วันจันทร์ 18 ธันวาคม 2017
  • :
  • :
Latest Update

“ธรรมกายขี้ตกใจ”

 

cats

“ธรรมกายขี้ตกใจ” โดย ปราชญ์ สามสี ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

จริงๆมีคนหลายคน เรียกร้องมามากให้ข้าพเจ้าพูดถึงธรรมกาย ช่วงนี้หน่อย …เพราะต่างกลัวว่ากฎหมายบ้านเมืองจะเข้าไปไม่ทั่วถึง ข้าพเจ้าก็เห็นสมควรว่าถึงเวลาที่ปวงชนชาวไทย ควรสังเกตการณ์ในครั้งนี้

อันนี้ข้าพเจ้าขอออกมาปากเลยครับว่า ข้าพเจ้าเชื่อใจในกฎแห่งกรรมมากพอๆกับกฎหมายนะครับ เพราะหาก กฎหมายไปไม่ถึงธรรมกาย ประเทศนี้บ้านเมืองจะเดือดอันนี้ข้าพเจ้าขอออกมาปากเลยครับว่า ข้าพเจ้าเชื่อใจในกฎแห่งกรรมมากพอๆกับกฎหมายนะครับ เพราะหาก กฎหมายไปไม่ถึงธรรมกาย  ประเทศนี้บ้านเมืองจะเดือดร้อนอีกมากแน่ ร้อนอีกมากแน่

ข้าพเจ้ายืนยันอีกครั้งว่า ธรรมกายไม่ไช่”นครรัฐ” จึงต้องเคารพกฏหมายของไทย เหมือนกับประชาชนไทยทุกคนที่อาศัยในแผ่นดินไทย แต่หากจะเดินทางไปสู่”นครรัฐ” มีแต่การเหยียบย่ำศพมนุษย์กันทั้งนั้น เพราะ การเป็นนครรัฐนั้นไม่ต่่างจาก”การแบ่งแยกดินแดน” เสียเท่าไหร่ๆ เพราะ ในการที่จะเป็น “นครรัฐ” นั้นคือ “เมืองที่มีกฎหมายของตัวเอง มีกองกำลังปกป้องตัวเอง”

การที่ ธรรมกายจะยืนกระต่ายขาเดียว “ขังตัวเองในวัด” ไม่ยอมรับกฎหมายของประเทศไทย นี้ ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องอย่างแน่นอนครับ ..

ข้าพเจ้าเคยบอกแล้วว่า ธรรมกาย มีเป้าหมายที่ไกลมากและไกลไปถึงการมียุทธศาสตร์พยายามอุปโลกน์เป็นศูนย์กลาง”ศาสนาพุทธโลก” และ ตั้งตนเองเป็น “นครรัฐ”มาโดยตลอด (ซึ่งข้าพเจ้าเคย วิเคราะห์จากคำพูดของ นพ.ดร. มโน เลาหวนิช เมื่อ ปี ๒๕๕๘ เกี่ยวกับการ พยายาม บิดเบือนพระไตรปิฏกโดยการพยายาม สังคายนาพระไตรปิฎกใหม่ กลายเป็นศาสนาใหม่ที่มี ธรรมกาย เป็นศูนย์กลาง) แต่การจะไปให้ถึงเป้าหมายที่ต้องการนั้นๆ จะต้องใช้เงินมหาศาล และนั้นคือสิ่งที่ประชาชนทั่วไปต่างสงสัยถ้วนหน้าเกี่ยวกับคดีความการ โกงเงิน ที่ธรรมกายพยายาม”โกง” ประชาชน ด้วยการไปเอี่ยวในคดีฟอกเงินของสหกรณ์คลองจั่น

อ่านได้ตรงนี้

(นครรัฐธรรมกาย?โดย ปราชญ์ สามสี ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๘) คลิ๊ก.

ล่าสุด พ.ย. ๒๕๕๙ เห็นว่า อัยการสูงสุดสั่งฟ้องพระธัมมชโยในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และรับของโจร และขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการเตรียมการบุกจับกุมตัว รอบใหม่ ที่ใหญ่และ อลังการกว่าเดิม ท่ามกลางความสงสัยของหลายฝ่ายว่า ธัมมชโยซึ่งถือเป็นเสาหลักของธรรมกายนั้น ได้หลบหนีไปต่างประเทศแล้ว

ทางนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย แถลงที่วัดพระธรรมกาย ออกมาโดยทันทีว่า ธัมมชโยยังไม่ได้ไปไหนแต่อาศัยอยุ่ในวัด แต่ ทางนายองอาจกลับมีการพูด ประโยคที่น่าสนใจอย่างนึง เกี่ยวกับประเด็นที่ที่ฝ่ายผู้ที่ศรัทธาต่อธัมมชโย อาจคิดต่อต้านเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะเข้ามาจับกุม ธัมมชโยนั้น ทางนายองอาจได้อ้างว่า

