วันพฤหัส 19 เมษายน 2018
  • :
  • :
Latest Update

โป๊ะแตก! สาวมธ.แฉ ก๊วนหลอกล่วงละเมิดทางเพศ รุ่นน้องเอี่ยวขบวนการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยในมธ.

 

โป๊ะแตก! สาวมธ.แฉ ก๊วนหลอกล่วงละเมิดทางเพศ รุ่นน้องเอี่ยวขบวนการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยในมธ.
8 กันยายน 2560 ผู้สื่อข่าวระบุว่า เฟสบุ๊กส่วนตัว เพจ  Suphapitch Meathajiravej  นักเคลื่อนไหว กลุ่ม “เมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง”และเป็นส่วนของเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยในมธ.
ได้ออกมาพูดถึงกรณี คดีความ กล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้น ในมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์เดือนสิงหาคม 2560  ที่ผ่านมา ช่วง โดยทาง   เพจ  Suphapitch Meathajiravej ได้โพสข้อความเมื่อ วันที่ 25 สิงหาคม 2560 ระบุใจความดังนี้

 

เราขอพูดบ้างได้ไหม เรื่องมันไปกันใหญ่แล้ว

จากกรณีที่ผ่านมามีเรื่องการคุกคามทางเพศเกิดขึ้น กรณีน้องนุ่น นิติ (Thararat Panya) ที่ถูกรุ่นพี่ท่านหนึ่งที่สนิทและไว้ใจไปคุกคามทางเพศ ได้มีการอัพสเตตัส และ มีหนังสือราชการเกี่ยวกับบทลงโทษของรุ่นพี่ท่านนั้นออกมา มีการแชร์มากมาย จนเป็นข่าวดังเมื่อเร็วๆ นี้

จริงๆ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นมานานมากซักพักใหญ่ๆ และเราก็รู้เรื่องนี้พอสมควร รู้จากทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายน้องนุ่น และ ไอ้เพื่อนเหี้ยนี่

เรื่องเริ่มแดงขึ้นหลังจากที่หนังสือราชการออกมา ซึ่งเป็นบทลงโทษของเพื่อนชายคนนั้นของเรา

แต่แล้วเรารู้สึกว่าเรื่องนี้เราโดนด่าหนักมาก จริงๆ อาจจะไม่ก็ได้ 555 แต่ก็พอจะรู้เอฟเฟคว่ามันมีเรื่องที่คนด่าเราเยอะ เพราะมายัดบทบาทเราว่าเราเป็น “นักกิจกรรม”

ที่เราไม่ทำอะไรเลย ไม่ใช่เพราะเราเข้าข้างไอ้เพื่อนเหี้ยนี่นะ แต่เพราะไม่อยากทำ และ “ลำบากใจจะทำ” คำคำนี้เคยพูดไปแล้วในวันที่ พี่โรม (Rangsiman Rome) เรียกพวกเรา ที่เรียกว่า “กลุ่มนักกิจกรรมธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย” ไปคุยกันในวันที่เราทราบเรื่องได้ 1 วัน เพื่อมา
หาข้อตกลงเกี่ยวการจัดการต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ในวันนั้น คนมาร่วมประชุมกันค่อนข้างเยอะ และเราก็จำได้หมดว่ามีใครบ้าง ซึ่งจริงๆ ก็รู้สึกแปลกใจที่มีคนมานั่งงงๆ ในห้องกันเยอะมาก บางคนก็ไม่รู้เรื่อง หรือ ไม่ทราบเหตุการณ์ว่าเป็นมาอย่างไร แต่ที่มากันเยอะเพราะพี่โรมเล็งเห็นว่า ทุกคนใน LLTD ควรจะได้รับรู้ปัญหาแบบนี้ เพราะไม่ใช่เรื่องส่วนตัว หรือ เรื่องคนสองคน แต่ควรจะมาแก้ปัญหาร่วมกัน

