วันอังคาร 16 กรกฎาคม 2019
  • :
  • :
Latest Update

เมื่อ คำว่าระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ค่อยรื่นหูสำหรับ Liberal

เรื่องการเมืองไทยแบบขำๆนะคะ ..!!

ดิฉันว่างเว้นหน้าจอไปสามสี่วัน เพราะต้องทำอะไรอื่นสารพัด
งานหลวง งานราษฎร์ งานกอล์ฟตามประสาคนของสมาคมหญิงสูงวัย
แต่…อ่านและติดตามข่าวสารอันเป็นกิจวัตรเช่นเคย…รอจังหวะว่าจะฟ้อนคีย์บอร์ดเมื่อไหร่เท่านั้น..

ข่าวที่เป็นปาหี่ปนน่าสงสาร คือข่าวนักการเมืองและนักเคลื่อนไหวที่มีกิจกรรมทางเพศร่วมกัน…
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ดิฉันจะพูดถึง เพราะจริงๆแล้วมันคือเรื่องส่วนตัวของเขาจริงๆ คนอื่นก็ไม่ควรไปทับถมหรือด่าทอฝ่ายหญิง
(อันนี้ขอเลยนะคะ……)

แต่สิ่งที่น่าสังเกตมากกว่า คือ ดิฉันมองเห็นเป็นกลไกของ”การเมือง” เฉพาะบุคคลที่มีจุดมุ่งหมายในชีวิตโดยเกาะเกี่ยวไปกับระบบที่เอื้ออำนวย…
กล่าวคือ……กลุ่มนักเคลื่อนไหวหรือกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าเป็นนักเคลื่อนไหวนั้น เขามีท่อน้ำเลี้ยงถาวรคือ Human Rights Watch (HRW)
ที่ดิฉันเคยเขียนเล่าแล้วว่า ผู้สนับสนุนรายใหญ่คือ นาย จอร์จ โซรอส ที่สามารถเอาองค์กรนี้ผูกไว้กับ ยูเอ็น
องค์กรนี้ แสดงจุดยืนชัดเจนในเรื่องของการต่อต้านการย่ำยีสิทธิมนุษยชน จะมากน้อยแล้วแต่ว่า อะไรที่เขาได้ผลประโยชน์
ตัวอย่างเช่น ไม่มีใครสนใจโรฮิงญา หรือ แตะเบาๆเรื่องของขบวนคาราวานที่จ่อจะเข้าอเมริกา…
แต่…จะมาสนใจกับประเทศไทยเป็นพิเศษ อ้างว่าเพราะไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง (แต่ไม่ไปเสนอหน้าแถวบรูไน หรือ ซาอุ)

การเข้าแทรกแซงจัดระบบ”การเคลื่อนไหว” นั้น เริ่มตั้งแต่สนับสนุนองค์กรนิสิต นักศึกษา ทางด้านการเมือง เป็นการสร้างปมคุณค่าให้กับคนบางกลุ่มที่ได้ตั้งค่านิยมให้กับตัวเองว่า “ประเทศต้องเป็นประชาธิปไตย” “ประชาชนทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน”
จากนั้น องค์กรนี้ก็ได้มาเป็นพี่เลี้ยง คอบจับตาและให้ความเอื้อเฟื้อ
บรรดากลุ่มคนเหล่านั้น ใครเสียงดัง มีบทบาททางเคลื่อนไหวมาก
ก็จะเป็นที่รู้จัก…และ เริ่ม”มีค่า” ในหมู่ตัวคีย์แมนขององค์กร
นี่คือ ความพยายามอย่างสุดติ่งของคนที่เรียกตัวว่านักเคลื่อนไหว
ที่อยากจะขึ้นมาเป็นแถวหน้า บางคนก็ขยันออกข่าวว่า ถูกคนจากฝ่ายรัฐบาลทำร้ายและโชว์บาดแผลตรงนั้นตรงนี้…
อย่างแม่ของเหยื่อบางคนที่เสียชีวิตไป รับเงินก้อนโตไปแล้ว ก็ยังพยายามขุดศพมาหากินไม่จบไม่สิ้น ซ้ำผันตัวเองมาเป็น “นักเคลื่อนไหว” กับเขาด้วย

