วันจันทร์ 22 ตุลาคม 2018
  • :
  • :
Latest Update

Wikileaks เปิดบันทึกทูตอเมริกา แฉทักษิณก้าวล่วงสถาบัน ตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร49

 

ผู้ใช้เฟซบุ๊คท่านหนึ่ง ได้ลงบทความเกี่ยวกับ บันทึกการสนทนากับทักษิณ ของ ทูต ราล์ฟ แอล บอย ดังต่อไปนี้

Wikileak แฉบทสนทนาทักษิณกับทูตอเมริกา  ช่วงก่อนการรัฐประหารปี 2549 โดยมีเนื้อหาที่ระบุว่าทักษิณมีการก้าวล่วงในหลวงรัชกาลที่ 9
https://wikileaks.org/plusd/cables/06BANGKOK4041_a.html
—————————–

– wikileak องค์กรที่เปิดเอกสารลับของรัฐบาลอเมริกา เปิดเผยการสนทนาระหว่าง ทักษิณ ชินวัตร และราล์ฟ แอล บอย ทูตอเมริกาประจำประเทศไทย 2004-2008

https://en.wikipedia.org/wiki/Ralph_L._Boyce

– ในเอกสารเป็น โทรเลขที่ทูตอเมริกา ต้องส่งรายงานกลับประเทศแม่เป็นประจำโดยรายงานว่าเป็นบันทึกวันที่ 7 ก.ค.2006 หรือปี 2549 ก่อนจะมีการรัฐประหาร 19 ก.ย. โดยเป็นการสนทนาระหว่างทั้งสองบุคคล ในระหว่างการไปกินสเต็ก (ทักษิณชวน)

– เนื้อหาใจความสรุปได้เป็นทั้งหมด 12 ข้อ ใน 12 ข้อนี้มีเนื้อหาหลายประการที่คนไทยได้อ่านแล้วต้องตกใจว่า นายกรัฐมนตรีคนนึงสามารถกล้าคิดกล้าพูดอะไรได้ขนาดนี้เชียว? มีตั้งแต่การอวดตัว-ยกตัวเองสูง ไปจนถึงการใส่ร้ายป้ายสี และโจมตีในหลวง ร.9 ชัดเจน

1. ทักษิณบอกว่าจะนำพรรคให้ชนะเลือกตั้ง แต่ตัวเองอาจจะเป็นผู้นำพรรคหรือไม่ก็ไม่แน่

2. ทูตบอยบอกว่าทักษิณชวนไปกินสเต็กในวันที่ 7 กรกฎาคม ปี 2549 โดยพูดเริ่มต้น การพูดว่า “ผู้มีบารมี” (charismatic person) ต้องการล้มรัฐบาลของทักษิณ โดยแม้ว่าทางโฆษกพรรคไทยรักไทยจะปฏิเสธเรื่องเหล่านี้ แต่ตัวทักษิณก็ยอมรับว่าหมายถึง พล.อ.เปรม นอกจากนี้ในตอนท้ายทักษิณยังได้วิจารณ์เรื่องเพศสภาพของ พล.อ.เปรม อีกด้วย

——————————–
ข้อ 3-7 : ทักษิณบุรุษผู้มีแผนการณ์
(Thaksin: the man with a plan)
——————————–

3. ทักษิณพูดถึงเรื่องปัญหาการเลือกตั้งและพูดถึงเรื่องการยุบพรรคไทยรักไทยและพรรคประชาธิปัตย์ (ทักษิณคิดว่าอาจยุบทั้งคู่) และคิดว่ากรรมการ กกต. (ชุดวาสนา เพิ่มลาภ) น่าจะมีการลาออก และเลื่อนการเลือกตั้งไปเป็นวันที่ 15 ตุลาคม 2549 แทน