สรุปว่าในวันนั้นก็หาข้อสรุปได้ว่าจะมีการดำเนินการตามกระบวนการผ่านทางคณะนิติศาสตร์ และ มหาวิทยาลัย ให้มีการจัดการเรื่องที่เกิดขึ้น ในขณะที่เราก็เสนอให้ทำแบบนั้น และ ออกตัวไปว่า “ถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกได้เลย” ทั้งแนะนำด้วยว่าเรื่องนี้น้องนุ่นควรจะมี Voice แทน เพราะถ้าน้องทำด้วยตัวเอง น้องจะเหนื่อยมาก และเป็นการตอกย้ำน้องเกินไป และเราก็เชื่อว่ามีคนที่พร้อมเป็น Voice ให้น้องได้ที่ไม่ใช่เรา นี่ก็พูดไปในที่ประชุมด้วยว่า มันเหนื่อย และหนักมากนะ เราป่วยเพราะเรื่องนี้ เราไม่อยากทำอีก แต่แนะนำได้ว่าทำอย่างไรบ้าง เลยแนะนำไปว่าใครบ้างที่จะพอช่วยน้องได้ ซึ่งเราก็พูดด้วยว่า “เรื่องนี้เราขอไม่เป็น Voice ให้นะ เพราะเราลำบากใจจะทำจริงๆ” และน้องนุ่นก็มีทีท่าว่าเข้าใจเรา แต่สุดท้ายเราก็ไม่รู้ว่าคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นเอาไปพูดต่อกันยังไง เพราะดูจากสถานการณ์ตอนนี้เราถูกด่าเรื่องนี้หนักมาก

ขออธิบายเลยนะว่าที่ไม่อยากทำเพราะ ลำบากใจจริงๆ เออนี่ก็พูดตรงๆ ไม่รู้ว่าไร้มรรยาทหรืออะไรไหม พูดแบบนี้ในนั้นไปเพราะรู้สึกแบบนี้ หรือรู้สึกยังเหนื่อยกับครั้งที่เคยทำ ที่ต้องไปออกทีวีทุกวัน ที่ 5 วันคนก็ลืมแล้ว สุดท้ายก็จับคนทำไม่ได้ เรายังจิตตกกับเรื่องนี้อยู่ และต้องมุ่งเรียนให้จบเพราะมีโปรเจคจะทำร้านแมวแล้ว ทำให้เราช่วยทำเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ แต่ช่วยให้คำแนะนำได้ โดยที่เราไม่ขอออกตัว

 

สุดท้ายเราถูกด่าว่า “ไร้หลักการ” และ “เลือกปฏิบัติ” เพราะ ก่อนหน้านี้เราเคยเป็น Voice ให้กับผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศมาก่อนไง พอเกิดเหตุการณ์นี้ เราเลยถูกมองว่าเป็นคนที่เลือกปฎิบัติ และ ปกป้องผู้กระทำผิด ทั้งที่ท่าทีของเราก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเราอยากจะช่วย แต่ด้วยความที่เป็นเพื่อนกับทั้งสองฝ่าย และ ชีวิตมันก็ต้องดำเนินต่อไป หรือ ความเข็ดหลาบที่เคยทำเรื่องนี้ มันคือความรู้สึกไม่สบายใจที่เกิดขึ้นต่อการเป็น Voice ให้น้องนุ่น แบบนี้มันก็ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่เข้าใจยากมากนะ คือชีวิตมันไม่ได้จบอยู่แค่การปฏิบัติตามหลักการที่ตัวเองยึดเสมอไปอ่ะ มันมีแง่มุมและมิติมากกว่าที่จะตัดสินใจทำอะไรตามหลักการที่เรายึดไว้ ถ้าเราเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในหลักการแล้วมันสร้างปัญหาให้กับชีวิตเรา เราก็อยากเป็นคนพิจาณาเองว่าเราจะทำหรือไม่ทำ และเราก็เห็นว่ามันมีคนพร้อมที่จะมาทำหน้าที่นี้แทนเรามากมาย และอาจจะดีกว่าเราด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่คิดว่า พอตัดสินใจแบบนี้จะทำให้พวกที่เราคิดว่าจะทำแทนเราได้หรือพอจะเคารพในการตัดสินใจของเราจะมาด่าเรากลับว่าทำไม “อยู่เฉยๆ”

