วันจันทร์ 18 ธันวาคม 2017
  • :
  • :
Latest Update

เพราะดวงอาทิตย์ยังมีจุดมืด -เปลว สีเงิน

 

กระดุมเม็ดแรกสำคัญแค่ไหน?

ถ้ากลัดเม็ดแรกผิด

ก็ผิดทั้งแถว

กระดุมเม็ดแรกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นรากฐานให้กระดุมเม็ดที่สอง สาม สี่ ห้า

ถ้ากลัดผิดโดยไม่ตั้งใจ วิธีการแก้ปัญหาง่ายๆ คือ แกะออกแล้วกลัดใหม่

แต่หากตั้งใจกลัดให้ผิด แล้วปล่อยให้ผิดไปทั้งแถว เพราะมีจุดมุ่งหมายอื่น นอกจากสะท้อนถึงความดันทุรังแล้ว

วิธีแก้ไขปัญหา ก็ไม่มี!

ถ้าไม่เริ่มกลับไปทำให้ถูกต้องเสียตั้งแต่แรก ไม่มีทางแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุได้

วันนี้…คนใหญ่คนโตบางคน กลัดกระดุมเม็ดแรกผิดแล้วยังดันทุรังกลัดเม็ดต่อๆ ไป และหวังว่าจะซุกปัญหาเอาไว้ได้

เรื่องอาวุธสงครามที่บางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ตำรวจบอกว่า นายวัฒนาหรือนายศิวะ ทรัพย์วิเชียร มามอบตัว เมื่อเย็นวันที่ ๑ ธันวาคม

เสร็จแล้วทหารคุมตัวไปมณฑลทหารบกที่ ๑๑ เป็นการใช้อำนาจตาม ม.๔๔

ระบุฐานความผิดมีอาวุธสงครามในครอบครอง

จากการซักถามและตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พบว่า นายวัฒนา มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายแดงฮาร์ดคอร์

เคยต้องคดีมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครองมาแล้ว

เมื่อตรวจสอบก็พบว่าเป็นเรื่องจริง

ย้อนกลับไปวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๗ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ขณะนั้นเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ขณะนั้นรักษาการแทนตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๑ เคยร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายวัฒนา หรือนายศิวะ ทรัพย์วิเชียร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี

ข้อหามีอาวุธปืน เครื่องกระสุน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในการสงครามที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย

แล้วคดีนายวัฒนามีที่มาอย่างไร

เป็นการขยายผลจากจับกุมนายสมเจตน์ คงวัฒนะ หรือสน เครือข่ายวังน้อย ผู้ที่ทำการแจกจ่ายอาวุธ เช่น เอ็ม ๗๙ ระเบิดอาร์จีดี ๕ ให้บุคคลต่างๆ เพื่อสร้างความวุ่นวายแก่ประชาชนในช่วงที่มีการชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)

จากการสอบสวนนายวัฒนาให้การสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

คดีเมื่อปี ๒๕๕๗ เป็นการจับลอตใหญ่ ผู้ต้องหา ๑๑ คน จับได้ ๗ คน คือ พล.ท.มนัส เปาริก, นายสมเจตน์ คงวัฒนะ, นายจิราวัฒน์ อรชุนกะ, นายภคภูมิ โกศินานนท์, นายอภิชาติ หรืออัคคี พวงเพ็ชร, นายพีรพงษ์ หรือธานินทร์ สินธุสนธิชาติ และนายวัฒนา หรือศิวะ ทรัพย์วิเชียร

ส่วนอีก ๔ คนหลบหนี มี นายจักรภพ เพ็ญแข, นายจักรินทร์ เรืองศักดิ์วิชิต, นายกฤษณะ ทัพไทย และนายชัยวัฒน์ ผลโพธิ์

ตามข่าวระบุว่า ศาลทหารตัดสินจำคุกนายวัฒนา ๒ ปี

และเมื่อพ้นโทษออกมาก็ย้ายภูมิลำเนาจากพระนครศรีอยุธยาเข้ามาอยู่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา

ที่เป็นประเด็นให้ต้องวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมาก็เพราะ มีรายงานข่าวว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบคดีนายวัฒนา

เพราะคดีนี้คือคดีร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในการสงครามที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง

ประเด็นที่ตรวจสอบคือ

ศาลสั่งให้ติดคุกกี่ปี

ติดจริงกี่ปี

ทำไมถึงออกมาเร็ว

ถ้าเรื่องนี้ไม่ถูกนำมาเป็นเงื่อนไขการปลดล็อกพรรคการเมือง ตามประสงค์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็คงไม่มีใครตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติบางอย่าง

ไม่มีใครมานั่งตั้งคำถามว่าจัดฉากหรือไม่ เพราะสภาพแวดล้อม….มันได้

ใช่ครับ “บิ๊กป้อม” อยู่ใน คสช. แล้วทำไมต้องตรวจสอบ

เพราะ…หากติดกระดุมเม็ดแรกผิด เกิดความผิดพลาดขึ้นมามันจะลุกลามไปทั้ง คสช.

ก็ดูปรากฏการณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นวันสองวันนี้ซิครับ

เริ่มจะเข้มข้น….

การเมืองวันนี้เขาบี้กันทุกเม็ดจริงๆ

“บิ๊กป้อม” สวมนาฬิกาใส่แหวนเพชร ถ่ายรูปหมู่กับคณะรัฐมนตรี

ยกมือบังแดดก็สะท้อนแยงตาท่านผู้ชมซิครับ

นาฬิกายี่ห้อ Richard Mille ต้องดารา Hollywood ถึงจะมีปัญญาซื้อมาใส่

เพราะเรือนตั้ง ๑๐ ล้าน!!!!