4. ทักษิณพูดถึงแผนการณ์ 3 ขั้นตอน ขั้นแรกให้ไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งก่อน แต่ทักษิณจะไม่เป็นนายกฯ แต่ให้คนอื่นแทนแต่ทักษิณก็ยังเป็นหัวหน้าพรรคและ รมต.อยู่ จากนั้นสักปีนึง ก็จะก้าวลงจากตำแหน่งทั้งหมดแล้วไปจัดตั้งพรรคสุขนิยม (Pak Suk Niyom)

(อันนี้คาดว่าเป็นการพูดหยอกเล่นๆ ของทักษิณในระหว่างกินข้าวเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะทำจริงๆ)

5. ทูตราล์ฟ บอยถามว่า ถ้าทักษิณจะวางมือจริงทำไมไม่ทำตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อลดกระแสการเมือง ทักษิณบอกว่าก็ “อาจจะทำ” โดยทักษิณบอกว่า เขาเล่นแบบวันต่อวัน (ตามสถานการณ์การเมือง) ทูตบอยพูดหนุนว่า ถ้าลงจากตำแหน่งในตอนนี้น่าจะช่วยทำให้แผนการณ์ที่จะกลับเป็นนายกฯราบรื่นขึ้นด้วย ทูตถามต่อว่าทักษิณอยากกลับมาเป็นนายกฯ อีกไหม ซึ่งทักษิณตอบกลับว่า ตอนนี้ยังไม่ต้องการเป็น เพราะรู้สึกอิ่มตัวละ

โดยทักษิณบอกว่า ที่ยังไม่ลงจากตำแหน่ง ก็เพราะต้องการจะมี “ตำแหน่งทางการเมือง” เพื่อเอาไว้ปกป้องตัวเองจากเรื่องยึดทรัพย์ และบอกว่าตัวเองไม่ได้ทำผิดอะไรทั้งสิ้น

ทูตบอยกระตุ้นให้ทักษิณประกาศตัวเลยว่าจะไม่ลงกลับมาเล่นการเมืองอีก เพื่อช่วยลดบรรยากาศตึงเครียดทางการเมืองเวลานั้น

6. ช่วงนี้เป็นช่วงที่ทักษิณพูดอย่างดุเดือด ว่าจะไล่ฟ้องศัตรูทางการเมืองของตนเอง และทักษิณบอกว่าเห็นลีกวนยูและมหาธีร์ (อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศมาเลเซีย) เป็นต้นแบบทางการเมือง แต่กระนั้นก็บอกว่า สิงคโปร์และมาเลเซียไม่ได้ดีไปเสียทุกอย่าง
…………………………

7. ทูตบอย บอกว่าทักษิณนั้นเป็นคนที่เปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองไทยไปตลอดกาล โดยให้สัญญากับคนในชนบทและทำมันได้ เรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรคและกองทุนหมู่บ้าน

#ทักษิณโจมตีในหลวงและเศรษฐกิจพอเพียง

(Thaksin launched into an attack on the King and his vaunted “sufficiency economy” model.)

ทักษิณบอกว่าตัวเองภูมิใจที่มีชาติกำเนิดเป็น “ลูกชาวบ้าน” หรือ “ไพร่” (a peasant) ที่สามารถบริหารจัดการหนี้และความเสี่ยงได้ซึ่งคนชนบทควรจะทำได้แบบตัวทักษิณเอง

*** ซึ่งทูตบอย ได้มีคอมเมนต์เนื้อหานี้ว่า ตัวทักษิณปฏิเสธที่จะพูดถึงครอบครัวที่มีฐานะดี และการแต่งงานกับที่ดี รวมถึงการได้รับสัมปทานจากรัฐผ่านเพื่อนพ้อง (หมายถึงสัมปทานมือถือและดาวเทียม)

(แสดงให้เห็นว่าทูตบอย เองก็ไม่เชื่อทักษิณ ที่พยายามจะบอกว่าตนเองมาจากลูกชาวบ้านธรรมดาทั่วไป เพราะจากประวัติตระกูลชินวัตรจนถึงที่มาการได้สัมปทานต่างๆ มันขัดแย้งกัน หมายเหตุ: กรุณาอ่านประวัติทักษิณล่างโพสท์)