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เราละทิ้งหลักการไป หรือ ไม่ใยดีต่อสถานการณ์ที่น้องนุ่นต้องเจอ หรือ ปกป้องเพื่อนเหี้ยนี่ (อย่างหลังนี้เห็นได้ชัดนี่ว่าเราไม่ได้ปกป้องเขาเลย) เราไม่เคยไปขัดขวางกระบวนการใดๆ หรือ แสดงความไม่เห็นด้วยต่อการดำเนินการของฝ่ายน้องนุ่นเลย อีกทั้งเรายังเห็นด้วยว่าเพื่อนเหี้ยนี่สมควรได้รับบทลงโทษจากเหตุการณ์นี้ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าสุดท้ายแล้วทำไมเราถึงกลายเป็นเป้าในการถูกเอาไปพูดถึงว่าเราเข้าข้างเพื่อนเหี้ยนี่ หรือ เลือกปฏิบัติ เพียงเพราะไอ้เหี้ยนี่เป็นเพื่อน

สุดท้ายอยากบอกว่าเราไม่ได้ทิ้งหลักการ สิ่งที่เราตัดสินใจคือการประณีประนอมระหว่างหลักการ กับ การใช้ชีวิตจริงๆ และเราก็คิดว่าสิ่งที่เราตัดสินใจมันถูกต้องและไม่ได้ทำร้ายจิตใจของทั้งสองฝ่าย ถึงแม้ว่าสิ่งที่ตัดสินใจไปมันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ คือโดนฝ่ายน้องนุ่นเอาไปพูดถึงในเชิงลบก็ตาม

สเตตัสนี้น่าจะจบในตัวเอง หลังจากนี้จะไม่พูดเรื่องนี้อีก สำหรับคนที่ไม่ชอบเรา ไม่พอใจการระทำของเรา อันเฟรนเราไปเลยค่ะ เอาที่สบายใจกันเลย เราเฉยๆ เรารู้สึกเหนื่อย และเบื่อที่จะต้องแสดงท่าทีเหมือนไม่รู้เห็นอะไรแล้ว ที่นิ่งเฉยมานานไม่ใช่ว่าไม่รู้ไม่เห็น แต่รู้สึกว่าตัวเองเป็นกลางและตัดสินใจทำสิ่งที่คิดว่าควรทำตั้งแต่แรกแล้ว และเราก็ไม่ได้เป็นใจกลางของปัญหา นอกจากนี้เราก็ได้จัดการในสิ่งที่เราต้องจัดการต่อปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายขนาดนี้

เอาเข้าจริงๆ เรางงมากๆ ว่าเรานี้ไม่ควรมาเกลือกกลั้วด้วยเลยหรอ 555 วันนี้มีรุ่นน้องไปเจอมิตรสหายของฝ่ายน้องนุ่นมา แล้วทำทีท่ารังเกียจเรามากๆ ตกใจมากๆ ต้องปั่นกันขนาดไหนคะ 55555555 ก็ตามนั้นนะคะ เกลียดกันก็ไม่ต้องยุ่งกัน จบ เอาเวลาไปทำมาหากินดีกว่า ภาระเยอมากพออยู่แล้ว แงแง จบเนาะ

 

 

 

 

 

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย LLTD ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง การคุกคามทางเพศและวัฒนธรรมการข่มขืนในสังคม ซึ่ง สอดคล้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่า

