วันอังคาร 23 มกราคม 2018
  • :
  • :
Latest Update

โละแผนเก่า10หน่วยงานก.เกษตร ‘วิวัฒน์’จัดหนักบริหาร3ลุ่มน้ำ

“รมช.วิวัฒน์”ประเดิมเดินสายมอบนโยบาย เตรียมรื้อใหญ่แผนงานร่วม 10 หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแล ขีดเส้น1เดือน ลุยใช้มาตรฐานเดียวทำงานเชิงรุก วางกรอบเร่งบริหารจัดการ 3 ลุ่มน้ำ หวังคืนพื้นที่ป่าต้นน้ำหวนคืน

14 ธ.ค. 60 นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรฯ กล่าวยภายหลังการตรวจเยี่ยมและเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายแก่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแล ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้นโยบาย “นโยบาย 3 ต.” เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ในส่วนแผนการดำเนินงานของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่มีอยู่เดิม ล้วนเป็นแผนงานที่ดีที่ตอบสนองการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร และสนองแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งจะได้เข้ามาดำเนินการสานต่องานที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรต่อไป อาทิ การจัดสรรที่ดินทำกินแก่เกษตรกร การพัฒนาศักยภาพของเกษตรกร และการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ ส.ป.ก. เป็นต้น

รมช.เกษตรฯ  กล่าวว่า ในการดำเนินงานเชิงรุกจะสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องแม่นยำ จะต้องมีพื้นฐานข้อมูลที่เป็นมาตรฐาน และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทุกหน่วยงานสามารถนำไปบูรณาการใช้ร่วมกันได้โดยสะดวกรวดเร็ว มีความเข้าใจตรงกัน  ซึ่งจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ โดยหลังจากนี้จะเชิญ 10 หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแล รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมบูรณาการแผนปฏิบัติงานดังกล่าว ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

“เรากำหนดเป้าหมายของพื้นที่ กลุ่มบุคคล ปรับปรุงแผนที่ที่มีความทับซ้อนให้มีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้การดำเนินงานไม่มีความซ้ำซ้อน ด้านงบประมาณ และแผนการดำเนินงาน ถือเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเดินหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรต่อไป” รมช.เกษตรฯ  กล่าว

นอกจากนี้กระทรวงเกษตรฯเตรียมเดินหน้ามาตรการบริหารจัดการพื้นที่ 3 ลุ่มน้ำ ได้แก่

1. พื้นที่ลุ่มน้ำป่าสักฯ ครอบคลุม 7 จังหวัด พื้นที่ 10 ล้านไร่ ซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับป่าต้นน้ำ และการกักเก็บน้ำในอ่างฯ ขณะนี้ กรมชลประทาน และกรมพัฒนาที่ดิน ได้เริ่มดำเนินการลงสำรวจพื้นที่ในเบื้องต้นแล้ว

2. พื้นที่ลุ่มน้ำห้วยโสมง จะเข้าไปบริหารจัดการพื้นที่ต้นน้ำ เพื่อให้มีปริมาณน้ำต้นทุนเก็บลงอ่างฯ มากขึ้น รวมทั้งบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ส่งน้ำ 100,000 ไร่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

3. การแก้ไขปัญหาเกษตรกรรุกล้ำพื้นที่ป่าเพื่อทำการเกษตร ซึ่งจากการรายงานพบว่า จ.น่าน มีเกษตรกรรุกล้ำพื้นที่ป่าแล้วจำนวนกว่า 1 ล้านไร่ โดยกระทรวงเกษตรฯ จะเข้าไปช่วยเกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าว โดยการจัดระบบใหม่ และคืนพื้นที่ป่าต้นน้ำขณะเดียวกันยังได้มีการเตรียมแผนงาน การเตรียมมาตรการรับมือภัยแล้ง ที่กำลังจะมาถึงด้วย