*** ทักษิณบอกว่านโยบายของในหลวง ร.9 (เศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่) ทำให้ผู้คนยังคงยากจน ในขณะที่ทางพรรคไทยรักไทยนั้นได้เปลี่ยนสภาพของชนบท ให้คนฉลาดมากขึ้น และรวยขึ้น และ “พึ่งพาในหลวงน้อยลง” ซึ่งนั้นคือสาเหตุที่ทำให้ (ทักษิณเชื่อว่า) ในหลวงยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับทักษิณ

(Thaksin claimed that the policies advocated by the King kept the people poor, while TRT’s policies had changed the countryside, making the people “smarter and richer” and less dependent on the King. This was part of the reason for the King’s opposition to Thaksin)

(*** หมายเหตุ: อ่านถึงตรงนี้แล้วคนไทยหลายคนคงอึ้งไปเลยเช่นกันว่า ทักษิณกล้าพูดถึงเพียงนี้เลยหรือ?)

——————————–
ไม่มีการรัฐประหาร (No Coup)
——————————–

8. ทูตบอยถามเรื่องกระแสรัฐประหาร ทักษิณบอกว่าได้ไปพบกับ พล.อ.สนธิ แล้วบอกว่า

“อั๊วตั้งลื้อเข้ามาเป็น ผบ.ก็หวังว่าลื้อจะทำหน้าที่ของตัวเองไปและอั๊วอยากรู้ว่าลื้อจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องรัฐประหาร ถ้ามีใครพยายามชวน”

– ทูตบอยถามต่อว่าได้ยินข่าวลือมาว่า เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 ของทักษิณ (ทักษิณเป็นตำรวจและเป็นนายร้อย) อาจจะทำรัฐประหารเพื่อช่วยทักษิณ ซึ่งทักษิณปฏิเสธและบอกไม่ยอมรับ

– และบอกว่าตนได้วาง “คนของตน” (his partisans) ไว้ในตำแหน่งสำคัญ ที่จะสามารถทำรัฐประหารได้หมดแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์เหล่านั้น

——————————–
ไทยรักไทย: ต้นแบบประชาธิปไตย
——————————–

9. ทูตบอยบอกว่าทักษิณและพวกโชคดีมาก เนื่องจากฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์เวลานั้น มีสภาพอ่อนแอมาก ไม่มีทั้งเงินทุนสนับสนุน และไม่มีนโยบายใหม่ที่จะมานำเสนอสังคม

– ทักษิณเห็นด้วยและบอกพรรค ปชป. เป็นพวกหัวโบราณ แบ่งพวก แบ่งชนชั้น(hidebound and hierarchical) ส่วนทางอภิสิทธิ์หัวหน้าพรรคคนปัจจุบันก็คล้ายกับ หัวหน้าคนเก่าคือ ชวน หลีกภัย ที่เป็นคนนิ่งๆ เฉยๆ และไม่กล้าตัดสินใจอะไรเอง (passive and indecisive)

– ส่วนทางพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็อยู่ในตำแหน่งที่อ่อนแอ และไม่มีอำนาจอะไรที่จะไปกดดันรัฐบาลให้ล้มได้ อย่างมากก็ได้แค่ลงไปก่อม็อบในถนนอีก และก็คงไม่มีคนเข้าร่วมเหมือนเมื่อครั้งก่อนๆ หน้านี้

(จะเห็นได้ว่าข้อ 8-9 ทักษิณคาดการณ์ผิดหมด)

10.ทักษิณบอกว่าคนไทย “โง่” (Stupid) และไม่เข้าใจหลักนิติธรรม (Rule of Law) ทักษิณว่าตัวเองเข้าใจสิ่งนี้เพราะเรียนรู้มา เนื่องจากทักษิณจบปริญญาเอกจากอเมริกา

