วันอาทิตย์ 22 กรกฎาคม 2018
  • :
  • :
Latest Update

จับประเด็น ๗ ปมอดีตนายกฯหนีคดีรับผิดชอบจำนำข้าว

 
จากกรณีศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ออกหมายจับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และมีรายงานข่าวที่อ้างว่าพบข้อมูลเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ได้เดินทางหนีออกไปอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์พบกับนายทักษิณ ชินวัตร พี่ชายที่รอรับ ขณะพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวน.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีออกนอกประเทศ ตั้งแต่คืนวันที่ 23 ส.ค.ว่าอาจเป็นไปได้ว่าหนีไปแล้ว ต่อมานายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่นางสาวยิ่งลักษณ์ หลบหนีไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษานั้น

ล่าสุดวันนี้(26ส.ค.)นายไพศาล พืชมงคลได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวอีกครั้ง โดยมีการตั้งข้อสังเกตุถึงการหนีของนางสาวยิ่งลักษณ์ไว้เป็นข้อๆ พร้อมทั้งวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์นับจากนี้ของพรรคเพื่อไทยในยามไร้เงาอดีตนายกฯหญิงว่าจะก้าวย่างไปอย่างไร ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดระบุไว้ดังนี้

“ข้อสังเกตจากการหนีของยิ่งลักษณ์

1 การลงทุนลงแรงสร้างภาพว่าเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยพังทลายทั้งหมด ถึงคราวคับขันก็หนีเอาตัวรอดแต่คนเดียว พรรคพวกติดคุกเรียบ

2 การเถียงคอเป็นเอ็นและชวนบริวารให้เชื่อว่าโครงการจำนำข้าวไม่ผิด มีประโยชน์ ถูกศาลชี้ว่าผิด โกง ติดคุกหนักกันทุกคน

3 ที่ให้คำมั่นสัญญากับสื่อทั้งในและต่างประเทศว่าจะไม่หนีนั้น ในที่สุดก็หนี สื่อและชาวโลกย่อมรับรู้ว่ามีสัจจะเชื่อถือได้ไหม

4 ที่สร้างภาพลักษณ์ว่าจะเป็นอองซาน ซูจี เมืองไทย จะต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยวแม้ติดคุกก็ยอมนั้น ได้รับการพิสูจน์ในครั้งนี้แล้วว่าเทียบกันได้หรือไม่ ใครเป็นวัวใครเป็นอึ่งอ่าง

5 แม้หนีไปแล้วยังให้ทนายความไปแถลงต่อศาลว่าป่วยมาศาลไม่ได้ คนทั้งหลายย่อมคิดว่าขนาดหนีไปแล้วทำไมต้องโกหกศาล โกหกแฟนคลับที่มาให้กำลังใจ

แต้มนี้พลาดเอามากๆ

6 after shock ยังมีอีก เพราะการหนีย่อมมีคนเกี่ยวข้อง ใครช่วยเหลือในการหลบหนีซ่อนเร้น มีความผิดทางอาญา โทษจำคุก ที่เที่ยวออกคลิปอะไรต่อมิอะไรระวังจะเป็นหลักฐานนะครับ

7 การหนีของยิ่งลักษณ์จะกระทบงานของเพื่อไทยไม่เบาแน่

เหล่านี้ย่อมประมวลประเมินได้ว่าการหนีคือการแพ้ยับ แต่ไม่หนีก็คงไม่ได้ เพราะคนระดับยิ่งลักษณ์ก็เช่นเดียวกับคุณทักษิณ ที่ไม่มีวันยอมติดคุกหรอก

เหล่านี้ย่อมเป็นบทเรียนแก่ผู้มีอำนาจทั้งปวงที่มักลืมตัวเคลิ้มหลงไปกับคำยอคำลวงและการเอาใจตามใจของพวกเจ้าเล่ห์ ไม่เชื่อเพื่อนและคำเตือนของบัณฑิต วันหนึ่งเมื่อพ้นจากอำนาจก็อาจมีชะตากรรมเช่นนี้

พระพุทธองค์จึงทรงสอนว่าการมีผู้เตือนคือลาภอันประเสริฐ”