วันพุธ 11 ธันวาคม 2019
  • :
  • :
Latest Update

แดงร้าว! ไพรวัลย์ วิจารณ์ ปวิน เป็นพวกแพร่เชื้อความเกลียดชัง

กลายเป็นประเด็นเดือดทันที เมื่อ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ซึ่งถือเป็นพระคนดังในโลกโซเชียล และใช้ช่องทางออนไลน์ ในการเผยแพร่คำสอนและข้อคิดเตือนใจตามหลักพุทธศาสนา เพื่อให้คนรุ่นใหม่ที่ห่างวัด ได้รับคำสอนผ่านช่องทางดังกล่าวอยู่เสมอ

โดยล่าสุด เฟสบุ๊ค พระมหาไพรวัลย์ ได้โพสต์ข้อความเดือด หลังจากถูกเขียนด้วยถ้อยคำรุนแรงถึงในโลกออนไลน์ จาก อ. ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ม.เกียวโต อดีตแกนนำคนเสื้อแดง และนักดคลื่อนไหวฝ่ายซ้าย ซึ่งมักแสดงความคิดเห็นในเรื่องการเมืองอยู่เสมอ

ไพรวัลย์ วรรณบุตร หรือ ที่รู้จักชื่อในนามพระมหาไพรวัลย์  หนึ่งใน พระนักเคลื่อนไหวทางสังคม ที่ เคยปรากฏในกิจกรรมของฝ่าย กลุ่มคนเสื้อแดง หรือกลุ่ม ที่ ผู้ชุมนุมสนับสนุนคณะราษฎรมาโดยตลอด และมักใช้เฟสบุ๊ค ในการวิพากการเมือง สังคมหรือแม้แต่อธิบาย ความงงงวยทางพฤติกรรมของพระศาสนาพุทธ เช่น พระกินบุปเฟ่ไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ควรซีเรียส กับการฉันของดิบ เป็นต้น

 


ล่าสุดพระมหาไพรวัลย์  ได้โพส ตำหนิ หลัง จากที่โดนทาง อ. ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ม.เกียวโต หลังโพสตำหนิ เกี่ยวกับพฤติกรรมของพระที่เล่นเฟสบุ๊คไม่หลุดออกจากทางโลกโดย พระมหาไพรวัลย์ได้ระบุในเฟสบุ๊คส่วนตัวระบุว่า
………………………

อาตมาว่า อาตมาจะไม่พูดถึงปวินแล้ว แต่ครั้งนี้เกินทนไปมาก เพราะปวินถ่อยทรามเกินกว่าจะปล่อยข้ามได้ จึงขอเขียนถึงปวินครั้งแรกและขอให้เป็นครั้งสุดท้าย

อาตมาเคยเห็นใจคนอย่างปวินนะ อันนี้พูดจากหัวใจ เห็นใจที่เขาถูกรัฐรังแกอย่างไม่เป็นธรรม และเห็นว่า การที่เขาแสดงความเห็นแม้จะด่าทอโกรธแค้นในการต่อต้านรัฐ ก็เป็นเรื่องที่ควรรับฟัง เพราะอย่างน้อยเขาก็กระทำในฐานะของคนที่พยายามต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง

แต่ตอนหลังมาปวินเหมือนคนเสียสติที่กัดเหวี่ยงคนอื่นไปทั่ว เกลียดคนอื่นที่พูดเรื่องเสียงไม่มีคุณภาพ แต่ตัวเองกับใช้วาทกรรมเดียวกันด่าคนอื่นเสียเอง มีปัญหากับการที่คนอื่นบ่นเหนื่อยผ่านเฟซบุ๊ก แต่ตัวเองบ่นเหนื่อยอย่างเดียวกัน ไม่รู้กี่สิบครั้ง

ตอนที่อาตมาโพสต์ข้อความธรรมะเป็นสาระ ปวินก็แขวะ ว่าเป็นพวกโพสต์ข้อความสวยสวยบ้าง เอาอะไรมาสอนชาวบ้านบ้าง ไปคิดเองว่าคนอื่นกำลังสอนเขาบ้าง

พออาตมาโพสต์เรื่อง 10 years challenge แม้จะประกอบการเขียนข้อความธรรมะพูดถึงความไม่เที่ยงของรูปร่างสังขารซึ่งเปลี่ยนไป ปวินก็มองไม่เห็นนะ แต่หาเรื่องที่จะแขวะว่า ไม่ใช้เฟซบุ๊กเป็นสื่อธรรมะ ถ้าอาตมาเป็นฆราวาส อาตมาคงจะถามคนอย่างปวินตรงตรงว่า (มึงต้องการอะไรจากกู ก็ตอนกูโพสต์ธรรมะ มึงก็ด่า ไม่โพสต์ธรรมะมึงก็ด่า ตกลงความผิดมันอยู่ที่ใคร)