– จากนั้นทักษิณร่ายยาว (extemporize) ถึงความสำคัญของประชาธิปไตยแบบรากหญ้า ที่คนรากหญ้าบอกรัฐบาลว่าต้องการอะไรบ้าง แล้วรัฐบาลก็จะได้จัดหาให้ตามกระบวนการ ซึ่งนี่คือสิ่งที่พรรคไทยรักไทยทำและต่างจากพวกองคมนตรีที่มองการบริหารแบบบนลงล่าง

– ทูตบอยแทรกมาว่า พรรคไทยรักไทยเองก็มีปัญหาเรื่อง โครงสร้างอำนาจไม่ใช่หรือ? ดูได้จากเรื่องการเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) ที่ทักษิณเป็นคนเสนอ แต่รัฐมนตรีไม่เอาด้วย สุดท้ายทักษิณเองก็ใช้อำนาจส่วนตัวเข้ามายุ่ง ทำให้การเจรจาเขตการค้าเสรีดำเนินต่อไปได้ ทักษิณเลี่ยงที่จะไม่ตอบและเบี่ยงความสนใจไปพูดถึงเรื่องเขตการค้าเสรีว่ายังคงเป็นไปได้

——————————–
ความเห็นส่วนตัวของทูตบอย
——————————–

11. ทูตบอยรายงานว่าตลอดการสนทนานี้ มีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายรวมๆ กัน โดยข่าวดีคือทักษิณมีแผนจะวางมือ ซึ่งน่าจะทำให้การเมืองไทยสงบลงได้ และข่าวดีอีกเรื่อง คือทักษิณไม่ขอพบกับประธานาธิบดีบุช ในระหว่างการประชุมใหญ่สหประชาชาติ

(อันนี้ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมเป็นข่าวดี)

12. ข่าวร้ายก็คือ ทักษิณยังคงพยายามที่จะ ต่อสู้กับสถาบันที่ได้รับความเคารพมากที่สุด ส่วนการสาธยายเกี่ยวกับพรรคไทยรักไทยว่า มีวัฒนธรรมของพรรคแบบประชาธิปไตยนั้น #ล้วนเป็นภาพลวงตา (delusion) ทั้งสิ้น!!!!

– สมาชิกพรรคแต่ละคน ไม่กล้าทำอะไร โดยปราศจากการอนุมัติจากทักษิณชินวัตร และการสาธยายถึงนโยบายประชานิยมนั้น เป็นการมองข้ามผลในแง่ลบที่เกิดขึ้น เช่น ปัญหาหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงขึ้น เป็นต้น

(His glowing descriptions of TRT’s democratic tradition are delusional — his party members don’t dare sneeze without Thaksin’s approval — and his description of the effects of TRT’s populist policies overlooks negative effects they have, such as the troubling increase in consumer debt.)

*** สุดท้ายทูตบอย ให้ความเห็นว่า จากประวัติศาสตร์การยอมรับที่ยาวนานของประชาชนคนไทยต่อสถาบันกษัตริย์ ถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่ออำนาจที่มากเกิน (excessive power) ของทักษิณ ซึ่งได้มาจากความชาญฉลาดในการใช้เงินมหาศาลเพื่อการ #บิดเบือนระบบการเมือง !!!

(In addition to the historical reverence for the King, the palace is widely viewed by civil society as providing the only counterweight to the excessive power that Thaksin has accrued, in part through the clever use of his enormous wealth to distort the political system.)

และการกระทำของทักษิณจะทำให้ การเมืองไทยตึงเครียดและร้อยระอุขึ้น(ซึ่งเป็นข่าวร้ายในมุมมองของทูตบอย)

ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดของ Wikileak จบเท่านี้

——————————–
บทส่งท้าย
——————————–

*** ความเห็นช่วงท้ายๆ แสดงให้เห็นว่าทูตบอยไม่ได้เชื้อในสิ่งที่ทักษิณพูดเลย ไม่ว่าจะความเป็นรากหญ้า ปลดหนี้ตัวเองหรือการอวดตัวเองเป็นผู้นำประชาธิปไตย และมีพรรคการเมืองที่เป็นต้นแบบ บลาๆๆ

