วันอังคาร 22 กันยายน 2020
  • :
  • :
Latest Update

ไม่มีพื้นที่ให้คนเลว – ปราชญ์ สามสี

 

ไม่มีพื้นที่ให้คนเลว – ปราชญ์ สามสี ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑

กราบสวัสดี ผู้อ่านนะครับ

หลังจากที่ไม่ได้เขียน บทความอะไรมาตลอดช่วงระยะเวลาหนึ่งวันนี้ข้าพเจ้าก็กลับมาแล้วล่ะครับ

มีหลายคนถามหาว่า หายไปใหนมา? ก็คงบอกว่า จริงๆไม่ได้ไปไหนหรอกครับ แต่ช่วงนี้ ความเคลื่อนไหวเรื่อง”การเมืองการปกครอง”ไมไ่ด้มีอะไร”พิเศษ” เท่าไหร่นัก แม้ว่าจะมีความพยายาม “สร้างกระแส” กันมาตั้งแต่สองเดือนแรกของปี ๒๕๖๑
แต่สุดท้ายก็ “แพ้ภัยตัวเอง”กันไปทั้งหมด เช่น

– ข่าวอดีตแกนนำแดงคนนึงกำลังดิ้นพลาดๆเรื่องคลิปสั่งเผาเมือง

– นักเขียนลิเบอร่านชังชาติค่าย The matter ออกมาเกรียนวิจารณ์สังคมไทยบูชาสิทธิมนุษยชน แต่กลับโดนแฟนสาวแฉเสียเองว่าละเมิดสิทธิผู้หญิง

– ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ก็ตกม้าตายเรื่อกระเป๋าแบรนต์เนมที่ไปโพสแซะเมียนายกฯเลยโดนคดีหมิ่นประมาทไป

– เครือข่าย “เสื้อแดง นักรับจ้างประท้วง” พยายามโหนกระแส คุกกี้ฟีเวอร์ ตั้งชื่อกลุ่มMBK39ผูกชื่อห้าง โดนห้างออกแถลงการณ์สงวนสิทธิจนหน้าแตก

– ยังไม่เข็ด เครือข่ายคนเสื้อแดง นัดคนหน้าเดิมไปชุมนุมหน้าอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย ต้าน คสช.ในวันที่๑๐กพ.จำนวน”เท่าหยิบมือ” แต่ไม่มีคนสนใจ แล้วต่อมาก็ปล่อยข่าวลือด้วยภาพกิจกรรมวันที่๑๐ว่าเป็นการชุมนุม(ในวันที่๑๑) แต่ถูกปิดข่าว ก็ถูกแฉหน้าแหกรอบสองว่าเอารูปเก่ามา”ย้อมแมว”หลอกประชาชนไปชุมนุม

– ม็อบเยาวชนอยากเลือกตั้งที่ ม.เชียงใหม่ เป็นเด็ก ๖-๗ คนออกมา ชุมนุมสร้างภาพออกมาเป็นพลังเยาวชน แต่ผลคือ โดย จับได้ว่าหลังกล้องมีผู้ใหญ่ อีก ๗ – ๘ คน และ หนึ่งในนั้นดันเป็น นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ ก็เลยทำให้รู้ว่า ก็พวกเดียวกันกับม็อบแดงหน้าห้างดังนั้นเอง

– หนึ่งในกลุ่มเยาวชน เด็กเลี้ยงของเครือข่ายชังชาติ อย่าง”เพนกวิ้น” ก็ออกมาประกาศสงครามแบบเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ ว่า “นี่เป็นสงครามระหว่างยุคใหม่และยุดเก่า” แต่ก็เพราะคำพูดเดียวกันนี่เองทำให้หลายฝ่ายตั้งขอสังเกตว่า คำว่า “สงครามระหว่างยุคเก่ายุคใหม่.นั้นเคยถูกใช้ในสมัย”สงครามเย็น”ในหลายสิบปีก่อน และอาจหมายถึง “ระบบการปกครอง”หรือ”บรรพบุรุษรุ่นก่อน”ก็ได้ ส่งผลทำให้ไม่มีใครกล้าร่วมกับ”เพนกวิ้น” เพราะอาจจะถูก”ปลิว”ก่อนเวลาอันควร

– ล่าสุดก็มี เรื่องนักวาดการ์ตูนชาวญี่ปุ่นที่มักแซะการเมืองไทย( แหล่งข่าวระบุว่า นายคนนี้เป็นหนึ่งในการจุดประเด็นชังชาติไทยและสนิทกับพวกขี้ข้าโซรอสในต่างประเทศ และชอบเล่นประเด็นเสียดสีสถาบันฯอีกด้วย) ล่าสุดก็โดน ทางประชาชนในอินโดนีเซียขู่อาฆาตหลังไปวาดภาพล้อเลียนหมิ่นประมาทผู้นำอินโดนีเซียเข้า ส่งผลกลายเป็นปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับอืนโดนีเซียเลยทีเดียว เห็นว่านักวาดการ์ตูนคนดังกล่าวถึงกับต้องปิดเฟสบุ๊กหนี และ ทางการอินโดนีเซียกำลังไล่ล่าตัวกันอยู่เลยทีเดียวครับ (เห็นไหมครับความชาติใคร ใครก็รัก)

ถ้าสังเกตให้ดี ข่าวที่ข้าพเจ้าพูดถึงทั้งหมด เป็นเรื่องของการใช้สิทธิเสรีภาพจนเกินขอบเขตทั้งนั้น กลายเป็น การทำร้ายตัวเองด้วยปากของตัวเองครับ!!!!