“ก็ขึ้นว่ามีบุคคลมาเร้าหรือไม่ ครั้งก่อนมีการทำยังกับที่นี่ไม่ใช่วัด แล้วจะทำให้ลูกศิษย์วัดไม่ตกใจได้อย่างไร ถ้า”ตกใจ”แล้วทำอะไรได้หลายอย่าง ไฟไหม้คนตกใจยังยกโอ่งไหว ฉะนั้นอย่าให้ลูกศิษย์ตกใจ”

ประเด็น”ตกใจ” เป็น “keyword” ที่น่าสนใจมากและเคยถูกใช้ในการชุมนุมทางการเมืองของคนเสื้อแดงอยู่ ช่วงหนึ่งซึ่งมีนัยยะที่หลายๆฝ่ายจะรู้กันเองภายในหมายถึงการ “อาจเกิดเหตุอะไรก็ได้”
ซึ่งในการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี ๒๕๕๓ นั้น

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำฃคนเสื้อแดงบนเวทีราชประสงค์ ปี ๒๕๕๓ เคยอธิบายอาการตกใจของเสื้อแดงว่ามีหลายอาการ เช่น “ตกใจแล้วไปหากระเป๋าแบรนต์เน็มก็มี ตกใจวิ่งไปหาเครื่องเพชรก็มี ตกใจและขับรถเข้าไปในห้างก็มี และจุดไฟขึ้นมาดื้อๆก็มี อาการทั้งหลายทั้งปวงจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าไม่ตกใจ” ซึ่งช่วงการชุมนุมปี ๒๕๕๓ในตอนหลังก็มีการ”จุดไฟเผา”เกิดขึ้นจริงจนเกือบลุกลามเป็นสงครามกลางเมืองขนาดย่อมๆ

อ้างอิง
ณัฐวุฒิอธิบายเกี่ยวกับ อาการ”คนเสื้อแดงตกใจ”
https://www.youtube.com/watch?v=nHlkbSWPPGw

 

ซึ่งถ้าหาก นำkeywordมาประมวลกับสถานการณ์ของธรรมกายหลายๆด้านแล้ว เรื่องกำแพงมนุษย์ก็ดี เรื่องการต่อต้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดี ด้านมวลชนฮาร์ดคอที่ได้รับสนับสนุนจากนักการเมืองฝ่ายเสื้ออแดงบางคน ก็มีแนงโน้มมากพอสมควรว่า คำกล่าวของ นายองอาจ นั้นอาจเป็น”คำขู่” ในหลายๆนัยยะ

โดยส่วนตัวแล้ว ข้าพเจ้ายังไม่คิดว่า ชาวธรรมกาย จะ”ตกใจ”จน”จุดไฟเผาวัดตัวเอง”เพื่อปกป้องธัมมชโย แต่ ปลุกระดมมวลชนขัดขวางไม่ให้ตำรวจจับ ธัมมชโยไปดำเนินคดีเกี่ยวกับการโกงเงินที่มี ประชาชนหลายคนเดือดร้อนนั้น จะยังมีความเป็นไปได้อยู่

ซึ่งในประเด็นก็อยากจะพูดให้”สังคมคิด” เตือนสติกันจริงๆจังๆนะครับว่า …การขัดขวางเจ้าหน้าที่ในการจับกุมคดีอาญาต่างๆที่กระบวนการยุติธรรมเขาพิจารณาคดีกันอยู่ ก็ถือว่าผิดอาญาแผ่นดิน นะครับ และการ “ตกใจ” ซึ่งมีแนวโน้มอาจจะกลายเป็น”ความวุ่นวาย” ที่ไม่รู้เลยว่าใครจะ”ตกใจ”สร้างสถานการณ์อะไรกันขึ้นมานั้น ข้าพเจ้ามองเห็นว่านี้ไม่ไช่แนวทาง สันติสุขอันใดที่เจริญรอบตามพระพุทธเจ้า เพราะ พระพุทธเจ้าได้ กล่าวไว้แล้วว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” “กรรมจะตามสนองตามเหตุของกรรมเสมอ”

เพราะฉะนั้นอะไรจะเกิดกับธัมมชโย ก็ให้มันเกิดเถิด…ไม่ว่านักบวชคนใดจะ อาบัติปาราชิก ศาสนาพุทธก็ไม่เคยถูกทำลาย จริงไหม? พระพุทธเจ้า ปรินิพพานไป ๒๕๕๙ ปี ศาสนาพุทธยังอยู่ได้และเจริญรุ่งเรืองทั่วโลก

ถ้าหาก ลัทธิธรรมกายมันดีจริง… ต่อให้ ธัมมชโยติดคุก …ธรรมกายก็ยังเป็นวัดอยู่ได้มิใช่หรือ? หรือว่า พุทธศาสนิกชนที่อยู่ในธรรมกาย จะ ศรัทธาธัมมชโย มากกว่า คำสอนของพระพุทธเจ้าล่ะ?

 

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟสบุ๊ก ปราชญ์ สามสี