*** ถ้าเรื่องทั้งหมดเป็นไปตามที่เอกสารทูตอเมริกาประจำประเทศไทย ราล์ฟ บอย บันทึกและส่งให้รัฐบาลอเมริกาไว้แล้วละก็ย่อมแสดงให้สังคมไทยได้เห็นอะไรที่ชัดขึ้น

ซึ่งล่าสุดทักษิณประกาศจะฟ้องร้องคนที่ระบุว่าตนเองไปเกี่ยวข้องกับการก้าวล่วงสถาบันฯ
http://www.naewna.com/politic/296726

*** ซึ่งถ้าทักษิณอยากจะฟ้องว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เป็นความจริง และตนเองโดนเขียนใส่ร้ายก็ขอให้ทางทักษิณไปฟ้องร้องกับตัวท่านทูต เพื่อปกป้องตนเอง โดยระบไปเลยว่าทูตบอย โกหกบิดเบือนและเอาใส่ร้ายตนเองให้รัฐบาลอเมริกาฟัง (ก่อนจะหลุดออกมาโดย wikileak)


ภาพที่ 1 จากเพจ: เสื้อแดงน่ารักมากค่ะ
https://www.facebook.com/KawaiiRedshirt/photos/a.441667782518517.114943.441665585852070/1748753205143295/?type=3&theater


ภาพที่ 2 จาก Bright TV
https://www.brighttv.co.th/content/130945

หมายเหตุ: เอกสาร wikileak นี้ถูกอ้าง (น่าจะครั้งแรกๆ) ใบทความชื่อเรื่องว่า“คาร์ล ป็อปเปอร์ กับวิกฤตการเมืองไทย: สถาบันกษัตริย์กับปัญหาของ ‘สังคมเปิด” โดย แพดทริค โจลี นักวิชาการที่โจมตี สถาบันกษัตริย์ อยู่ในต่างประเทศตลอด

http://archive-hapi.uq.edu.au/dr-patrick-jory

(ออกงานบรรยายคู่กับปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ และชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี มธ.)

บทความนี้ลงในวารสาร “อ่าน” ปีที่ 4 ฉบับที่ 1  เมษายน-มิถุนายน พ.ศ. 2555 หน้า 163-164 บทความแปลโดย วริศา กิตติคุณเสรี
https://readjournal.org/read-journal/
“คาร์ล ป็อปเปอร์ กับวิกฤตการเมืองไทย : สถาบันกษัตริย์กับปัญหาของ ‘สังคมเปิด’

——————————–
เนื้อหาประกอบ:
ประวัติทักษิณและครอบครัวชินวัตร ที่ทำให้ทูตราล์ฟ บอยไม่เชื่อคำพูด ที่ว่าทักษิณมาจากลูกชาวบ้าน-ไพร่
——————————–

หมายเหตุ: ความจริง ทักษิณ ชินวัตรนั้นไม่ได้มาจากครอบครัวของชาวบ้านทั่วไป แบบที่ตัวเขาเองชอบอ้างเลยหรือโปรโมต

– เพราะตระกูลชินวัตรนั้นเป็นเศรษฐีมีกิจการทั้งกิจการโรงงานทอผ้าไหมชินวัตรพาณิชย์ รวมถึงธุรกิจตลาดสดสันกำแพง และนายเลิศ พ่อของทักษิณก็ทำรับเหมากับกิจการรถเมล์ ที่วิ่งในจังหวัดเชียงใหม่รวมถึงสวนผลไม้ด้วย นอกจากนี้นายเลิศก็ยังเคยดำรงตำแหน่งเป็น ส.ส.เชียงใหม่ ช่วงปี พ.ศ.2512 – 2519 ด้วย

– ในขณะที่ ยินดี ระมิงวงศ์ แม่ของทักษิณ ก็มีเชื้อเจ้านายชั้นสูง โดยเป็นลูกสาวของ เจ้าจันทร์ทิพย์ ณ เชียงใหม่ และเป็นหลานของเจ้าไชยสงคราม สมพมิตร ณ เชียงใหม่