ข้าพเจ้าคิดว่า สมัยนี้ คนไทยสามารถแยกแยะออกครับ ว่าข่าวใดเป็นข่าวจริงที่ต้องจิกกัดติดตาม ข่าวใดเป็นข่าวที่ถูกสร้างขึ้นมา(ดราม่า)เพื่อสร้างความเกลียดชัง ข่าวใดที่น่ายินดี ข่าวใดเป็นข่าวที่ควรไม่สนใจ (คือมันน่าเบื่อครับ มันเดิมๆ และดูเหมือนคนบ้ามากกว่าคนสติดีๆเขาทำกัน)

เวลานี้ ข่าวสารบ้านเมืองในโลกโซเชียลมีเดียค่อนข้างไปในทิศทางที่ควรเป็น คือการปราบปรามการคอร์รัปชั่นอย่างแข็งขัน เช่น ประเด็น นศ.ฝึกงานแฉ! ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งฯ, คดีป้าทุบรถ-ตลาดเถื่อนย่านสวนหลวง และ คดียิงเสือดำ เป็นต้น

ซึ่งทั้งสามข่าวนี้ ทำเอาเราคนไทยรู้จักกับตัวตนของ “ระบบราชการไทย และ การคอร์รัปชั่น”ที่ย่ำแย่มากขึ้นและในเวลาเดียวกัน ก็ปรากฏ ฮีโร่ไทย ขึ้น ถึงสามกลุ่ม ก็คือ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ยอดนักพิทักษ์ป่า, ป้าเจ้าของบ้านที่ยอมอ่านกฏหมายเพื่อสู้กับผู้มิอิทธิพลท้องถิ่น และ นักศึกษาฝึกงานที่กล้าสู้กับอิทธิพลมืดที่โกงเงินผู้ยากไร้ ล่าสุดเห็นว่า รัฐบาลคสช. คุ้มครอง ฮีโร่เหล่านี้แล้วครับ (ขออย่าให้ คนเหล่านี้ถูกทำร้ายเลยครับ)

ข่าวดังๆเกี่ยวกับฮีโร่เวลานี้กินหน้าข่าวเกือบทั้งหมดของสื่อ เพราะประชาชนให้การติดตามเป็นอย่างมากนับเป็นเรื่องที่ดีครับ(สื่อเล่นประเด็นพวกนี้เพราะประชาชนสนใจนี่แหล่ะครับ)
ทำให้ไม่มีพื้นที่สื่อให้ พวก “เหี้ยชังชาติ” ออกสื่อมาป่วนประเทศ ในเวลานี้

พวก “เหี้ยชังชาติ”เวลานี้ก็เลย พาลไปโทษรัฐปิดข่าว และพยายามสร้างมูลค่า ด้วยการแซะ ฮี่โร่เมืองไทย อย่าง ” ตูน บอดี้แสลม”ในประเด็นเงินบริจาค อีกทั้งเหี้ยชังชาติ ยังหยาบคาย ต่อ ราษฎรอาวุโสที่พึ่งเสียชีวิตไป อย่าง”อาจารย์ ระพี สาคริก” และล่าสุดก็เอาประชาธิปไตยโคตรพ่อโคตรแม่ไปรุมด่า “คุณนิติพงศ์ ห่อนาค” ว่าเป็นคนบ้าที่ออกโพสเรื่อง”ประชาธิปไตยแบบพ่อขุนรามคำแหง” เสียอย่างนั้น

ข้าพเจ้ามองว่า ทั้งหมดนี้ ใครๆเขาก็รู้ว่า พวก”เหี้ยชังชาติ”กำลังอ่อนแอเลยต้องพยายามหาพื้นที่ข่าวด้วยการไปด่ากราดแจก โคตรพ่อโคตรแม่ประชาธิปไตยไปทั่ว แต่พวกเขารู้ทัน ก็เลยไม่ลงมาเล่นด้วยแค่นั้น แม้ว่าจะมีกระแสอยู่บ้าง แต่ก็ส่งผลให้ “แผนตีหัวเข้าบ้าน”ไม่เป็นที่สนใจแต่อย่างใดเลยล่ะครับ

ซึ่งกลายเป็นว่า การที่ “เหี้ยชังชาติ”ไปดึงฮีโร่ประเทศไทยมาด่าทอเพื่อสร้างกระแสให้ตนเอง กลายเป็นว่า อยู่ๆก็วิ่งออกมาจากเงามืดให้เป็นตัวๆว่ามีใครบ้างเลยละครับ!!! นั่งนับนิ้วแล้ว โอ้วก็หน้าเดิมๆทั้งนั้น ครั้นจะไปพูดถึงมันก็ใช่เรื่องเลยก็เลยไม่พูดดีกว่า

(และนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลที่ข้าพเจ้าไม่ค่อยจะโพสอะไรในช่วงนี้ เพราะปล่อยพวกมัน “พัง”ด้วยปากของตัวเอง)

งานนี้พอจะสรุปได้ว่า คนไทยรู้ทัน”เหี้ยชังชาติ”กันมาก แยกแยะออกว่าข่าวไหนจริง ข่าวไหนวางยา และถึงกับไม่ให้ความสนใจกับพวก”นักก่อกวนชาติ”เท่าใดนัก แต่คนไทยกลับให้ความสำคัญกับฮีโร่ทางสังคมที่มีคุณธรรม พร้อมต่อสู้กับความอยุติธรรม แบบใจถึง!!แบบนี้สิเป็นเรื่องถูกต้องครับ!

คนไทยคงต้องเอาใจช่วยกันให้กำลังใจให้ “ฮีโร่ประเทศไทย” และช่วยเป็นหูเป็นตาให้สังคมต่อไปครับ อย่าให้ใครอยู่เหนือกฏหมาย!! ส่วนพวกเหี้ยชังชาติปล่อยให้เขาพูดกับผนังห้องนอนต่อไปเถอะครับ