จากกระแสเรื่องราวการคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นตั้งแต่เปิดภาคการศึกษาที่ 1 ปี 2560 กรณีที่นักศึกษาหญิงถูกคุกคามทางเพศจากคนใกล้ตัว และกรณีภัยคุกคามจากคนแปลกหน้าในมหาวิทยาลัย ทำให้ประชาคมชาวธรรมศาสตร์มีความวิตกกังวลต่อความปลอดภัยบริเวณรอบมหาวิทยาลัย ความวิตกกังวลต่อภัยการคุกคามทางเพศที่อยู่ใกล้ตัวนี้ ได้ทำลายการดำเนินชีวิตที่ปกติสุขของประชาคมชาวธรรมศาสตร์
.
ที่ผ่านมาทางกลุ่มมิได้นิ่งเฉยต่อเหตุการณ์การคุกคามทางเพศในทุกๆกรณี ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานเหนือเนื้อตัวร่างกาย และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทางกลุ่มจึงขอประณามการคุกคามและล่วงละเมิดในทุกๆกรณีที่เกิดขึ้น ยังรวมไปถึงการเล่นมุขตลก เสียดสี หยอกล้อในลักษณะที่เป็นการผลิตซ้ำการคุกคามทางเพศและตอกย้ำวัฒนธรรมการข่อขืน คุกคามทางเพศให้กลายเป็นเรื่องปกติและยังคงดำรงอยู่ในสังคมซึ่งเป็นการลดทอนศักดิ์ความเป็นมนุษย์และเห็นผู้ถูกกระทำเป็นวัตถุทางเพศเท่านั้น
.
ทางกลุ่มธรรมศาสตร์เสรีขอแสดงความนับถือในความกล้าหาญของผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อสิทธิขั้นพื้นฐานและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมถึงไม่นิ่งเฉยต่อการถูกล่วงละเมิดทางเพศ เป็นแบบอย่างให้บุคคลอื่นที่ประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้มีความกล้าที่จะยืนยัดต่อสู้ปกป้องสิทธิของตนเอง และตระหนักต่อภัยการคุกคามทางเพศมากขึ้นคำนึงว่าภัยคุกคามทางเพศนี้เป็นเรื่องใกล้ตัว ไม่ให้วัฒนธรรมการข่มขืนแพร่ขยายไปในสังคม
.
นอกจากนี้ขอนับถือทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ไม่นิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานและลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ลงอย่างมาก โดยการจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว และได้ทำการลงโทษต่อผู้กระทำความผิดด้วยบทลงโทษขั้นสูงสุดเท่าที่ทางมหาวิทยาลัยสามารถลงโทษต่อตัวผู้กระทำความผิดแล้ว
.
ด้วยความเคารพ
กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย

 

 

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2560 เหยื่อลล่วงละเมิดทางเพศ ได้โพสใบคำสั่งลงโทษทางวินัยของนักศึกษากรณีล่วงละเมิดทางเพศ ดยโพสระบุว่า

