายหลังการรัฐประหารหลังจากที่กลับจากอเมริกา โดยเธอยอมรับว่าได้ทุนจากสถานทูตอเมริกันเดินทางไปดูงาน นักวิชาการผู้นี้ยังเป็นผู้จัดทำรายงานส่ง 2013 Freedom House เกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย เวลามีการเสนอรายงานก็มีนาย Robert Amsterdam นั่งอยู่แถวหน้ากับนักล็อบบี้อีกคนหนึ่งคือ นาย Kenneth Edelman นอกจากนั้นเธอยังเป็นทนายแก้ต่างให้ผู้อำนวยการประชาไทอีกด้วย ในขณะที่นักวิชาการผู้นี้ และกลุ่มที่เธอสังกัดอยู่พยายามแสดงตัวว่าเป็นผู้พิทักษ์รักษาประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย แต่องค์การนี้ก็ไม่มีความโปร่งใส และมีผลประโยชน์ทับซ้อน แท้จริงแล้วคนพวกนี้ก็คือนักล็อบบี้ในคราบนักวิชาการนั่นเอง

ดังนั้น เราจึงเห็นว่าอเมริกามีหลายองค์กรที่ทำหน้าที่บ่อนทำลายประเทศไทย โดยอาศัย NGO และนักวิชาการหลายกลุ่ม วิธีการหนึ่งก็คือให้มีการจัดอันดับโดย Freedom House ว่าประเทศใดมีความเป็นประชาธิปไตยมากน้อยเพียงใด ดังนั้น เวลาอเมริกาจัดอันดับอะไรเราก็ต้องรู้ว่าเบื้องหลังนั้นการกระทำเหล่านี้ก็เป็นการทำลายประเทศเรานั่นเอง