ถ้าคนอย่างปวินมองคนกลุ่มอื่นว่า เป็นพวกแพร่เชื้อความเกลียดชังในสังคม อาตมาก็คงมองแบบเดียวกันว่า ในฝั่งประชาธิปไตยนี่เอง คนที่แพร่เชื้อโรคแห่งความเกลียดชังไม่แพ้กัน ก็คือคนอย่างปวิน

อาตมาเคยเขียนไปหลายครั้งแล้วว่า เฟซบุ๊กเป็นพื้นที่ของคนคนนั้น อาตมาไม่เคยมีปัญหา ที่คนอย่างปวินหรือใครก็ตามซึ่งเคยพูดทำนองว่า ฉันจะโพสต์เรื่องอื่นอื่น ที่ไม่ใช่วิชาการก็ได้ เพราะฉันไม่ใช่นักวิชาการตลอดเวลา

อาตมาไม่มีปัญหาเลย ที่คนแบบปวินหรือคนอื่นอื่นจะเหวี่ยงวีน จะถ่ายรูปโชว์ตูด โชว์กางเกงใน กอดจูบอะไรกับใคร หรือเขียนข้อความจิกกัดกัดทอต่างต่างนานาบนพื้นที่เฟซบุ๊กของตนเอง เพราะอาตมาถือเป็นสิทธิ์ และเฟซบุ๊ก ก็ควรมีไว้เพื่อสิ่งเหล่านี้

เราจะใช้มันเพื่อสื่อสารเรื่องราวของเรา ความรู้สึกนึกคิดของเรา อารมณ์ในช่วงนั้นนั้นของเรา ความรัก ความสุข ความเศร้า หรืออะไรก็ตามที่เราอยากจะถ่ายทอดมัน

ทำไมเราไม่มองแบบนี้ ทำไมเราต้องไปคาดหวังให้ใครต้องโพสต์หรือเขียนอะไรในแบบที่เราต้องการ

อาตมาไม่อยากเห็นคนอย่างปวินถูกพิษของความโกรธเกลียดครอบงำหัวใจแบบนี้นะ แม้ปวินจะบอกว่าตัวเองไม่ใช่คนมีศาสนาก็ตาม แต่อาตมาจะพูดในฐานะของเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง

ปล. ที่ปวินบอกว่า พ่อมึงตาย คือพ่ออาตมายังไม่ตายนะ และปวินก็ควรมาแช่งพ่ออาตมาด้วย

————————–

พูดแบบปวิน คือพูดแบบคนย้อนแย้งและอคติมากมากนะ คืออาตมาไม่เคยมีปัญหาเลยนะ ที่ปวินเองก็โหนกระแสและวิจารณ์ในทุกเรื่องที่เป็นประเด็นของสังคม เพราะอาตมาถือว่า เวลามีประเด็นปัญหาอะไร เราต้องช่วยกันพูด ช่วยเสนอแนวทางแก้ไข โดยเฉพาะประเด็นสาธารณะเป็นเรื่องของทุกคน

ไม่เคยมีปัญหาที่คนแบบเขาจะวิจารณ์อะไรในทุกทุก 10 นาที ด่าคนนั้นในสเตตัสหนึ่ง แล้วอีกสเตตัสหนึ่งกระโดดไปด่าคนนี้ โพสต์รูปตัวเองวันละไม่รู้กี่รูป (แต่มากกว่าอาตมาแน่นอน)

ปวินไม่เห็นสิ่งที่ตัวเองกำลังด่าคนอื่น ซึ่งตัวเองก็เป็นและทำ นี่มันน่าสงสารมาก ไม่นับเรื่องการกล่าวหาคนอื่นว่าหลงระเริงทางโลก ทำตัวเป็นเซเลปอะไรอีก น่าเสียดายมากมาก ที่คนซึ่งมีอิทธิพลทางความคิดของคนกลุ่มหนึ่งจะทำตัวเป็นเด็กไร้วุฒิภาวะแบบนี้

ด่าพ่ออาตมาตาย เขียนแซะอาตมาไม่รู้กี่ครั้ง แต่พออาตมาถือโอกาสเขียนอธิบายโต้ตอบปกป้องตัวเอง กลับมานั่งสอนอาตมาเรื่องไม่ปล่อยวาง บลาบลา จะหาใครย้อนแย้งเท่านี้ได้อีก

 

—-