คำสั่งลงโทษทางวินัยของนักศึกษากรณีล่วงละเมิดทางเพศ
######################
เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เราถูกรุ่นพี่คณะคนหนึ่งล่วงละเมิดทางเพศ เขาเป็นพี่ที่เราไว้ใจและสนิทในระดับหนึ่ง
ในวันเกิดเหตุ เราและเขากับเพื่อนอีกหลายๆคนไปดื่มกัน เกิดอาการมึนเมา ทำให้เราต้องไปนอนที่หอเพื่อน
ในวันนั้นมีคนนอนกันหลายคน เราและ เขา นอนอยู่ข้างๆกัน จากนั้นเขาเริ่มเอามือมาสะกิด เอามือเราไปจับอวัยวะเพศเขา เราเขยิบหนี เขาเขยิบตาม เขาเอาขามาทับตัวเราไม่ให้ขยับ
เราเอามือปัดออก เขาไม่หยุด เขาสอดมือเข้ามาบีบหน้าอก และเอานิ้วอีกมือสอดเข้ามาในอวัยวะเพศของเรา
เราทั้งผลัก ทั้งถีบ ขัดขืนสุดกำลังเท่าที่สามารถจะทำได้ แต่เขาก็ไม่หยุด เขาพยายามอยู่หลายๆครั้ง โชคดีที่มีจังหวะที่เราถีบเขาออกไปได้ เราลุกออกจากเตียง ร้องไห้ ทำอะไรไม่ถูก
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นโดยที่เพื่อนที่เหลือในห้องยังนอนหลับ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้นบ้าง และเราก็ไม่ได้ตะโกน หรือโวยวายออกไป เพราะตอนนั้นไม่รู้จะทำยังไง ช็อค ทำอะไรไม่ถูก ทำได้แค่ผลักและถีบ เพื่อให้ตัวเองหลุดออกจากสภาวะนั้น
แม้ว่าภายหลัง เขาจะบอกว่าเมา ไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะอาการเมาไม่ใช่ข้ออ้างที่จะใช้ทำเรื่องแย่ๆกับคนอื่น
เรามั่นใจว่าเราไม่ได้เป็นเคสแรกที่เกิดการล่วงละเมิดทางเพศขึ้นระหว่างนักศึกษาด้วยกันเอง
แต่น่าเสียดายที่ผู้เสียหายหลายคนเลือกที่จะไม่พูด ไม่เอาเรื่อง และปล่อยให้เรื่องเงียบไป เพียงเพราะว่าอาย และไม่อยากพูดถึงมันอีก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราไม่จำเป็นต้องรู้สึกอาย คนที่ทำผิดต่างหากต้องเป็นคนที่รู้สึกอาย ไม่ใช่เรา
การที่เราโพสเรื่องราวนี้ ไม่ได้ต้องการจะประจานคนที่กระทำผิด แต่เราต้องการ empower คนที่เป็นเหยื่อในเหตุการณ์การล่วงละเมิดทางเพศ ให้กล้าออกมาพูด
การออกมาพูดมีราคาที่ต้องจ่าย แน่นอนว่าเราต้องแบกรับความรู้สึกแย่ๆทั้งหมด ต้องพูดเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำๆให้ใครหลายๆคนฟัง มีทั้งคนที่เข้าใจ ไม่เข้าใจ และมีคนที่ตัดสินเราในทางแย่ๆ
แต่เราต้องอยู่กับมันให้ได้ ต้องเข้มแข็งและกล้าที่จะพูด อย่าลืมว่าเรามีสิทธิเต็มที่ คนที่เสียหายมีสิทธิที่จะดำเนินการเอาผิดกับคนที่กระทำความผิด
ถึงแม้อาจจะมีคนไม่สนับสนุน มีคนไม่เห็นด้วย แต่อย่าลืมว่ามันเป็นสิทธิของคุณ ถ้าคุณตัดสินใจอะไรไป คนอื่นที่ไม่เห็นด้วยอาจจะแค่ผิดหวัง แต่ตัวคุณเท่านั้นที่ต้องแบกรับผลของการตัดสินใจนั้น
เราคิดว่าเราตัดสินใจถูกที่เลือกจะส่งเรื่องให้คณะจัดการสอบสวนเพื่อลงโทษทางวินัยกับคนที่ทำผิด เพราะถ้าวันนั้นเราเลือกที่จะเงียบ วันนี้เราคงต้องนั่งเสียใจที่เราไม่ลุกขึ้นมาทำอะไรซักอย่าง
ถ้าเราไม่พูดและปล่อยให้เรื่องเงียบ ยิ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดเป็นวัฒนธรรมการข่มขืนขึ้นในอนาคต
ไม่ต้องกลัวนะ มีหลายๆคนที่พร้อมจะยืนอยู่ข้างๆคุณเสมอ