วันพฤหัส 22 สิงหาคม 2019
  • :
  • :
Latest Update

เวเนซุเอลาประกาศตัดความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ

เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมานิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเซุเอลา ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐอเมริกา พร้อมขับทูตสหรัฐฯ ออกนอกประเทศภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศรับรอง นายฆวน ไกโด หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านในฐานะประธานาธิบดีคนใหม่ของเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว โดยองค์การนานารัฐอเมริกัน รวมถึงรัฐบาลบราซิล ก็ประกาศสนับสนุนนายไกโดเรียบร้อยแล้ว

 

ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า จะไม่มีการขับทูตสหรัฐฯ ออกจากเวเนซุเอลาแต่อย่างใด เนื่องจากรัฐบาลของนายมาดูโรหมดความชอบธรรมและไม่ได้รับการรับรองในฐานะรัฐบาลของเวเนซุเอลาอีกต่อไป จากผลงานการบริหารประเทศและวิกฤตการณ์เรื้อรังในมิติต่างๆ ส่งผลให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ขึ้นหลายระลอก พลเมืองเวเนซุเอลาจำนวนมากต่างอพยพออกนอกประเทศเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่

 

นายมาดูโรเข้าร่วมพิธีสาบานเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาคมโลก พร้อมเผยว่า ผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่นายมาดูโรเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งอาจไม่โปร่งใส โดยการชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (23 ม.ค.) เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในโอกาสครบรอบ 61 ปีชัยชนะในการโค่นล้มระบอบเผด็จการทหารของประธานาธิบดีมาร์กอส เปเรซ ฆิเมเนส ประธานาธิบดีคนที่ 35 ของเวเนซุเอลา

สหรัฐฯเมิน”มาดูโร”ตัดความสัมพันธ์ หนุน”กุยอาโด”นั่งรักษาการผู้นำเวเนฯเต็มที่

ด้านนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า สหรัฐจะไม่ยอมให้เจ้าหน้าทูตสหรัฐเดินทางออกจากเวเนซุเอลา ตามคำขู่ของผู้นำที่ไร้ความชอบธรรม พร้อมระบุด้วยว่าห้ามเวเนซุเอลา กระทำการใดๆกับเจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐอย่างเด็ดขาด

“เราเรียกร้องให้กองทัพฯ และกองกำลังรักษาดินแดนของเวเนซุเอลา ดำเนินการอย่างเหมาะสมในการปกป้องประชาชนชาวเวเนฯ รวมถึงพลเมืองต่างชาติของทุกประเทศที่อยู่ในเวเนฯ อีกทั้งสหรัฐพร้อมจะดำเนินการอย่างสมเพื่อจัดการกับทุกคนที่อาจเป็นภัยของต่อความมั่นคงของบุคลากรในสถานทูต”

พร้อมกันนี้นายปอมเปโอยังระบุว่า “สหรัฐจะสนับสนุนนายกุยอาโดอย่างเต็มที่ ให้ทำหน้าที่รักษาการประธานาธิบดีให้ได้ และนายกุยอาโดจะเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องสถานะของเจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐ เพราะนายมาดูโรขาดความชอบธรรมในการเป็นประธานาธิบดีแล้ว”

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐจะใช้กำลังเต็มความสามารถทั้งทางเศรษฐกิจและการทูตเพื่อนำประชาธิปไตยกลับคืนสู่เวเนซุเอลา

ก่อนหน้านี้ หลังจากที่นายฮวน กุยอาโด ออกมาอ้างบทบัญญัติมาตราที่ 233 ของรัฐธรรมนูญ ขึ้นเป็นรักษาการประธานาธิบดีแทนนายมาดูโร ที่ไร้ความสามารถในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ส่งผลให้นายมาดูโร ออกมากล่าวโทษสหรัฐว่าเป็นผู้อยู่เบื้องความวุ่นวายในขณะนี้

กองทัพเวเนซุเอลา แสดงจุดยืนภักดี”มาดูโร” ประณามผู้นำฝ่ายค้านตัวการรัฐประหาร

พลเอกวลาดิมีร์ ปาดริโน โลเปซ รัฐมนตรีกลาโหมเวเนซุเอลา ได้เป็นตัวแทนกองทัพเวเนซุเอลา พร้อมนายทหารระดับสูงในกองทัพ ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนสนับสนุนนายนิโคลัส มาดูโร วัย 56 ปี ในฐานะประธานาธิบดีตัวจริงของเวเนซุเอลา พร้อมทั้งย้ำว่ายังคงภักดีต่อนายมาดูโร ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด และกล่าวประณามนายกวัยโดว่า กำลังพยายามก่อรัฐประหารเนื่องจากนายมาดูโร เป็นผู้นำที่ได้รับการ”เลือกตั้งมาอย่างชอบธรรม”

คำกล่าวของพลเอก ปาดริโน นั้นดูจะตรงข้ามกับสิ่งที่มีผู้โพสต์ลงในโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นถึงเจ้าหน้าที่ทหารเปิดทางให้ผู้ประท้วงที่หนุนนายกวัยโดเดินผ่านไปได้ว่ากันว่า เหตุที่ฝ่ายกองทัพโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับสูงยังคงแสดงความภักดีต่อนายมาดูโรนั้น นายมาดูโรได้”ซื้อใจ”บรรดานายพลของกองทัพด้วยการขึ้นเงินเดือน และให้ตำแหน่งสำคัญๆตอบแทนความภักดีต่อนายทหารเหล่านี้
ทั้งนี้ ความวุ่นวายทางการเมืองในเวเนซุเอลา มีขึ้นหลังจากที่นายฆวน กวัยโด ประธานสมัชชาแห่งชาติได้อ้างบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญในประเด็นเรื่องความไร้ความสามารถของนายมาดูโร แต่งตั้งตนเองเป็นรักษาการประธานาธิบดี
นายมาดูโร ซึ่งได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้นำเวเนฯตั้งแต่ปี 2013 แทนนายฮูโก ชาเวซนั้น ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งเป็นสมัยที่สอง หลังจากที่เขาชนะการเลือกตั้งในพฤษภาคม ท่ามกลางปัญหาสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ผู้คนอดยาก ต้องหนีตายไปประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก
อย่างไรก็ดี หลังจากที่นายกวัยโด ได้ออกมาสถาปนาตนเองเป็นรักษาการประธานาธิบดี หลายประเทศในแทบละตินอเมริกาต่างออกมาขานเสียงสนับสนุนเขาทันที โดยมีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นเช่น เม็กซิโก โบลิเวีย คิวบา และอุรุกวัย เท่านั้นที่ยังคงหนุนนายมาดูโรอยู่