ตัวที่สามารถเรียกความสนใจจากสื่อได้ มีบทบาทที่ขยับตัวแล้วผู้คนสนใจ นักข่าวเอาขึ้นหน้าหนึ่ง…เขาถือว่าประสบความสำเร็จเป็น”ดารา” ที่องค์กรต้องช่วยกันประคับประคอง
และดูแลต่อไปในอนาคต…
ตัวอย่าง เช่น อั้ม เนโกะ และ ตั้ง อาชีวะ ที่ในชีวิตอาจไม่เคยรู้เรื่องประวัติศาสตร์ ไม่รู้เรื่องสงครามร้อน สงครามเย็น……ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่า ไทยเรามีการเปลี่ยนแปลงการปกครองตั้งแต่เมื่อไหร่
แต่บทบาทของเขาที่ได้รับการติดดาว คือ การจงใจโค่นล้มสถาบัน
เท่านั้นก็พอเพียงต่อการที่รับไปเลี้ยงดูทั้งครอบครัว…

คำว่า”ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” นั้น
ไม่ค่อยรื่นหูสำหรับกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า Liberal (จอร์จ โซรอสก็คือสปอนเซอร์ใหญ่เช่นกัน) เพราะเขาถือว่า
การมีชนชั้น ศักดินานั้นคือของแสลงในการบริหารประเทศ
จะทำอะไรก็มักจะต้องสะดุดด้วยข้อกฏหมายหลายๆอย่าง
เรียกว่า เคี้ยวไม่สะดวก…ว่างั้นเถอะ…!!

ทีนี้มาถึงเรื่องของบทบาทนักเคลื่อนไหวสาว ว่า เรื่องฉาวที่เป็นภาพออกมาปรากฏสู่สายตาประชาชนได้ไง?

จากที่เล่ามาข้างต้น ดิฉันจึงพอสรุปได้ว่า……มันเป็น “การแสดงที่จงใจให้หลุด” เพราะ เทียบกับผลได้ผลเสียแล้ว เธอได้กำไรเกินคุ้ม
เพราะได้ก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าของกลุ่มนักเคลื่อนไหวทันที
สื่อให้ความสนใจ…และ เป็นการโยนความเสียหายให้กับรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากเลือกตั้ง ว่า…ละเมิดสิทธิ กลั่นแกล้ง และ เข้าข่าย criminal (เพราะการลับลอบอัดเทป)
ทุกอย่างนี้…สำเร็จเสร็จสิ้นภายในวันเดียว คือ วันเดียวดัง….

จากนั้นเธอก็เดินสายเคลื่อนไหวต่อไปในรูปแบบของการยกระดับขึ้น มีสื่อให้ความสนใจ มีฝรั่งคอยมาเฝ้าสังเกตการณ์
กลายเป็นตัว “ดารา” ของ HRW Thailand ขึ้นมาทันที
จากฉากภาพหวิวราคาถูกๆนั่น…
และถึงแม้ต่อไปข้างหน้าในระยะใกล้…พรรคการเมืองที่สังกัดจะเทเธอทิ้ง หรือ ไม่มีตำแหน่งให้ก็ไม่เป็นไร อนาคตของเธอในอุ้งมือของ HRW ยังสว่างไสว ทั้งเธอและลูกชายคงได้ไปมีสถานะเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองในประเทศใดประเทศหนึ่ง มีทุนให้เรียนจนถึงปริญญาเอก
เห็นไหมคะ….กำไรไม่รู้กี่ต่อ

เรื่องคลิปหลุด…ดิฉันไม่แน่ใจว่า ฝ่ายชายรู้เรื่อง และให้ความร่วมมือด้วย หรือ ถูกหลอกใช้ให้มาเป็นตัวประกอบแบบเอาสยิวเข้าล่อหรือเปล่า…
แต่ที่แน่ๆ…คือ…หลังจากที่ออกมาให้ข่าว ทำท่าว่าจะฟ้องโรงแรม
จากนั้นเขาก็หายเงียบไป ไม่รู้ว่าไปปฏิบัติธรรมที่ไหน…?

ส่วนเรื่องการเลื่อนเลือกตั้งนั้น ทุกคนได้รับคำอธิบายแล้วด้วยเหตุผลของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก แต่ก็ต้องแกล้งทำไขสือ เป็นการตีวัวกระทบคราด ในเชิง”หมิ่น” โดยอ้างประชาธิปไตยคือการเลือกตั้งมาเป็นเกราะกำบัง…
เหตุผลจริงๆ คือ เบี้ยเลี้ยงหัวคะแนนที่ต้องจ่าย มันต้องยืดระยะเวลาออกไปนานเป็นเดือน…ชิ…หายเข้าไปอีก…

ขำๆกันพอแล้วสำหรับเรื่องการเมืองไทย….คราวหน้าจะมาคุยเรื่อง นาย จอร์จ โซรอส นะคะ…

 

Wiwanda W. Vichit