– ทักษิณเป็นนักเรียนนายร้อยได้ทุนรัฐบาลเรียนต่อต่างประเทศก่อนกลับมารับราชการ เป็นหัวหน้าแผนกวางแผน ในกรมตำรวจฯและทำธุรกิจควบคู่ไปกับการเป็น ตำรวจโดยทำแล้วล้มเหลวมีหนี้สินถึง 50 ล้าน

(คิดดูว่าคนธรรมดาๆ ทั่วไปที่ไหน จะมีปัญญาขอกู้มาทำกิจการจนเป็นหนี้สูงถึง 50 ล้านบาทและ 50 ล้านบาทในสมัย 2523 นั้นเป็นสมัยนี้ มันก็น่าจะหลายร้อยล้านบาทอยู่ ซึ่งถ้าไม่ใช่ว่ามีหลักทรัพย์ หรือ ที่บ้านมีฐานะดีแยู่แล้ว ไม่มีทางที่ธนาคารจะยอมปล่อยสินเชื่อได้)

– ก่อนจะได้สัมปทานมือถือในเวลาต่อมาและนำกิจการเข้าสู่ตลาดหุ้นในยุคแรกๆ ที่ช่วยปลดหนี้ อีกทั้งเวลาต่อมาก็ยังได้ สัมปทานดาวเทียมไทยคมจากยุค รสช. (คณะรัฐประหารปี 2534 อีกต่างหาก)

– ก่อนจะแต่งงานกับ พจมาน ดามาพงษ์ ตระกูลดามาพงษ์เป็น ตระกูลตำรวจใหญ่ คุณหญิงพจมาน มีพ่อคือ เสมอ ดามาพงศ์  อดีตผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ มีน้องชายคือ เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ก็เป็นอดีต ผบ.ตร. โดยที่ตระกูลนี้สืบเชื้อสายจากชนชั้นสูง อย่างพระยาไชยวิชิตสิทธิสาตรา (นาค)

– ส่วนทางแม่ของคุณหญิงพจมานก็คือ พจนีย์ ณ ป้อมเพชร ตระกูล ณ ป้อมเพชร ก็เป็นตระกูลผู้ดีเก่าระดับพระยา-อำมาตย์ ไม่ต่างอะไรกับต้นตระกูลดามาพงษ์เช่นกัน

– ส่วนเครือญาติของสายระกูลชินวัตรแต่ละคนก็มีตั้งแต่เป็น สส.เชียงใหม่ถึง 3 คนในตระกูล ทั้งเลิศ, สุเจตน์ และสุรพันธ์ ชินวัตร หรือบ้างก็เป็นเจ้าของกิจการใหญ่โตและรวมถึงที่เป็น ผู้บัญชาการทหารบก และ ผบ.ทหารสูงสุด อย่างพล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร หรือว่าจะเป็น พล.อ.อุทัย ชินวัตร รองปลัดกลาโหมและ ที่ปรึกษา รมต.กลาโหม ในยุคทักษิณ

– หรือว่าเรืออากาศเอกประวิตร ชินวัตร อดีตรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายปฏิบัติการ บริษัท การบินไทย

– ยังไม่นับรวมบรรดาอภิมหาเศรษฐี เจ้าของกิจการสื่อสารและอสังหาฯ อีกมากมายในตระกูลนี้ และนี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้ทูตบอยไม่เชื่อว่าสิ่งที่ทักษิณพยายาม อ้างว่าตัวเองเป็น #เป็นชาวบ้าน (peasant)

(เหมือนหนังสือตาดูดาวเท้าติดดิน)

– เพราะประวัติและที่มาของทักษิณและครอบครัวที่ได้เข้าไปมีตำแหน่งและอำนาจของภาครัฐนั้น มันตรงข้ามกับภาพลักษณ์ที่ทักษิณพยายามชูเลย