วันพุธ 23 กันยายน 2020
  • :
  • :
Latest Update

เลือดใหม่! ลิเกมาดฮีโร่ มาพร้อมคอสตูมสุดอินเทรนด์

คุณ Modzaap Jaa ได้โพสต์ “ชอบสไตล์ยอดมนุษย์มาก เบิ้ม เบี้ยว บอย แห่ง ทหารพระเจ้าเสือ #นีโน่ #แน็คกี้ #บอล 2 เทพบุตรสุดที่รัก” ซึ่งเป็นภาพการแสดงลิเกแบบร่วมสมัย ที่แม้เนื้อเรื่องจะยึดตามต้นตำรับเดิมเกี่ยวกับศึกชิงนาง แต่การแต่งกายกลับอินเทรนด์สุดๆ เพราะบรรดาพระเอกพระรองนั้นแต่งกายชุดลิเกที่ออกแบบมาแนวซุเปอร์ฮีโร่ยกมาทั้งค่ายมาร์เวล และ ดีซี ในภาพจะเห็นว่ามีการแต่งกายที่สวมชุด “ธอร์ เทพเจ้าสายฟ้าแห่งแอสการ์ด” “แบทแมน ฮีโร่มหาเศรษฐีแห่งเมืองก็อตแธม” และ “สไปเดอร์แมน ฮีโร่แมงมุมกลายพันธุ์หลานป้าเมย์” เรียกว่าทำให้ดูแปลกตาไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ล่าสุด นายธเนศพิพัฒ สุทธิหิรัญ หรือแน็คกี้ พระเอกและผู้นำทีมลิเกสองเทพบุตรสุดที่รักซึ่งเร็วๆนี้จะมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง “สีดา”  ได้เผยว่า ก่อนหน้านี้ครอบครัวเป็นคณะลิเกตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นตาแล้ว ตนเองก็แสดงลิเกตั้งแต่ 7 ขวบ ซึ่งก็เป็นเหมือนเด็กทั่วๆไปที่ชอบดูภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ จนวันหนึ่งได้ก้าวเข้ามาทำหน้าที่ผู้นำทีมลิเกสองเทพบุตรสุดที่รักร่วมกับพี่ชาย ประกอบกับได้รับการปลูกฝังและฝึกสอนจาก “เอกชัย ศรีวิชัย” คุณพ่อบุญธรรม ให้รักในศิลปะการแสดงของไทย อีกทั้ง ตนยังเป็นคนที่ชอบคิด ชอบทำอะไรใหม่ๆเลยเกิดความคิดว่าอยากจะนำชุดซุปเปอร์ฮีโร่มาทำเป็นชุดลิเกเพื่อดึงดูดเด็กให้หันมาสนใจและเรียนรู้ว่าชาติไทยเราก็มีศิลปะการแสดงที่เรียกว่าลิเก โดยที่นำลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของชุดซุปเปอร์ฮีโร่แต่ละตัว มาออกแบบตามลักษณะของชุดลิเก

“ตอนแรกๆที่ใส่ชุดแรกคือชุดสไปเดอร์แมนขึ้นแสดงเมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้ว คนดูก็ตื่นเต้น ตกใจแต่ก็ชื่นชอบมาก ก็พยายามตัดชุดฮีโร่ตัวอื่นอย่างธอร์ แบตแมน รวมไปถึงโดเรมอนมาให้ได้ชมกันพร้อมนำมาร่วมโชว์ในเนื้อเรื่องตามความเหมาะสม โดยเอกลักษณ์ของคณะเราคือการแสดงที่มีการแทรกความตลกเหมือนดูโชว์เพิ่มเติม ให้ความสดใสเข้าถึงง่าย ซึ่งหลังๆก็เริ่มมีน้องๆหนูๆตัวเล็กมาดูเราแสดงกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” แน็คกี้ กล่าว

ส่วนที่มีกระแสจากชาวเน็ตบางรายที่มองว่าการนำซุปเปอร์ฮีโร่มาทำชุดเป็นเรื่องที่ทำลายความเป็นลิเกนั้น ส่วนตัวมองว่าลิเกเราก็ต้องปรับตัวตามยุคสมัย ที่ยุคหนึ่งต้องร้องเพลงลูกทุ่ง บางยุคก็ต้องเป็นร็อก ซึ่งสำหรับเราแค่นำลักษณะของฮีโร่มาเป็นตัวดึงดูดให้น้องๆรู้สึกว่าใกล้ตัว เข้าถึงง่าย หันมาสนใจและเรียนรู้ว่า นี่คือศิลปะการแสดงอีกหนึ่งแขนงของประเทศไทยเรา แค่เพียงรู้จักและเรียนรู้ และถ้าถึงขนาดชื่นชอบจนช่วยกันสืบทอดต่อไปก็เป็นเรื่องที่ดี “นึกถึงเวลาที่เราไปที่ไหนแล้วได้ยินเสียงระนาดก็รับรู้ว่าเป็นเครื่องดนตรีไทยอยู่ในสายเลือดของทุกคน ผมก็อยากให้เห็นเด็กๆรุ่นใหม่ๆรับรู้ว่านี่ก็คือลิเกของไทยเช่นกัน วันนี้ถ้าผมท้อกับคำตำหนิ ใครจะไปรู้ว่า ลิเก ที่เราพยายามสืบสานอาจจะตายไปพร้อมกับเราก็ได้”.