มันเป็นประเด็นขึ้นมาเพราะ “บิ๊กป้อม” ไขข้อข้องใจว่า เป็นของเก่า

“ไม่ทราบว่าจะวิจารณ์กันทำไมมากมาย นาฬิกาและแหวนเป็นของเดิมที่เคยใส่เป็นประจำ ผมมีแหวนอยู่ ๓-๔ วงเท่านั้น และได้สวมแหวนวงนี้มาโดยตลอด ซึ่งมีน้ำหนักเพียง ๑ กะรัตเท่านั้น แต่เมื่อวานนี้เป็นเรื่องบังเอิญที่แหวนกระทบกับแสงแดดจนเกิดแสงสะท้อนต่อหน้าสื่อมวลชน ยืนยันไม่ได้ใส่แหวนมาโชว์ในการถ่ายรูปหมู่”

แต่….

คนเขาเลิกสนใจแหวน มาสนใจนาฬิกา

เมื่อไปตรวจสอบรายการ การแสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สินที่ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อครั้งเข้ารับตำเเหน่งรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมเมื่อวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๗ กลับไม่มีนี่ซิ

รายการบัญชีทรัพย์สินหนี้สินที่ “บิ๊กป้อม” แสดงต่อ ป.ป.ช. มีดังนี้

สถานะ “โสด”

มีทรัพย์สินทั้งสิ้น ๘๗,๓๗๓,๗๕๗ บาท

ได้แก่ เงินฝาก ๕๓,๑๙๗,๕๖๒ บาท

เงินลงทุน หลักทรัพย์จดทะเบียน บริษัท หลักทรัพย์ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ๗,๐๗๖,๑๙๕ บาท

ที่ดิน ๓ แปลง ๑๗ ล้านบาท

รายละเอียดที่ดิน ๓ แปลง แบ่งเป็น โฉนดเลขที่ ๕๒๖๐๘ ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เนื้อที่ ๒ ไร่ ๕ ตร.ว.

โฉนดเลขที่ ๑๓๙๘๘ ต.ทรายกองดินใต้ เขตมีนบุรี กทม. เนื้อที่ ๒ งาน ๗๘ ตร.ว.

และโฉนดเลขที่ ๑๔๖๙๖ ต.ทรายกองดินใต้ เขตมีนบุรี กทม. เนื้อที่ ๒ งาน ๘๐ ตร.ว.

บ้าน ๑ หลัง ตั้งอยู่ ๖๐/๑๕๓ ม.๖ หมู่บ้านกฤษดานคร ๒๕ ถ.ประชาร่วมใจ แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา กทม. ตั้งบนโฉนดเลขที่ ๑๓๙๘๘ มูลค่า ๑๐ ล้านบาท

รถยนต์ ๑ คัน ทะเบียน ภน ๙๙๓๙ มูลค่า ๑ แสนบาท

รายได้ต่อปี ๘๗๔,๓๐๘ บาท

แบ่งเป็นเงินเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ ๗๖๒,๕๔๐ บาท

เงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัด บำนาญ ๑๑๑,๗๖๘ บาท

ไม่มีหนี้สิน

และไม่มี นาฬิกายี่ห้อ Richard Mille อยู่ในรายการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน

ที่ร่ายมาทั้งหมด เห็นอะไรซ่อนอยู่มั้ยครับ?

ไม่ใช่บัญชีทรัพย์สิน ไม่ใช่นาฬิกา Richard Mille ไม่ใช่แหวนเพชร

แต่เป็นศรัทธาในตัว “บิ๊กป้อม”

เพื่อความเป็นธรรมต่อ “บิ๊กป้อม” นาฬิกาที่ว่านี้อาจซื้อมาหลังแสดงบัญชีทรัพย์สินก็ได้

หากอยู่ในข่ายต้องแสดง ก็ต้องทำในรอบต่อไป คือเมื่อพ้นตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

อันที่จริง Richard Mille เซินเจิ้น ก็มี ราคาแค่ไม่กี่พันบาท

แต่..คนใส่คงไม่ใช่ “บิ๊กป้อม” แน่นอน

การที่ “บิ๊กป้อม” ถูกจับตามอง ในประเด็นความโปร่งใส ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มีมาตลอด และเจ้าตัวไม่อาจพลิกฟื้นความเชื่อมั่นได้แม้ครั้งเดียว

กลับกัน ยังถูกจับผิดอยู่เรื่อยๆ

นี่ยังไม่นับทัศนคติต่อเรื่องต่างๆ ที่ออกมาเป็นคำพูด “บิ๊กป้อม” ก็มีปัญหาไม่แพ้กัน

และปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นคือ….

“บิ๊กป้อม” ยังคงเป็นบุคคลระดับตัดสินใจในรัฐบาล คสช.

ฉะนั้นไม่ว่าเรื่องอะไร ประเด็นไหน ที่มี “บิ๊กป้อม” เข้าไปเกี่ยวข้อง ล้วนถูกจับตามองทั้งสิ้น

ในมุมหนึ่งก็ถือเป็นเรื่องดี ที่มีการตรวจสอบจากประชาชน

แต่อีกมุม…..มันฉุดศรัทธาจากประชาชน.

ผักกาดหอม